Oriental Way

เมื่อประธานเหมาสังหารหมู่นกกระจอก 600,000,000 ตัว คนก็ตาย 36 ล้านคน!

เท่าที่รู้ๆ กัน จีนภายใต้การปกครองของเหมาเจ๋อตง มีคนตายนับล้าน แต่บางคนอาจจะไม่รู้ว่า นอกจากมีคนตกเป็นเหยื่อ “นกกระจอก” ก็พบโศกนาฎกรรมเช่นเดียวกัน
 
ในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ค.ศ.1966-1976 เราจะคุ้นเคยกับคำว่า “พิฆาตสี่เก่า” อันได้แก่ ประเพณีเก่า วัฒนธรรมเก่า นิสัยเก่า และความคิดเก่า แต่ย้อนหลังกลับไปเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1958 รัฐบาลจีนออกคำสั่ง “พิฆาตสี่เลวร้าย 除四害 และนโยบายนี้เอง ที่ส่งผลให้ความเลวร้ายยิ่งขยายวงจนเกิดเป็นทุพภิกขภัยที่คร่าชีวิตชาวจีนไปกว่า 36 ล้านคน

โปสเตอร์รณรงค์ให้มวลชนร่วมแรงร่วมใจ พิฆาตสี่เลวร้าย ที่มาของภาพ

สี่เลวร้าย ที่ว่าคือ หนู ยุง แมลงวัน และนกกระจอก โดยทางการให้เหตุผลว่า ทั้งสี่คือพาหะนำเชื้อโรคและเภทภัย หนูเป็นพาหะกาฬโรค ยุงนำไข้มาเลเรีย แมลงวันแพร่เชื้อโรค และนกกระจอกจิกกินเมล็ดพันธุ์พืชของเกษตรกร ถ้ากำจัดสัตว์ร้ายทั้งสี่ชนิดได้ ประเทศจีนก็จะดี เศรษฐกิจก็จะแข็งแรง
 
และเพื่อสนองนโยบายประธานเหมา มวลชนผู้จงรักภักดีก็เริ่มปฏิบัติการ “พิฆาตสี่เลวร้าย” แต่ดูเหมือนว่า นกกระจอกจะซวยที่สุด !!!

ข้อความใต้ภาพระบุว่า “พวกเรามาช่วยกันสังหารนกกระจอก!” ที่มาของภาพ

บรรดาเกษตรกรและผู้คนทั่วไปต่างตีเกราะเคาะไม้ ไล่นกกระจอกให้แตกตื่นบินหนี ผู้คนพากันวิ่งเคาะทั้งเหล็ก ทั้งไม้ให้เสียงดังลั่นสนั่นทุ่ง นกกระจอกพากันบินกรูขึ้นไปบนฟ้า แต่ไม่กล้าบินลงมาเกาะคาคบไม้ สุดท้าย นกกระจอกเหล่านี้ก็หมดแรงร่วงหล่นลงมาตาย
 
กรรมวิธีสังหารหมู่นกกระจอกยังมีทั้งยิงหนังสติ๊กใส่ ทำลายรัง ใช้ตาข่ายยักษ์จับจนที่สุดนกกระจอกแทบจะสูญพันธุ์ไปจากแดนมังกร
 
นี่ดูเหมือนเป็นความสำเร็จ แต่ที่จริงคือจุดเริ่มต้นของหายนะ เพราะสิ่งที่ชาวจีนเหล่านี้ทำไม่ใช่การทำลายสิ่งเลวร้าย แต่คือการทำร้ายสมดุลธรรมชาติ เพราะเมื่อไม่มีนกกระจอกคอยจิกกินแมลงศัตรูพืช แมลงเหล่านี้ อาทิ ตั๊กแตนก็แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว เมื่อแมลงศัตรูพืชลงทำลายเรือกสวนไร่นา กัดกินผลผลิตของเกษตรกร ความอดอยากแร้นแค้นก็ตามมา เดือนเมษายน ค.ศ.1960 รัฐบาลจึงสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงบัญชี “สี่เลวร้าย” จาก “นกกระจอก” เป็น “ตัวเรือด” แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว

อวดผลงานสังหารนกกระจอก ที่มาของภาพ

ปฏิบัติการสังหารหมู่นกกระจอก  灭麻雀运动 จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประเทศจีนประสบกับทุพภิกขภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่เรียกกันว่า “The Great Famine” ทำให้ผู้คนทั่วประเทศล้มตายลงนับสิบล้านคน หยางจี้เสิง นักหนังสือพิมพ์ เขียนหนังสือเกี่ยวกับทุพภิกขภัยครั้งนี้ขึ้นในชื่อ Tombstone (墓碑) หนังสือที่ถูกแบนในประเทศจีน ประเมินยอดผู้เสียชีวิตไว้ที่ 36 ล้านคน
 
ในหนังสือ A Glossary of Political Terms of The People’s Republic of China ระบุว่า มีข่าวลือซุบซิบกันในหมู่ประชาชนว่า การที่การที่ท่านประธานเหมาเจ๋อตงให้ฆ่านกกระจอกทิ้งให้หมด เพราะเขาเกลียดนกกระจอก เนื่องจากท่านประธานเหมาชอบทำงานตอนกลางคืน แล้วนอนเวลากลางวัน แต่เสียงจุ๊บจิ๊บของนกกระจอกมักกวนใจให้ท่านประธานต้องตื่นจากการหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน แม้เรื่องนี้จะเป็นแค่ข่าวลือ แต่ก็แสดงให้เห็นความไม่พอใจของประชาชนที่ต้องประสบกับทุกข์ยากจากนโยบายของท่านประธานเหมาผู้นี้

ร่วมด้วยช่วยกันจนนกกระจอกเกือบสูญพันธุ์จากแดนมังกร ที่มาของภาพ

ทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ ตามมาด้วยความล้มเหลวของนโยบาย “ก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ - The Great Leap Forward” สั่นคลอนบัลลังก์อำนาจของประธานเหมาเจ๋อตง และกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาประกาศการปฏิวัติวัฒนธรรมที่ทำให้ประเทศตกอยู่ในความบ้าคลั่งต่ออีกสิบปี จนประธานเหมาเสียชีวิตลงในปี 1976 นี่เอง ที่ทำให้ประเทศจีนค่อยๆ ฟื้นคืนสู่สภาวะปรกติอีกครั้งครา

Comments

Latest Article