WTF-Homo sapiens

66 ปีแห่งการจากไปของ'ฟรีดา คาห์โล' ศิลปินคอมมิวนิสต์หญิงแห่งเม็กซิโก

Quick Facts

  นอกจากเป็นเดือนแห่งการปฏิวัติฝรั่งเศสแล้ว เดือนกรกฎาคมอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเดือนแห่งชีวิตของศิลปินสตรีคอมมิวนิสต์ชาวเม็กซิโกนามก้องโลก 'ฟรีดา คาห์โล' (Frida Kahlo : ค.ศ.1907-1954) เพราะเธอเกิดในวันที่ 6 และเสียชีวิตในวันที่ 13 ก่อนวันครบรอบการปฏิวัติฝรั่งเศสเพียงวันเดียว อาจจะไม่ใช่เหตุบังเอิญที่คนผู้เกิดในเดือนกรกฎาคมจะอุดมไปด้วยการต่อสู้ตลอดชีวิต ดังตัวอย่างของศิลปินผู้นี้
ฟรีดา คาห์โล เป็นบุตรีของบิดาชาวเยอรมนีและมารดาผู้เป็นเมสติซา (ผสมยุโรปกับอเมริกันพื้นเมือง) เธอเกิดและเติบโตในโกยัวกัน เขตเทศบาลหนึ่งของเมืองหลวงเม็กซิโก ซิตี้ 

การต่อสู้แรกๆ ของชีวิตคาห์โลคือการต่อสู้กับความเจ็บป่วยของตนเอง เธอป่วยเป็นโปลิโอตั้งแต่อายุได้เจ็ดขวบ และต่อมาต้องประสบอุบัติเหตุที่ส่งผลให้มีความเจ็บป่วยตลอดชีวิต กระนั้นก็ตาม คาห์โลฉายแววความเป็นเด็กเฉลียวฉลาดมาโดยตลอด เธอเรียนเก่งและมีแววที่จะได้เรียนต่อสาขาแพทย์ แต่ด้วยอาการเจ็บป่วยนี้เองทำให้เธอต้องค่อยๆ หันเหหนทางชีวิตออกไป ในระหว่างที่เธอเจ็บป่วยนั้นเอง เธอก็เริ่มวาดรูป อันเป็นกิจกรรมที่เธอเริ่มค้นพบความเป็นตัวตนของตัวเอง เธอใช้ศิลปะในการต่อสู้กับความเจ็บป่วย ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้ร่ำเรียนทางด้านศิลปะมา 


 
Self-Portrait with Thorn Necklace and Hummingbird (1940) อันโด่งดังของฟรีดา คาห์โล

 
สู่สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เม็กซิโก 

และแล้วการต่อสู้ถัดมาของเธอยิ่งขยายออกจากตัวเธอมากขึ้นไปสู่การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม 

ปีค.ศ. 1927 เธอเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เม็กซิโก นั่นทำให้เธอพบกับสามีในอนาคตนั่นคือ ดิเอโก ริเวียรา (Diego Rivera) ศิลปินคนสำคัญของขบวนการเคลื่อนไหวจิตรกรรมฝาผนังของเม็กซิโก ทั้งคู่แต่งงานกัน ก่อนเดินทางไปทั่วเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ช่วงเวลานั้นคาห์โลพัฒนาสายเส้นและฝีแปรงผสมผสานศิลปะชาวบ้านเม็กซิโกเข้ากับความสนใจในจิตรกรรมภาพเหมือนอันมีลักษณะเฉพาะตัวขึ้น  


 
 Frieda and Diego Rivera (1931) 
 
การต่อสู้อีกครั้งหนึ่งของเธอคือเรื่องความสัมพันธ์นั่นเอง ในช่วงเวลานี้เองที่กระแสคอมมิวนิสต์คึกคักเข้มแข็ง ดิเอโก ริเวียราเข้าเป็นสมาชิกสากลที่ 4 ในปีค.ศ. 1936 และในปีถัดมา เลออน ทรอตสกี (Leon Trotsky : ค.ศ. 1879-1940) และภรรยาของเขาเดินทางมายังเมืองโกยัวกัน ผ่านการเป็นธุระจัดหาให้ของดิเอโก ริเวรา ในค.ศ. 1937 ทรอตสกีและฟรีดา คาห์โล มีความสัมพันธ์กันในช่วงสั้น ๆ ทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจกันระหว่างทั้งสองคน จนปรากฏออกมาเป็นผลงานศิลปะของเธอเอง แต่ขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นช่วงที่คาห์โลเปิดประตูเข้าสู่โลกแห่งวงการศิลปะและปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้า

ในที่สุดผลงานของเธอเตะตา อ็องเดร เบรอตง (Andre Breton : ค.ศ. 1896-1966) ศิลปินผู้บุกเบิกขบวนการเซอร์เรียลลิสม์ของฝรั่งเศสเข้า เบรอตงติดต่อเพื่อขอนำงานของคาห์โลออกแสดงในนิวยอร์คในปีค.ศ. 1938 และสำเร็จเป็นอย่างดี จนกระทั่งมีการแสดงงานของเธอต่อในปีถัดมาในปารีส 


อ็องเดร เบรอตง ผู้มองเห็นงานของคาห์โลก่อนใคร
 

เข้าสู่สถาบันการศึกษา

แม้ว่าชื่อเสียงของฟรีดา คาห์โลในฐานะศิลปินของโลกจะใช้เวลา แต่เธอเป็นที่รู้จักกว้างขวางแล้วในวงการศิลปะของเม็กซิโก เธอเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของประเทศ เธอและดิเอโก ริเวียราได้รับการเชิญเป็นอาจารย์ของวิทยาลัยศิลปะของเม็กซิโก ลา เอสเมอรัลดา (La Esmeralda) ในปีค.ศ. 1943 ที่นั่นเธอก็ได้ใช้ความสามารถและสปิริตของการเป็นคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นที่รู้กันทั้งในหมู่ลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงาน เธอจะปฏิบัติต่อศิษย์อย่างเท่าเทียม และพยายามแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของศิลปะของชาวบ้านร้านช่องทั่วไปของเม็กซิโก 

เม็กซิโกก็เป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายในช่วงเวลาสงครามเย็น ผู้คนยากจน ระบบสาธารณะต่างๆ นั้นประสบปัญหาอย่างหนัก แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คนยากคนจนย่อมมีศักดิ์ศรี มีศิลปะ มีสุนทรียะเป็นของตนเอง 

มีตัวอย่างเช่น ในปีค.ศ. 1945 คาห์โลเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลเม็กซิโกในการวาดศิลปะบนฝาผนังของร้านซักรีดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างงานให้สตรียากจน และในปีค.ศ. 1948 เธอเข้าร่วมการเคลื่อนไหวปลดอาวุธนิวเคลียร์และสันติภาพของโลก เป็นต้น 


The Two Fridas (1939) ผลงานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของฟรีดา คาห์โล 

 
ช่วงท้ายของชีวิต

การต่อสู้สุดท้ายของฟรีดา คาห์โลก็คือความเจ็บป่วยที่จู่โจมเธอมาตั้งแต่เด็ก เธอไม่สามารถเดินทางไปไหนได้สะดวก แต่ยังยืนยันผลิตศิลปะเพื่อการปฏิวัติตามที่เธอเชื่อไว้อย่างเหนียวแน่น 

ในช่วงท้ายของชีวิตนี้เองที่เธอแสดงผลงานศิลปะเดี่ยวของตนเองเป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน ปีค.ศ. 1953 ที่หอศิลปะร่วมสมัย ความเจ็บป่วยทำให้เธอต้องนั่งรถพยาบาลเข้าไปร่วมงาน แต่กระนั้นก็เป็นที่ประทับใจไปทั่วโลก 

สปิริตของความเป็นนักต่อสู้ของคาห์โล คือแม้ว่าเธอจะเจ็บป่วยหนักเพียงใด เธอเข้าร่วมการประท้วงที่สหรัฐฯบุกประเทศกัวเตมาลาในต้นเดือนกรกฎาคม ปีค.ศ.1954 จากนั้นอาการของเธอก็ทรุดลงจนในที่สุดเธอก็เสียชีวิตลงในวันที่ 13 และทิ้งผลงานศิลปะของตนเอาไว้แก่โลก ... โลกของการปฏิวัติที่เธอเชื่อว่าวันหนึ่งจะต้องสำเร็จ 

เดือนกรกฎาคมนี้เราจึงควรมาทำความระลึกถึงศิลปินคอมมิวนิสต์สตรีชาวเม็กซิโกผู้นี้กัน. 

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Frida_Kahlo
https://www.marxists.org/glossary/people/k/a.htm

Comments

Latest Article