Oriental Way

'เจมส์ แลงคาสเตอร์' บริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษกับเคล็ดลับน้ำมะนาว

การค้าเครื่องเทศทางไกล

การค้าทางไกลระหว่างโลกฝั่งตะวันตกและตะวันออกนั้นมีมาโดยตลอดประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของมนุษย์ อย่างช้าก็นับแต่สมัยโรมัน เครื่องเทศจากเขตร้อนชื้นของดินแดนตะวันออกเป็นที่นิยม และเป็นสินค้าที่ทำกำไรได้อย่างงดงาม

เรื่องราวของเครื่องเทศในดินแดนตะวันออกอันไกลโพ้น ดำเนินคู่ขนานไปกับวิถีการขยายตัวของจักรวรรดิ คือเมื่อไม่สามารถนำเครื่องเทศเหล่านี้มาเพาะพันธุ์นอกเขตร้อนของโลกได้ เหล่าพ่อค้าและบริษัทต่างๆ
ก็ลงทุนลงแรงต่อเรือและจ้างคน เพื่อเดินทางไปเก็บเอาสินค้าเหล่านี้มาขาย ไม่ว่าจะเป็นกานพลู จันทน์เทศ พริกไทย อบเชย ชา กาแฟ ยาสูบ ฯลฯ ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อแรงงานในการผลิตและการรบของจักรวรรดิไม่เพียงพอ ก็ย่อมเดินทางออกแสวงหาคนมาเติมเข้าไปในกลไกของทุนนิยม เพื่อให้จักรวรรดิทำงานต่อไปได้ มิพักต้องนับการยึดครองดินแดนในเวลาต่อมา การค้าทาสกับการค้าเครื่องเทศดูมีอะไรเหมือนกันกว่าที่คิด

แผนที่เส้นทางการค้าเครื่องเทศ ที่มาของภาพ 

เครื่องเทศเป็นสินค้าที่เหมาะกับการค้าทางไกล เมื่อตากแห้งแล้วเครื่องเทศจะมีลักษณะเบา สามารถส่งลงเรือได้จำนวนครั้งละมากๆ และสามารถแยกบรรจุหีบห่อภาชนะได้หลากหลาย เรือพาณิชย์สามารถแวะถ่ายสินค้าบริเวณท่าเรือต่างๆ เพื่อให้พ่อค้าคนกลางรับซื้อใส่ภาชนะหีบห่อขึ้นหลังม้า หลังอูฐ หรือหลังช้างและนำไปค้าขายบนเส้นทางการค้าทางบกได้ในทุกรูปแบบ ทั้งบนที่ราบลุ่ม ในแม่น้ำลำคลอง หรือขึ้นไปที่ราบสูง ไปสู่แนวเทือกเขาที่ไกลออกไป การค้าทางไกลมีพลังงานอันน่าพิศวงเช่นนี้

แน่นอนว่า ราคาสินค้าจะผันแปรไปตามปัจจัยหลายๆ ปัจจัย ตั้งแต่แหล่งผลิตยันปลายทาง ยิ่งต้นทุนการขนส่งสูงเท่าใด ราคาของสินค้าก็ยิ่งสูงขึ้นไปเท่านั้น กำไรของการค้าทางไกลสูงถึงขนาดว่า เพียงแค่ขายสินค้าหนึ่งในหกของปริมาณสินค้าทั้งหมด พ่อค้าก็ได้กำไรแล้ว

เมื่อพูดถึงเรื่องการค้า แน่นอนว่าย่อมต้องมีการแข่งขัน และยิ่งการค้าที่มีกำไรสูงเช่นนี้ การแข่งขันก็ย่อมจะทวีความเข้มข้นและรุนแรงตามไปด้วย

ยุโรปเหนือและชัยชนะของการพัฒนาทุนนิยม

ขณะที่ก่อนศตวรรษที่ 16 การค้าทางไกลตะวันตกและตะวันออกจะมีอยู่ในระนาบจากตะวันออกคือจีนและมาเลย์ เชื่อมต่อไปอินเดียและตลาดอาหรับและต่อไปถึงพ่อค้าในลิแวนต์และเวนิส

แต่ในศตวรรษที่ 16 ยุโรปเหนือจะเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันทางด้านการค้าทางไกล ทั้งนี้เนื่องจากเริ่มมีการบุกเบิกความสัมพันธ์ทางการผลิตแบบทุนนิยมสำเร็จตั้งแต่ในอังกฤษและต่อมาที่อื่นๆ ของภูมิภาคซึ่งในแง่หนึ่งคือการกำเนิดของความตึงเครียดในคริสตจักร ซึ่งมีส่วนสำคัญของการนำไปสู่การปฏิรูปคริสต์ศาสนา
(The Reformation) ด้วย

31 ธันวาคม ค.ศ.1602 บริษัทอินเดียตะวันออกได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 1 ในการออกเรือ ด้านหนึ่งนี้คือการท้าทายอำนาจศาสนจักรคาธอลิกของสองมหาอำนาจแหลมไอบีเรียนคือสเปนและโปรตุเกส ผู้ออกเดินเรือการค้าทางไกลมาก่อน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เผยให้เห็นกระบวนการทำงานปกติของระบบทุนนิยม ทุนเก่าที่ไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีทางการผลิตได้ทันสมัยจะเสื่อมลงไป มีพลังทางการผลิตใหม่เข้ามาแทนที่

สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 1 ที่มาของภาพ

จักรวรรดิการค้าเสรี

อังกฤษภายใต้สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 1 มุ่งหมายขยายการค้าเสรี โดยวิจารณ์สเปนและโปรตุเกสว่าเป็นพวกชอบผูกขาดการค้า มักจะให้ประเทศอื่นๆ ค้าแต่กับตนแต่เพียงผู้เดียว ราชินีจึงส่งสารไปถึงเหล่าผู้นำของดินแดนต่างๆ ว่า อังกฤษมีความนิยมในการค้าเสรีมากกว่า (ซึ่งคงต้องดูเป็นกรณีๆ ไป เพราะบางกรณีอังกฤษก็ไม่เสรีนัก)

สารแสดงความมุ่งหมายเรื่องการค้าเสรีนี้ ถูกส่งไปกับกองเรือแรกของบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ ซึ่งมีผู้บัญชาการนามว่าเจมส์ แลงคาสเตอร์

เจมส์ แลงคาสเตอร์ ผู้บัญชาการกองเรือบริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษคนแรก
ที่มาของภาพ

ผู้บุกเบิก

เจมส์ แลงคาสเตอร์เกิดในเมืองบาซิงสโตคช่วงกลางทศวรรษ 1550 ในช่วงก่อร่างสร้างตัว เขาเดินทางไปโปรตุเกส และเข้าทำงานกับบริษัทการค้าต่างๆ ซึ่งทำให้เขาเรียนรู้ทั้งทางด้านการค้าและทางการทหาร
ต่อมาเขาทำงานให้กับบริษัทลิแวนต์ และได้ตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการเรือสินค้าด้วย ประสบการณ์การเป็นกัปตันเช่นนี้ทำให้แลงคาสเตอร์เป็นมืออันดับต้นๆ ของบริษัททีเดียว

เรือเรด ดรากอน ที่มาของภาพ

แลงคาสเตอร์ออกเรือชื่อเรด ดรากอนในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1601 เรือมีขนาด 600 ตัน มีลูกเรือ 200 คน พร้อมด้วยกองเรืออีกจำนวนหนึ่ง พวกเขาแวะอ่าวเทเบิลที่แอฟริกาใต้ และพบว่าที่นั่นมีการแลกเปลี่ยนในอัตราแปลกๆ เช่นเหล็กเก่าๆ หนึ่งชิ้นสามารถนำไปแลกแกะได้ หรือถ้ามีสองชิ้นก็แลกวัวได้ทีเดียว

กองเรือบริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษของแลงคาสเตอร์แวะเกาะมาดากัสการ์ ต่อมาข้ามไปสู่เกาะนิโคบาร์ และสุดท้ายไปทอดสมออยู่ที่อาเจะห์ อันเป็นเมืองท่าที่มีผู้ค้าขายมากมาย ทั้งจากคุชราต เบงกอล พม่ารวมทั้งจากปาตานีด้วย

อาเจะห์เป็นเมืองแรกๆ ที่กองเรือของบริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษคุ้นเคย โดยเมืองนี้เป็นดังประตูของชาวมุสลิมจากทางตะวันออกทั้งหมดเพื่อไปสู่มักกะฮ์ กองเรือของเจมส์ แลงคาสเตอร์ประสบความสำเร็จค่อนข้างดี และปูทางไปสู่การขยายตัวของบริษัทต่อไป

รูปเจ้าหน้าที่บริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษ ที่มาของภาพ

มีเกร็ดอยู่ว่า แลงคาสเตอร์มีเคล็ดลับในการทำให้ลูกเรือทั้ง 200 คนของเขาทนสภาพอันโหดร้ายของการเดินทางได้ คือเขาสั่งให้ทุกคนต้องดื่มน้ำมะนาวเข้มข้นสามช้อนโต๊ะทุกเช้า ผลก็คือลูกเรือเขามีภูมิต้านทานดีขึ้น

นี่เป็นเกร็ดที่ดูเล็กแต่ไม่เล็ก เพราะบริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษต่อมาจะเป็นหัวหอกในการยึดอนุภาคอินเดียทั้งทวีป และทำให้อังกฤษกลายเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 19.

ภาพประกอบ : ชุติมณฑน์ ปทาน

 

Comments

Latest Article