Infographic

10 จุดกำเนิดของสรรพสิ่ง  จาก ‘เอกภพ’ ถึง ‘กระดาษโพสต์อิต’

Quick Facts

ปริศนาแห่งจักรวาลเป็นสิ่งที่มนุษย์ใคร่ค้นหาคำตอบมาตลอด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกของเราและเรื่องกระจุกกระจิกของมนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลอันมหึมาเช่นกัน การจะรู้จักกับตัวเราและเอกภพได้ ก็ต้องรู้จักกับจุดกำเนิดของสรรพสิ่งเสียก่อน วันนี้สำนักพิมพ์ยิปซีขอพาผู้อ่านไปสำรวจ 10 จุดกำเนิดตั้งแต่เอกภพเมื่อหลายหมื่นล้านปีก่อนไปจนถึงกระดาษโพสต์อิตแผ่นกระจ้อยบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ
10 จุดกำเนิดของสรรพสิ่ง 
จาก ‘เอกภพ’ ถึง ‘กระดาษโพสต์อิต’


1.กำเนิดเอกภพ 13.8 พันล้านปีก่อน

เดิมทีนักวิทยาศาสตร์ยังเชื่อกันว่าเอกภพนั้นเป็นนิรันดร์และไม่มีขอบเขตสิ้นสุด แต่หลักฐานการขยายตัวของเอกภพ กาแล็กซีเคลื่อนตัวห่างกันเรื่อยๆ และรังสีไมโครเวฟที่แผ่ไปทั่วทุกหนแห่งในอวกาศ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต่างเห็นตรงกันว่า เอกภพนั้นต้องเคยมีขนาดเล็กกว่านี้และมีจุดกำเนิดที่แน่นอน และพวกเขาได้ข้อสรุปจากการคำนวณการเคลื่อนที่และอัตราการขยายตัวว่า จุดเริ่มต้นของเอกภพจะต้องมาจากการระเบิดขยายตัวอย่างฉับไวและรุนแรงที่เรียกว่า ‘บิ๊กแบง’ (Big Bang) เมื่อ 13.8 พันล้านปีที่แล้ว หลังจากนั้นสสารและพลังงานที่กระจายออกมาจึงค่อยๆ รวมตัวกันเป็นดาว กาแล็กซี และมวลสารที่ล่องลอย แต่คำถามว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนบิ๊กแบงยังคงเป็นปริศนาลึกลับอยู่


2.กำเนิดโลก 4,500 ล้านปีก่อน

เมื่อดวงอาทิตย์ถือกำเนิดขึ้น สสารและอนุภาคฝุ่นต่างๆ ได้ถูกแรงดึงดูดของดาวฤกษ์ยักษ์พัดวนจนกลายเป็นแผ่นจานขนาดมหึมาล้อมรอบ ระหว่างที่เศษฝุ่นโคจรไปรอบดวงอาทิตย์ ก็เริ่มจับตัวกันกลายเป็นก้อนแข็งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่า ‘พลาเนเตซิมัล’ (planetesimal) เมื่อพลาเนเตซิมัลจับตัวก้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เติบโตเป็นดาวเคราะห์ขึ้นมา และกลายมาเป็นดาวบริวารในระบบสุริยะ รวมถึงโลกของเรา 

โลกในยุคแรกเป็นดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยหินหลอมเหลวและภูเขาไฟลุกโชน มีอุกกาบาตตกลงมาตลอดเวลา อุณหภูมิก็สูงมาก มีฟ้าแลบอยู่ตลอดจนสภาพของโลกในยุคนี้ถูกเปรียบกับนรก ต้องใช้เวลาราว 400 ล้านปีก่อนอุณหภูมิจะลดลง และเกิดมหาสมุทรขึ้น


3.กำเนิดชีวิต 3,500 ล้านปีก่อน 

ในยุคที่ทั่วโลกยังปกคลุมไปด้วยมหาสมุทรใหญ่โตมโหฬารและเต็มไปด้วยภูเขาไฟ แต่คาดว่าจุดกำเนิดของทุกชีวิตบนโลกที่แท้จริงนั้นลึกลงไปถึงก้นสมุทร และแหล่งปูมฟักชีวิตแรกนี้คือปล่องน้ำร้อนก้นสมุทร 

ปล่องน้ำร้อนนี้เกิดจากรอยแตกบนเปลือกโลกใต้ก้นสมุทร น้ำทะเลที่ไหลลงไปในปล่องจะถูกความร้อนจากแมกมาใต้เปลือกดันขึ้นมาด้วยอุณหภูมิที่สูงในสภาพที่เป็นด่าง แร่ธาตุอันอุดมสมบูรณ์รอบผนังปล่องถูกดันขึ้นมาเช่นกัน ทั้งธาตุคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไฮโดรเจน ฟอสเฟต ไนโตรเจน แอมโมเนีย และธาตุโลหะต่างๆ มากระจุกกันในน้ำที่มีอุณหภูมิและสภาพกรด-ด่างเหมาะกับการทำปฏิกิริยาทางเคมีกันจนเกิดเป็นโปรตีน กรดอะมิโน และ อาร์เอ็นเอ อันเป็นองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตขึ้นมา จากนั้นองค์ประกอบเหล่านี้ก็พัฒนามากขึ้นจนรวมตัวเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และวิวัฒนาการต่อมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นชีวิตทั่วโลก 
 

4.กำเนิดชีวิตบนบก 480-380 ล้านปีก่อน

ฟอสซิลพืชและเห็ดราเริ่มขึ้นมาบนบกและแพร่ขยายพันธุ์ไปทั่วจนแผ่นดินกลายเป็นพื้นที่เขียวชอุ่ม เพียงไม่กี่สิบล้านปีต่อมา สัตว์ขาปล้องก็เริ่มตามขึ้นมาบนบกพร้อมสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มอื่น แต่ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปเมื่อ 400  ล้านปีก่อน ปลาบางกลุ่มได้พัฒนาครีบพิเศษที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและปอด พวกมันสามารถขึ้นบกเพื่อข้ามไปยังอีกแหล่งน้ำหนึ่งได้ นานวันเข้าปลาเหล่านี้ก็ปรับตัวกับชีวิตบนบกได้มากขึ้นจนเกิดเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และวิวัฒนาการต่อเป็นสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในภายหลัง


5.กำเนิดมนุษย์ 2.3 ล้านปีก่อน

โฮโม ฮาบิลิส (Homo habilis) ถือเป็นวานรสกุล ’โฮโม’ กลุ่มแรก มีอยู่ชีวิตอยู่เมื่อ 2.3 ล้านปีก่อน หากจะพูดอย่างเข้าใจง่ายก็คือโฮโม ฮาบิลิสนี่เองที่ถือเป็นต้นกำเนิดที่เก่าแก่ที่สุดของสายพันธุ์ของมนุษย์ แม้จะมีลักษณะหลายอย่างคล้ายคลึงกับ ‘ออสตราโลพิเธคัส’ (Australopithecus) ที่เป็นบรรพบุรุษที่เก่าแก่กว่าและมีรูปร่างลักษณะคล้ายชิมแปนซี แต่โฮโม ฮาบิลิสกลับมีพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมที่ต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด 

มนุษย์ยุคแรกเหล่านี้ผลิตเครื่องมือทำจากหิน โดยนำมากระเทาะเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อการใช้งานที่เหมาะสม อีกหลักฐานยังพบว่ามนุษย์ดึกดำบรรพ์กลุ่มนี้ยังรู้จักสร้างกระท่อมแบบง่ายๆ ด้วยหิน ไม้ และหนังสัตว์ด้วย นักมานุษยวิทยาจึงจัดให้ยุคของโฮโม ฮาบิลิสเป็นจุดเริ่มต้นของยุคหินเก่า (Paleolithic) 


6.กำเนิดเมือง 11,000 ปีก่อน

มนุษย์สมัยใหม่เริ่มเดินทางออกจากแอฟริกาเมื่อ 8 หมื่นปีก่อน จุดแวะพักแรกของพวกเขาคือตะวันออกกลาง นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนครแห่งแรกของโลกจึงถือกำเนิดขึ้นในภูมิภาคแห่งนี้ สังคมเมืองนั้นเกิดขึ้นได้เพราะมนุษย์รู้จักการทำกสิกรรมขึ้น ทำให้มีอาหารเพียงพอที่จะรองรับประชากรใหญ่ขึ้น นานวันเข้า ประชากรกลุ่มอื่นในละแวกใกล้เคียงก็เริ่มย้ายเข้ามาในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเมืองในที่สุด
เมืองที่เก่าแก่ที่สุดคือ ‘เจริโค’ (Jericho) ในประเทศจอร์แดนปัจจุบัน มีหลักฐานการเริ่มตั้งชุมชนในบริเวณเมืองตั้งแต่ 11,000 ปีที่แล้ว รอบตัวเมืองยังพบร่องรอยของกำแพงทำจากอิฐ บ้านเรือนทำจากอิฐและดินเหนียว คาดว่ามีผู้อาศัยในนครโบราณแห่งนี้มากถึง 2-3 พันคน แม้ในปัจจุบันเมืองเจริโคยังมีผู้คนอาศัยอยู่


7.กำเนิดสุราเมรัย 9000-5500 ปีก่อน

มนุษย์อาจค้นพบการหมักแอลกอฮอล์ในเวลาไล่เลี่ยกับการทำเกษตร เกษตรกรในยุคแรกๆ อาจค้นพบแอลกอฮอล์โดยบังเอิญเมื่อธัญพืชที่พวกเขาเก็บไว้มีเชื้อยีสต์เข้ามากัดกินจนส่งกลิ่นยียวนชวนแปลกใจ ปฏิกิริยาที่เกิดจากการหมักยังเป็นตัวช่วยถนอมอาหารอีกด้วย มนุษย์จึงเริ่มนำข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ส่วนเกินมาหมักเพื่อความสะอาดในยุคที่สุขาภิบาลยังไม่พัฒนามากนัก 

แต่นอกจากเพื่อสุขอนามัยแล้ว ฤทธิ์มึนเมาของมันยังช่วยสร้างความบันเทิงให้ผู้ดื่มด้วย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในวัฒนธรรมแทบทั้งโลก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุถึง 9 พันปี ถูกค้นพบในประเทศจีน ส่วนผสมของมันทำจากข้าวสาลี องุ่น และน้ำผึ้ง ส่วนไวน์องุ่นที่เก่าแก่ที่สุดถูกค้นพบในอิหร่าน ไวน์อายุ 7 พันปีนี้หมักจากองุ่นและลูกเกดอย่างดี 


8.กำเนิดกระดาษชำระ ศตวรรษที่ 6, ช่วงปี 1857

มีบันทึกว่า ชาวจีนนำกระดาษมาใช้เช็ดก้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 6 แล้ว โดยบางครั้งอาจนำกระดาษเอกสารที่เหลือทิ้งมาใช้ หรือแม้แต่กระดาษที่ผลิตมาเพื่อเช็ดก้นโดยเฉพาะ จักรพรรดิหงอู่ ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงก็ยังเคยสั่งซื้อกระดาษชำระอบร่ำแบบอ่อนนุ่มพิเศษถึง 15,000 แผ่นสำหรับใช้ในกิจส่วนตัวของราชสำนัก 

ส่วนกระดาษชำระพาณิชย์ที่เรารู้จักในปัจจุบันถือกำเนิดขึ้นในปี 1857 เมื่อ โจเซฟ กาเยตตี(Joseph Gayetty) ได้ประกาศโฆษณาลงหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ นั่นคือ ‘กระดาษชำระเคลือบยา’ (Gayetty Medicated Paper) สำหรับเช็ดก้นหลังเสร็จกิจ แม้จะมีเสียงหัวเราะเยาะต่อกระดาษชำระ แต่บุคลากรทางการแพทย์กลับนำแนวคิดของกาเยตตีไปใช้ ใครจะรู้ว่าอีกไม่กี่ทศวรรษต่อมา สิ่งประดิษฐ์ของกาเยตตีจะกลายเป็นของสำคัญที่ผู้คนขาดไม่ได้เวลาต้องปลดทุกข์


9.กำเนิดคีย์บอร์ด QWERTY ปี 1872

กล่าวได้ว่าคีย์บอร์ดมาตรฐานโลกในปัจจุบันคือคีย์บอร์ดที่มีอักษรละตินเรียงแบบ QWERTY ต้นกำเนิดของแป้นพิมพ์ที่เราใช้กันนี้มาจากศตวรรษที่ 19 เมื่อนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน 3 คน คริสโตเฟอร์ ลาแธม โชลส์ (Christopher Latham Sholes) ซามูเอล โซล (Samuel Soule) และคาร์ลอส กลิดเดน (Carlos Glidden) ได้ออกแบบเครื่องพิมพ์ดีดขึ้นมา แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือทำไมตัวอักษรถึงได้เรียงกันมั่วซั่วจนต้องนั่งหาก่อนจะจิ้มนิ้วลงไปบนแป้นพิมพ์แทนที่จะใช้พิมพ์สัมผัสได้ทันที มีคำอธิบายว่ามันเป็นการนำคีย์บอร์ดดั้งเดิมของเปียโนมาเรียงใหม่และสุ่มบางส่วนขึ้น 

อีกตำนานก็เล่าว่าการเรียง QWERTY ทำให้เซลส์แมนสามารถพิมพ์คำว่า “TYPE WRITER QUOTE” ได้อย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้า บ้างก็ว่าเป็นการสุ่มตัวอักษรเพื่อให้นักพิมพ์ดีดช้าลง เพราะเครื่องพิมพ์ดีดของพวกเขาติดขัดได้ง่าย แต่ก็ยังไม่มีอะไรมายืนยันข้อนี้ แม้ว่าคู่แข่งจะออกแบบคีย์บอร์ดที่ ‘เมคเซนส์’ กว่านี้หลายเจ้า แต่กลับไม่มีใครสามารถตีตลาดได้เหมือน QWERTY อีกแล้ว บางทีการจัดเรียงแป้นพิมพ์แบบนี้อาจไม่มีเหตุผลอะไรก็ได้ การจะเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งโลกก็เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว 


10.กำเนิดกระดาษโพสต์อิต ปี 1977-1980

‘กระดาษโพสต์อิต’ (Post-It) เป็นหนึ่งในความบังเอิญของการค้นพบที่แทบจะไม่เกี่ยวข้องกับกระดาษ ต้นกำเนิดของมันมาจาก นาย ‘สเปนเซอร์ ซิลเวอร์’ (Spencer Silver) แห่งบริษัท 3M ได้พยายามพัฒนากาวเหนียวแน่นชนิดพิเศษขึ้นมา แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นกาวฤทธิ์เบาบางที่สุด แต่มีความพิเศษตรงที่มันไวต่อแรงดัน สามารถติดกับพื้นผิวและวัตถุต่างๆ ได้ด้วยการใช้แรงกดเบาๆ เท่านั้น ไม่ต้องใช้น้ำ หรือตัวทำละลายชนิดอื่นให้วุ่นวาย สามารถดึงออกได้ง่ายโดยไม่ทำความเสียหายให้พื้นผิว และยังคงรักษาความเหนียวไว้ได้นานด้วย

ในปี 1974 นายอาร์เธอร์ ฟราย (Arthur Fry) ได้ฟังถึงผลงานกาวชนิดใหม่ของซิลเวอร์ ด้วยความที่เขาไปโบสถ์ประจำ และมักมีปัญหาเรื่องที่คั่นหนังสือชอบร่วงจากหนังสือเพลงนมัสการ ฟรายจึงเกิดแนวคิดที่จะนำกาวมาติดกับที่คั่นหนังสือแทน แนวคิดนี้ถูกต่อยอดด้วยการออกแบบกระดาษโน้ตอเนกประสงค์ที่ใช้งานซ้ำได้ ส่วนกระดาษสีเหลืองที่ติดตานั้นมีที่มาจากเศษกระดาษเหลือสีเหลืองในออฟฟิศของฟรายที่ใช้ทดลองก่อน

ปี 1977 บริษัท 3M ก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘Press ’n Peel’ ขึ้น แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขาจึงแจกตัวอย่างทดลองใช้ฟรี และเปลี่ยนชื่อมันเป็น ‘Post-It’ และวางแผงจนดังไปทั่วโลกในปี 1980 จนถึงปัจจุบัน 


เรื่อง อันโตนิโอ โฉมชา 
ภาพประกอบ เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข

ข้อมูลจากหนังสือ The Origin of (almost) Everything จุดกำเนิดของโลก ชีวิต จักรวาล และ (เกือบ) ทุกสิ่ง / เขียน : เกรแฮม ลอว์ตัน /แปล : ธิดา จงนิรามัยสถิต