Infographic

รู้จัก 6 ตัวละครสำคัญของ 'กลุ่มต่อต้านนาซีเยอรมัน'

Quick Facts

 นโยบายสุดโต่งของฮิตเลอร์ ไม่ว่าจะเป็นการรุกรานประเทศอื่นหวังขยายดินแดน อันเป็นชนวนนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 การคุกคามศาสนา รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวนับล้านทั่วยุโรป ทำให้ชาวเยอรมันจำนวนหนึ่ง ประกอบด้วยนายทหาร นักการเมือง นักธุรกิจ นักการทูต ทนายความ ตำรวจ เชื้อพระวงศ์ ยันประชาชนธรรมดา ตัดสินใจรวมตัวกันเป็นกลุ่มต่อต้านนาซีเยอรมัน (German Resistance to Nazism) ขึ้น โดยมีเป้าหมายเดียวคือ ล้มล้างระบอบนาซี โค่นฮิตเลอร์ลงจากอำนาจให้จงได้
รู้จัก 6 ตัวละครสำคัญของ 'กลุ่มต่อต้านนาซีเยอรมัน'
.
.
ปี ค.ศ. 1933 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมัน จากนั้นเขาสั่งกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างถอนรากถอนโคน แล้วรวบอำนาจไว้เบ็ดเสร็จไว้แต่เพียงผู้เดียว ก่อนสถาปนาขึ้นเป็นผู้นำแห่งอาณาจักไรช์ที่ 3 (ฟือเรอร์)
.
อย่างไรก็ตาม นโยบายสุดโต่งของฮิตเลอร์ ไม่ว่าจะเป็นการรุกรานประเทศอื่นหวังขยายดินแดน อันเป็นชนวนนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 การคุกคามศาสนา รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวนับล้านทั่วยุโรป ทำให้ชาวเยอรมันจำนวนหนึ่ง ประกอบด้วยนายทหาร นักการเมือง นักธุรกิจ นักการทูต ทนายความ ตำรวจ เชื้อพระวงศ์ ยันประชาชนธรรมดา ตัดสินใจรวมตัวกันเป็นกลุ่มต่อต้านนาซีเยอรมัน (German Resistance to Nazism) ขึ้น โดยมีเป้าหมายเดียวคือ ล้มล้างระบอบนาซี โค่นฮิตเลอร์ลงจากอำนาจให้จงได้
.
วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ 6 ตัวละครสำคัญของฝ่ายต่อต้าน ที่อยู่เบื้องหลังแผนการก่อรัฐประหารและลอบสังหารท่านผู้นำ
.
.
1.พล.ต. ฮันส์ โอสเทอร์
.
พล.ต.ฮันส์ โอสเทอร์ (Hans Oster) เกิดปี 1887 ลูกชายของบาทหลวงในเมืองเดรสเดิน ศรัทธาในนิกายโปรเตสแตนต์อย่างแรงกล้า แต่เลือกเดินทางสายทหารเพราะเลือดรักชาติและใจนิยมกษัตริย์ เคยได้รับเหรียญกล้าหาญจากสงครามโลกครั้งที่ 1
.
โอสเทอร์ได้ชื่อว่าเป็นนายทหารมากความสามารถ ใจเด็ด เหลี่ยมจัด หน้าตาหล่อเหลา และเป็นเสือผู้หญิง ปี 1933 เขาถูกปลดจากกองทัพเพราะลักลอบเป็นชู้กับภรรยาของศาสตราจารย์มีชื่อเสียงคนหนึ่ง แต่ พล.ร.อ.วิลเฮล์ม คานาริส ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองทางทหารของเยอรมัน (อับแวร์) ผู้เป็นสหาย ได้ช่วยเหลือให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้านกิจการพลเรือในอับแวร์ ดูแลด้านการต่อต้านจารกรรม ด้วยตำแหน่งหน้าที่ในอับแวร์ ทำให้โอสเทอร์ได้เห็นภาพความรุนแรง ข่มขู่คุกคาม และทุจริตของรัฐบาลนาซี โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนรักของเขาถูกนาซีฆ่าตายในราตรีแห่งมีดยาว เดือนมิถุนายน ปี 1934 เขาเกลียดชังฮิตเลอร์และนาซีมาตั้งแต่นั้น
.
โอสเทอร์เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มต่อต้านนาซีเยอรมัน โน้มน้าวชักจูงนายทหารระดับสูงในกองทัพเข้าร่วมขบวนการในยุคแรกๆ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการวางแผนก่อรัฐประหารในปี 1938 และอยู่เบื้องหลังแผนลอบสังหารฮิตเลอร์หลายครั้ง
.
ปี 1943 โอสเทอร์และสมาชิกหลายคนถูกเจ้าหน้าที่เกสตาโปบุกเข้าจับกุม พร้อมยึดหลักฐานเอกสารสำคัญเกี่ยวกับรายชื่อสมาชิกฝ่ายต่อต้าน เขาถูกปลดจากตำแหน่งและถูกกักบริเวณภายในบ้านพัก ก่อนย้ายไปขังในคุกเกสตาโป สุดท้ายศาลพิพากษาประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ในวันที่ 9 เมษายน ปี 1945
.
.
2.จอมพลแอร์วีน ฟอน วิทซ์เลเบิน
.
จอมพลแอร์วีน ฟอน วิทซ์เลเบิน (Erwin von Witzleben) อดีตผู้บังคับการมณฑลทหารโกรส-แบร์ลีน ประจำกรุงเบอร์ลิน นายทหารผู้เกลียดนาซีเข้าไส้ ถึงขนาดกล้าพูดต่อหน้าคนอื่นว่าไม่ยอมรับฮิตเลอร์ในฐานะฟือเรอร์ (ท่านผู้นำ) แถมยังเรียกฮิตเลอร์ว่า 'หัวหน้าคนงาน' หรือ 'อดอล์ฟ'
.
วิทซ์เลเบินเป็นนายทหารสายปะทะที่รู้ผิดชอบชั่วดี ยึดมั่นถือมั่นในธรรมเนียมอัศวินแบบนายทหารปรัสเซีย การเข้าร่วมของเขาทำให้ฝ่ายต่อต้านสามารถเข้าถึงกำลังทหารแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน วิทซ์เลเบินเป็นหนึ่งในผู้วางแผนรัฐประหารในปี 1938 (เขาถูกวางตัวเป็นผู้บัญชาการแวร์มัคในรัฐบาลเงาด้วย) ทั้งยังเห็นดีเห็นงามกับการลอบสังหารฮิตเลอร์
.
หลังปฏิบัติการวาลคีรีล้มเหลว เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 1944 เครือต่อต้านถูกทลาย วิทซ์เลเบินถูกจับกุมและเป็นจำเลยรายแรกที่ถูกนำขึ้นศาล เขาถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยสายเปียโนอย่างเสื่อมเกียรติ ในวันที่ 8 สิงหาคม 1945
.
.
3.ดร.คาร์ล ฟรีดริช เกอร์เดอเลอร์
.
ดร.คาร์ล ฟรีดริช เกอร์เดอเลอร์ (Carl Friedrich Goerdeler) คือนักการเมืองท้องถิ่นผู้ประสบความสำเร็จ เขาก้าวถึงจุดสูงสุดของหน้าที่การงานด้วยการเป็นนายกรัฐมนตรีนครไลพ์ซิซ
.
ช่วงแรกที่นาซีเฟื่องฟู เกอร์เดอเลอร์สนับสนุนให้ฮิตเลอร์ขึ้นสู่อำนาจ ทว่าเกิดขัดแย้งกับพรรคนาซีท้องถิ่น เนื่องจากเขาปฏิเสธไม่ยอมชักธงสวัสดิกะขึ้นสู่ยอดเสาศาลาว่าการ รวมทั้งไม่ยอมเปลี่ยนชื่อถนนที่ตั้งตามชื่อยิว เป็นที่รู้ว่าเกอร์เดอเลอร์ต่อต้านการข่มเหงยิวมาตลอด เขาใช้อำนาจหน้าที่ยับยั้งไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำร้ายชาวยิวด้วย กระทั่งจุดแตกหักที่ทำให้เขาหันมาร่วมก่อตั้งฝ่ายต่อต้านคือ ปฏิเสธไม่ยอมรื้ออนุสาวรีย์เมเดิลส์โซน คีตกวีผู้ยิ่งใหญ่เชื้อสายยิว ตามคำสั่งของนาซี
.
หน้าที่หลักของเกอร์เดอเลอร์ในฝ่ายต่อต้านคือ คอยปลุกปั้นสมาคมต่างๆ ชักชวนนายทหาร นักธุรกิจ และนักการเมืองทั้งในและต่างประเทศที่มี 'แวว' ให้หันมาต่อต้านนาซี รวมถึงอาสาทำหน้าที่ทูตเจรจาประสานงานกับบุคคลสำคัญทั่วยุโรป เช่น ผู้นำกลุ่มไซออนิสต์ ข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองอังกฤษ เพื่อชักจูงให้สนับสนุนขบวนการโค่นล้มฮิตเลอร์
.
หลังปฏิบัติการวาลคีรีล้มเหลว เกอร์เดอเลอร์กลายเป็นหนึ่งในอาชญากรที่เยอรมันต้องการตัวที่สุด (ค่าหัว 1 ล้านมาร์ค) เขาถูกไล่ล่าจากเกสตาโป ต้องหลบซ่อนตามบ้านเพื่อนสลับกับนอนในป่า ปลอมตัวเป็นผู้ลี้ภัยมุ่งหน้าไปยังปรัสเซียตะวันออก สุดท้ายเขาถูกจับกุมตัวได้ขณะแวะพักทานอาหารในโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่ง ชาวบ้านจำหน้าเขาได้จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่จับ
.
ช่วงที่ถูกคุมขัง เกอร์เดอเลอร์เขียนคำร้องขึ้นหลายฉบับเพื่ออธิบายถึงแรงจูงใจในการต่อต้านระบอบนาซี "ผมเอาทุกอย่างมาเดิมพันเพื่อปกป้องคนรุ่นถัดไป ผมทำสุดความสามารถแล้วในการปกป้องพวกคุณ การข่มเหงและประหัตประหารที่ฮิตเลอร์ทำต่อพวกคุณเป็นเรื่องที่เหี้ยมผิดมนุษย์" ถึงขั้นขอเข้าพบฮิตเลอร์ตัวต่อตัว ทว่าไม่เป็นผล เกอร์เดอเลอร์ถูกแขวนคอในเดือนกุมภาพันธ์ 1945
.
.
4.ฮันส์ แบรนด์ กีเซวิอุส
.
ฮันส์ แบรนด์ กีเซวิอุส (Hans Bernd Gisevius) อดีตเจ้าหน้าที่สืบราชการลับของหน่วยเกสตาโปผู้ฉลาดหลักแหลม เคยฝักใฝ่นาซีก่อนเปลี่ยนใจหันมาร่วมกับกลุ่มต่อต้าน กีเซวิอุสมีส่วนสำคัญในการวางแผนก่อรัฐประหารรัฐบาลฮิตเลอร์ในปี 1938 ภายใต้แนวคิดสุดโต่ง "นาซีต้องถูกบดขยี้ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหนก็ตาม"
.
ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษด้านกิจการพลเรือนของอับแวร์ กีเซวิอุสใช้ตำแหน่งและเส้นสายในแวดวงตำรวจระดับสูงเพื่อหาข้อมูลลับจากวงในคอยป้อนให้ฝ่ายต่อต้าน รวมถึงเดินสายชักจูงผู้บัญชาการทหารระดับสูงให้มาสนับสนุนในการทำรัฐประหารในปี 1938
.
หลังการลอบสังหารวันที่ 20 ก.ค. 1944 มีสมาชิกฝ่ายต่อต้านนับพันคนถูกจับกุม กีเซวิอุสใช้ความฉลาดหลักแหลมหนีเอาตัวรอดมาได้ เขาหลบซ่อนตัวอยู่ในเซฟเฮาส์กลางกรุงเบอร์ลิน ก่อนพรรคพวกชาวอเมริกันยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ด้วยการออกบัตรประจำตัวเกสตาโป พร้อมหนังสือเดินทางปลอม สุดท้ายสามารถลักลอบข้ามชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ได้เป็นอิสระ กีเซวิอุสถือเป็นแกนนำคนสำคัญของฝ่ายต่อต้านเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้.
.
.
5.พล.ต. เฮนนิง ฟอน เทรสโค
.
พล.ต. เฮนนิง ฟอน เทรสโค (Henning von Tresckow) นายทหารสังกัดหมู่กองทัพกลางของแนวรบตะวันออก สาวกนาซีกลับใจเพราะรับไม่ได้กับอาชญากรรมที่นาซีก่อ โดยเฉพาะเหตุการณ์ทำร้ายชาวยิวในคืนกระจกแตก รวมถึงการสังหารหมู่ในโปแลนด์
.
อิทธิพลของเทรสโคนับว่าเข้มแข็งมากในหมู่ผู้บัญชาการทหารในแนวรบตะวันออก บารมีเหลือล้น มีทักษะการโน้มน้าวสูง เทรสโคกลายเป็นศูนย์กลางของฝ่ายต่อต้านในยุคหลัง ทั้งยังถือเป็นสมาชิกหัวรุนแรงที่สุดของฝ่ายต่อต้าน เขาเป็นต้นคิดวางแผนการสังหารฮิตเลอร์ ทั้งการใช้ระเบิดซ่อนในขวดเหล้า พลแม่นปืน และระเบิดพลีชีพ
.
หลังปฏิบัติการวาลคีรีล้มเหลว ฮิตเลอร์รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ พร้อมประกาศชำระแค้นกลุ่มต่อต้าน เทรสโคตระหนักถึงอันตรายที่กำลังมาถึงตัว เขาตัดสินใจยิงตัวตาย ขณะหลบหนีการไล่ล่าของหน่วยเกสตาโป ในวันที่ 21 ก.ค. 1944
.
6.พ.อ.เคลาส์ ฟอน ชเตาฟ์เฟินแบร์ค
.
พ.อ.เคลาส์ ฟอน ชเตาฟ์เฟินแบร์ค (Claus von Stauffenberg) บุรุษผู้เป็นภาพจำอันแจ่มชัดที่สุดเกี่ยวกับฝ่ายต่อต้านเยอรมัน นายทหารหนุ่มรูปงาม เจ้าเสน่ห์ ทว่าเข้มแข็งเฉียบขาด ผู้นำการลอบสังหารฮิตเลอร์ครั้งสุดท้ายที่โด่งดังที่สุด
.
เกิดในตระกูลขุนนางทางใต้ของเยอรมัน นิยมกษัตริย์ รักศิลปะ บทกวี ดนตรี และเป็นคาทอลิกที่เคร่งครัด รวมทั้งใฝ่ฝันถึงประเทศเยอรมันในอุดมคติ ชเตาฟ์เฟินแบร์เติบโตอย่างรวดเร็วในสายทหาร จนกลายเป็นดาวเด่นของกองทัพ ในฐานะเสนาธิการหนุ่มผู้ฉลาดเฉลียว ก่อนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนสูญเสียดวงตา แขน และนิ้วอีกสองนิ้วจากเครื่องบินยิงถล่มทางอากาศในสมรภูมิแอฟริกาเหนือ
.
"ถ้ามีโอกาส คุณสนใจจะนำฝ่ายต่อต้านในการโค่นล้มฮิตเลอร์และระบอบนาซีหรือเปล่า ?" ขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ชเตาฟ์เฟินแบร์คได้รับการชักชวนให้เป็นผู้นำกลุ่ม เขาตอบตกลงทันที เนื่องจากความโกรธแค้นต่ออาชญากรรมยิวและเชื่อว่าเยอรมันกำลังจะพ่ายแพ้สงคราม เพราะความบ้าของฮิตเลอร์
.
หลังรับรับตำแหน่งผู้นำกลุ่มต่อต้าน ชเตาฟ์เฟินแบร์คปฏิรูปโครงสร้างการบริหารองค์กรใหม่ รับสมาชิกเพิ่มเป็นจำนวนมาก ดำเนินการวางแผนการก่อรัฐประหารและลอบสังหารฮิตเลอร์อย่างเป็นระบบ โดยใช้ชื่อว่าปฏิบัติการ 'วาลคีรี' (Operation Valkylie)
.
วันที่ 20 กรกฎาคม 1944 ชเตาฟ์เฟินแบร์คเดินทางไปประชุมกับฮิตเลอร์ที่กองบัญชาการในแนวรบด้านตะวันออก หรือรังหมาป่า เขาลักลอบนำกระเป๋าบรรจุระเบิดไปวางไว้ใต้โต๊ะประชุม ก่อนหลบหนีออกมาเพื่อไปเตรียมก่อรัฐประหารที่กรุงเบอร์ลิน แต่โชคร้ายฮิตเลอร์รอดตาย แผนการพังไม่เป็นท่า ในที่สุดฝ่ายกบฎถูกกองกำลังของรัฐบาลปลดอาวุธ คืนเดียวกันนั้นชเตาฟ์เฟินแบร์ค พร้อมสมาชิกอีก 3 รายถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า.
.
.
เรื่อง : อินทรชัย พาณิชกุล
ภาพ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข
.
อ้างอิง
- หนังสือ The Plots Against Hitler : แผนลอบสังหารฮิตเลอร์ / เขียน:แดนนี ออบัค /แปล:ภก.กิตติชาติ บุณยะภักดิ์ / สำนักพิมพ์ยิปซี