Infographic

ชีวิตต้องสู้ของชาวอเมริกัน ในช่วง Great Depression 1929

ชีวิตต้องสู้ของชาวอเมริกัน
ในช่วง Great Depression 1929
.
.
ย้อนกลับไปในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม ปี 1929 ตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกาพังทลายลง ผู้คนจำนวนมากที่เคยทุ่มเงินลงทุนไปกับหุ้นแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว ในขณะที่ประชากรจำนวนมากที่ไม่ได้ข้องแวะกับตลาดหุ้นก็ไม่วายได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างเช่นเดียวกัน
.
เศรษฐกิจที่ล้มครืนในสหรัฐอเมริกาสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก มันได้รับขนานนามว่าเป็น ‘ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่’ (The Great Depression) นี่คือวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในศตวรรษที่ 20 และลากยาวไปตลอดช่วงยุค 1930 ถึงช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2
.
ชีวิตที่ขัดสนของชนชั้นแรงงานในยุคนั้นกลายเป็นภาพที่คอยเตือนใจผู้คนรุ่นหลังว่าระบอบเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินไปอยู่นั้นสามารถร่วงหล่นลงไปถึงจุดตกต่ำได้มากมายเพียงใด
.
Gypzy World ขอพาท่านย้อนกลับไปดภาพวิถีชีวิตผู้คนในสหรัฐอเมริกาท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจครั้งมโหฬารที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสต​ร์
.
.
1.ผู้คนตกงาน -​ ถูกตัดเงินเดือน
.
หลังตลาดหุ้นพังทลายลง ประชากรอเมริกันราว 1 ใน 4 กลายเป็นผู้ว่างงาน ส่วนคนที่โชคดียังมีงานทำก็ต้องประสบกับรายได้ที่ลดไปราว 60% ทว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ขอแค่มีงานทำพวกเขาก็พอใจแล้ว รายได้โดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์ของคนที่มีงานนั้นอยู่ที่ 17 ดอลลาร์เท่านั้น
.
.
2.รวมเป็นครอบครัวใหญ่เพื่อประหยัด
.
วิถีชีวิตจากครอบครัวเดี่ยวได้แปรเปลี่ยนเป็นครอบครัวรวมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่มากับบ้าน ซึ่งในบ้านหนึ่งอาจมีทั้งพ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ลุงป้านาอา และญาติอัดแน่นกันนับสิบชีวิตในพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร
.
.
3.วัยรุ่นลาออกจากโรงเรียนไปแสวงโชค
.
เด็กวัยรุ่นไม่น้อยต้องแบกรับความกดดันจากครอบครัวจนต้องระเห็จจากบ้านไปหางานทำไกลถิ่น ทั้งที่ในภาวะปกติพวกเขาควรจะได้เรียนอยู่ในไฮสคูลหรือมัธยมต้น ประมาณการณ์ว่าในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้มีผู้คนที่กลายเป็นคนเร่ร่อนพเนจรต่างถิ่นมากถึง 2 ล้านชีวิต ด้วยฐานะที่ยากจน วิธีที่วัยรุ่นเหล่านี้เดินทางคือการแอบขึ้นรถไฟฟรีเพื่อเดินทางไปเมืองหรือรัฐอื่น
.
ที่พักอาศัยชั่วคราวของพวกเขา ขณะตระเวนหางานตามเมืองต่างๆ คือ ชุมชนที่ประกอบด้วยบ้านเพิงหลังเล็กทำจากไม้และสังกะสีที่เรียกว่า ‘ฮูเวอร์วิลล์’ (Hoovervilles) ตามชื่อของประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ในสมัยนั้นที่ผู้คนมองว่าเป็นตัวการทำให้เศรษฐกิจแย่ลงโดยไม่มีการแก้ไขที่ดี
.
ส่วนเด็กที่มีอายุน้อยลงหน่อยจำเป็นต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยพ่อแม่หาเงิน ไม่ว่าจะรับจ้างขัดรองเท้าหรือทำงานเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ ส่วนเด็กในชนบทก็ต้องช่วยครอบครัวทำเกษตรกรรม
.
ผู้หญิงต้องออกจากบ้านไปทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวเช่นเดียวกัน แม้จะมีกระแสต่อต้านโดยผู้ชายว่ามาแย่งงาน ทั้งที่ตำแหน่งงานส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งที่ผู้ชายไม่ค่อยทำกันอย่างเป็นเลขา ครู เสมียน โอเปอเรเตอร์ พยาบาล แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ล้วนถูกกดค่าจ้าง ในขณะที่ผู้ชายในตำแหน่งเดียวกันกลับมีรายได้เต็มจำนวน
.
.
4.เสื้อผ้ามือสอง สาม สี่ ห้า
.
เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นถูกปะติดปะต่อด้วยเศษผ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รองเท้าหนังที่มีรูโหว่ก็ถูกซ่อมแซมด้วยวิธีการคล้ายกัน เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อเดินไปตามท้องถนนจะเห็นผู้คนที่สวมเสื้อผ้ามีรอยปะชุนชัดเจน เสื้อผ้าในครอบครัวจะเวียนกันใส่ ดังนั้นภาพของเด็กในชุดอันหลวมโคร่งที่ตกทอดมาจากพี่ๆ หรือพ่อแม่จึงกลายเป็นเรื่องปกติที่เห็นได้ทั่วไป
.
.
5.อาหารคนรวย v.s. อาหารคนจน
.
ชาวชนบทที่คลุกคลีกับพืชผลและปศุสัตว์ก็มีอาหารการกินไม่ต่างจากเดิมมาก เพราะจริงๆ แล้วผู้คนรอบนอกเมืองจำนวนมากยังอยู่ในสถานะที่ยากจนตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจกำลังเติบโตอยู่แล้ว รัฐบาลสมัยนั้นก็ไม่ได้มีมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้คนในเมืองกับชาวชนบทอย่างจริงจัง
.
อาหารหลักของชาวชนบทมีส่วนผสมหลักคือข้าวโพดที่นิยมปลูกกัน เช่น เค้กข้าวโพด (Cornmeal cake) หรือสมุนไพรท้องถิ่นอย่างซุปดอกแดนดิไลออน (Dandelion Soup) และไขมันหมูที่ใช้แทนเนย
.
ส่วนชนชั้นแรงงานหรือคนที่ตระเวนหางานในเมืองมักเลี่ยงไม่กินมื้อเย็นที่บ้านเพื่อให้ครอบครัวได้กินกันเพียงพอ โดยปกติครอบครัวชนชั้นแรงงานต้องพยายามเจียดเงินมาซื้ออาหารเท่าที่จำเป็น
.
กิจวัตรที่พวกเขาทำเป็นประจำคือการต่อแถวยาวเหยียดในตอนเย็นเพื่อรับมื้ออาหารเย็นฟรีที่แจกจ่ายโดยองค์กรการกุศลหรือโบสถ์ต่างๆ ส่วนมากอาหารจะมาในรูปแบบซุป โรงทานเหล่านี้จึงได้ชื่อว่า ‘Soup kitchen’ หลายครั้งองค์กรเหล่านี้ก็เปิดโรงทานตั้งแต่เช้าเพื่อตอบรับความต้องการของประชากร แต่ก่อนจะเข้าไปนั่งทานได้ก็ต้องมีการซักประวัติเพื่อดูว่ามีความจำเป็นจริงๆ หรือไม่
.
ในบ้านของชนชั้นแรงงานมักมีพื้นที่เล็กๆ สำหรับปลูกพืชผักกับสมุนไพรไว้เป็นอาหาร สำหรับชนชั้นมีฐานะ แม้จะมีรายได้ลดลง แต่ชีวิตพวกเขาก็ไม่ถึงขั้นยากลำบาก ชนกลุ่มนี้ยังออกไปตุนอาหารตามห้างร้านได้ตามปกติ ถึงเนื้อสัตว์จะมีราคาแพงขึ้นจนต้องลดการบริโภคลง แต่พวกเขาก็ทดแทนด้วยน้ำเกรวี มันฝรั่ง หรือบิสกิตที่ช่วยให้อิ่มท้องไม่แพ้กัน
.
.
6.กิจกรรมยามว่างในภาวะวิกฤต
.
ภาพยนตร์และการออกไปกินมื้อค่ำเคยเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับครอบครัวที่ต้องการผ่อนคลายช่วงสุดสัปดาห์ แต่หลังวิกฤตการณ์ผู้คนจำนวนมากไม่อาจเข้าโรงภาพยนตร์ได้อีกต่อไป มีโรงภาพยนตร์ราว 1 ใน 3 ต้องปิดตัวลง
.
อีกหนึ่งในกิจกรรมครอบครัวคือการ ‘ช็อปปิ้งผ่านกระจก’ (Window Shopping) แม้ฟังดูเหมือนเป็นการซื้อขาย แต่ที่จริงกิจกรรมยามว่างของครอบครัวที่มีฐานะลำบากคือ การเดินไปตามห้างร้านเพื่อชื่นชมสินค้าที่พวกเขาไม่มีโอกาสซื้อได้เพื่อคลายเครียด สำหรับชาวเมืองที่ต้องเดือดร้อนตรากตรำหางานมาทั้งสัปดาห์ นี่คือกิจกรรมวันหยุดเพื่อสร้างความเพลิดเพลินไม่ต่างกับการเดินห้างสรรพสินค้า เพียงแต่ไม่สามารถซื้ออะไรได้
.
บอร์ดเกมกลายเป็นที่นิยมมากในช่วงนี้โดยเฉพาะ ‘เกมเศรษฐี’ (Monopoly) ซึ่งมีราคาไม่แพง โดยเด็กๆ อาจจับกลุ่มนั่งเล่นกันข้างถนนในเวลาว่าง
.
ในปี 1933 มีรายงานว่าพวกเด็กๆ จากบางพื้นที่ได้ประดิษฐ์ ‘รถกล่องสบู่’ (Soap Box Cars) ขึ้นจากกล่องไม้สำหรับบรรจุสบู่แล้วนำไปติดล้อและกลไกอย่างง่ายๆ จากนั้นนำมาแข่งกันเหมือนรถโกคาร์ทในปัจจุบัน ภายในปีเดียวกันมารถกล่องสบู่ได้รับความนิยมมากจนมีงานแข่งขันใหญ่โตที่มีผู้ชมมากถึง 4 หมื่นคน
.
ในช่วงหลังๆ ของวิกฤตการณ์ วิทยุเริ่มมีราคาถูกลงมากจนครอบครัวธรรมดาสามารถหาซื้อได้ไม่ยากนัก ละครวิทยุจึงได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะเรื่อง The Lone Ranger และ The Green Hornet ประธานาธิบดีคนต่อมาคือ ‘แฟรงค์ลิน ดี รูสเวลท์’ (Franklin D. Roosevelt) ยังใช้วิทยุในการสื่อสารกับประชาชนเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางแก้ไขวิกฤตด้วยมาตรการต่างๆ จนประชาชนรู้สึกใกล้ชิดและเลือกเขาเป็นประธานาธิบดีไปอีกหลายสมัย
.
.
เรื่อง : อันโตนิโอ โฉมชา
ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข

#วิกฤตเศรษฐกิจ #Great Depression #ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ #gypzyworld #สำนักพิมพ์ยิปซี

อ้างอิง
https://www.stlouisfed.org/the-great-depression/curriculum/gallery
https://hubpages.com/education/The-Great-Depression-Research-Paper
http://curioushistorian.com/daily-life-during-the-great-depression
https://www.getrichslowly.org/great-depression/
https://www.history.com/news/life-for-the-average-family-during-the-great-depression
https://www.history.com/news/apples-weapon-great-depression
https://depts.washington.edu/depress/everyday_life.shtml
https://www.history.com/news/great-depression-entertainment-monopoly-movies-radio