Infographic

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ 'จาเร็ด ไดมอนด์' ผู้เขียนหนังสือ 'ปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า'

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ 'จาเร็ด ไดมอนด์'
ผู้เขียนหนังสือ 'ปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า'
.
.
1.เกิดในครอบครัวชาวยิวอพยพ
.
จาเร็ด ไดมอนด์ เกิดปี 1937 ในครอบครัวชาวยิวอพยพจากยุโรปตะวันออก ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตท์ สหรัฐอเมริกา
.
พ่อของเขาเป็นนายแพทย์ ส่วนแม่เป็นนักภาษาศาสตร์ และนักเล่นเปียโน ไดมอนด์จึงมีความสนใจในภาษาศาสตร์และเปียโนตั้งแต่เด็ก ส่วนภรรยาของเขาคือ มารี โคเฮน มีศักดิ์เป็นหลานของรองรัฐมนตรีการคลังแห่งโปแลนด์นามว่า เอ็ดเวิร์ด เวอร์เนอร์ (Edward Werner) ขณะที่ลุงของเธอคือ ราฟาเอล คาลินอวสกี (Raphael Kalinowski) เป็นบาทหลวงชาวโปแลนด์ผู้ได้รับสถาปนาเป็นนักบุญในปี 1991
.
.
2.จากนักวิชาการหนุ่มอนาคตไกลสู่ปราชญ์ผู้รอบรู้
.
ไดมอนด์จบการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และต่อปริญญาโทด้านสรีระวิทยากับไบโอฟิสิกส์ที่ทรินิตี้ คอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในปี 1961 โดยทำการศึกษาเรื่องเนื้อเยื่อถุงน้ำดีโดยเฉพาะ ก่อนจะผันตัวเป็นนักเขียนด้านประวัติศาสตร์และสังคม
.
ไดมอนด์เริ่มต้นเส้นทางวิชาการของเขาในฐานะศาสตราจารย์ด้านสรีระวิทยาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย หลังจากนั้นยังหันไปศึกษาค้นคว้าจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการดูดซึมแร่โซเดียมในถุงน้ำดีและยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปักษีวิทยาในเกาะนิวกินีมาก่อน และได้ตีพิมพ์งานเขียนด้านปักษีวิทยากับนิเวศวิทยาหลายเล่ม ขณะเดียวกันยังสนใจด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ สรีระวิทยา ชีววิทยา ระบาดวิทยา นิเวศพฤติกรรมวิทยา จนได้รับขนานนามว่าเป็น ‘พหูสูต’ หรือผู้รอบรู้
.
ชื่อของไดมอนด์ยังได้รับเกียรติไปตั้งเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสัตว์ที่ค้นพบใหม่ในหมู่เกาะนิวกินี ได้แก่ ตัวกินมดหนามปากยาวสายพันธุ์ ‘Zaglossus bartoni diamondi’ และกบสายพันธ์ ‘Austrochaperina adamantina’ บนเกาะนิวกินี ชื่อ adamantina เป็นภาษาละตินแปลว่า ‘ดั่งเพชร’ เพื่อเป็นเกียรติแก่ไดมอนด์
.
.
3.ดังพลุแตกจากหนังสือเล่มแรก 'The Third Chimpanzee'
.
หนังสือเล่มแรกที่ทำให้ชื่อของไดมอนด์แจ้งเกิดและติดโผนักเขียนชื่อดังทันที นั่นคือ 'The Third Chimpanzee: The Evolution and Future of the Human Animal' ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1991 เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวของสัตว์กลุ่มไพรเมตชนิดหนึ่งที่มีเชื้อสายใกล้เคียงกับชิมแพนซีที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทในระบบนิเวศทั่วโลก ซึ่งสัตว์กลุ่มนี้คือ ‘โฮโม เซเปียนส์’ หรือมนุษย์นั่นเอง
.
หนังสือเล่มนี้ยังพูดถึงพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีต้นกำเนิดร่วมกันกับวานรชนิดอื่นๆ รวมไปถึงสำรวจว่ามนุษย์มีอะไรพิเศษที่ช่วยให้ก้าวขึ้นมาครองโลกได้ พร้อมทั้งเรื่องราวของอารยธรรมมนุษย์ในยุคแรก รวมถึงการติดต่อกันระหว่างอารยธรรมต่างๆ ในโลก
.
หนังสือ The Third Chimpanzee เล่มนี้ ได้รับรางวัล Royal Society Prize for Science Books และ Los Angeles Times Book Prize ในปี 1992
.
.
4.จุดเริ่มต้นของหนังสือ ’ปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า’
.
หนึ่งในแรงบันดาลใจที่จาเร็ด ไดมอนด์เลือกเขียนหนังสือ 'GUNS, GERMS, AND STEEL : The Fates of Human Societies ปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า' คือ ชายชื่อ ยาลี นักการเมืองท้องถิ่นชาวนิวกินีผู้หนึ่งที่ไดมอนด์ได้รู้จักโดยบังเอิญระหว่างที่เขากำลังลงพื้นที่ศึกษานกสายพันธุ์ต่างๆ บนเกาะนิวกินีในปี 1972 ชาวนิวกินีผู้นี้ได้พูดคุยกับไดมอนด์เกี่ยวกับความเป็นไปของบ้านเมืองและโลกมากมาย แต่คำถามที่สะดุดใจไดมอนด์มากที่สุดคือ
.
"ทำไมพวกคนขาวอย่างคุณจึงพัฒนาสินค้าได้มากมายแล้วส่งมานิวกินี ? ในขณะที่พวกเราคนผิวดำมีสินค้าของตัวเองไม่กี่อย่างเท่านั้น ? "
.
ไดมอนด์คิดว่ายังไม่เคยมีใครลงลึกศึกษาคำถามนี้อย่างจริงจังมาก่อน และนั่นเป็นเหมือนเชื้อไฟที่จุดประกายให้หนังสือเล่มนี้ในเวลาต่อมา
.
หนังสือเรื่อง 'ปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า' ขายได้มากกว่า 1.5 ล้านเล่มทั่วโลก ถูกแปลมากกว่า 36 ภาษา และได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ สาขาสารคดีทั่วไป ในปี 1997
.
'ยูวัล โนอาห์ แฮรารี' ผู้เขียนหนังสือเซเปียนส์ ยังจัดอันดับให้ปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า เป็นหนึ่งใน 5 หนังสือที่เขาแนะนำให้ผู้คนได้อ่าน
.
.
5.มหากาพย์ไตรภาคมนุษยชาติ
.
หนังสือ 'ปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า' ถือเป็นหนังสือเล่มแรกในไตรภาค
.
ขณะที่เล่มที่สองคือ 'Collapse: How Societies Choose to Fail or Succeed' ในปี 2005 พูดถึงการล่มสลายของสังคมและอารยธรรมต่างๆ ในประวัติศาสตร์อันเป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคม สภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และศัตรูรอบข้าง .
.
เล่มที่ 3 ของไตรภาคนี้คือ 'Upheaval: How Nations Cope with Crisis and Change' ที่เพิ่งพิมพ์ในปี 2019 พูดถึงวิกฤตการณ์ต่างๆ ทั่วโลก และความเป็นไปได้ที่จะเกิดการล่มสลายของสังคม พร้อมกับยกตัวอย่างในอดีต ไม่ว่าจะชิลี อินโดนีเซีย เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา โดยเสนอว่าแต่ละประเทศควรเรียนรู้อะไรจากอดีตเพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤติที่จะเกิดขึ้่นในอนาคตได้บ้าง
.
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไดมอนด์ได้รับรางวัลต่างๆ มากถึง 23 รางวัลจากผลงานหนังสือรวมทั้งหมด 16 เล่ม และในปี 2005 เขายังถูกยกให้เป็นผู้ทรงปัญญาอันดับที่ 9 ของโลกจากทั้งหมด 100 อันดับโดย Prospect and Foreign Policy
.
ปัจจุบันไดมอนด์เป็นอาจารย์สอนวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ ควบคู่กับการค้นคว้าวิจัยเรื่องนกในหมู่เกาะนิวกินีและหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ และเขียนหนังสือในยามว่าง
.
.
เรื่อง : อันโตนิโอ โฉมชา
ภาพ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข