Infographic

7 เมนูสุดพิสดารแดนมังกร

7 เมนูสุดพิสดารแดนมังกร
.
.
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดการแพร่กระจายครั้งใหญ่ของเชื้อไวรัสโคโรนาอันมีต้นกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน สร้างความตื่นตระหนกให้แก่นานาประเทศที่รองรับนักท่องเที่ยวจีนไม่น้อย ทางการจีนถึงขั้นสั่งปิดเมืองเพื่อกักเชื้อไวรัส
.
ในตลาดสดเมืองอู่ฮั่น เจ้าหน้าที่ค้นพบว่ามีการขายสัตว์ป่าเป็นๆ เพื่อนำไปบริโภค ไม่ว่าจะตัวนาก ลูกหมาป่า เม่น แมลงป่อง งู แบดเจอร์เอเชีย ตะขาบ แมลงป่อง รวมถึงสัตว์หลายชนิดเป็นสัตว์หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะนกกระจอกเทศ โคอาลา พอสซัม อูฐ นกยูง ฯลฯ
.
เกิดคำถามว่าทำไมถึงมีวัตถุดิบอันพิสดารมากขนาดนี้ในแดนมังกร แต่เมื่อเรามองย้อนไปถึงตำราอาหาร การแพทย์ หรือความเชื่อของชาวจีนสมัยก่อน ก็จะพบว่ามีความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณของสัตว์แต่ละชนิดมาแต่โบราณ และสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมจีน แต่ละวัฒนธรรมย่อมมีอาหารการกินหรือทัศนคติต่อสัตว์แต่ละชนิดแตกต่างกันออกไป
.
การทำความเข้าใจกับมุมมองในอีกวัฒนธรรมจึงมีความสำคัญ
.
.
1.งูเลิศรส
.
หนึ่งในเมนูเก่าแก่ของจีนคือ ‘เนื้อมังกร’ ซึ่งหมายถึงเนื้องู เพราะมันมีรูปร่างเพรียวยาวเหมือนมังกรจีน เนื้อมังกรจานเด็ดนี้มีประวัติมายาวนานนับพันปี เมื่อบาทหลวงชาวฝรั่งเศสเดินทางไปแถบกวางตุ้งในปี 1320 เล่าว่า ชาวบ้านในพื้นที่นิยมจับงูตัวใหญ่แล้วนำมากินเลี้ยงเฉลิมฉลองกันเป็นนิจ ไม่ว่าจะนำไปต้มซุปหัวงู ผัด ทอด ตากแห้ง หรือแม้แต่ดองเหล้า ชาวจีนมีความเชื่อว่างูมีสรรพคุณเป็นยาช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อวัยวะอย่างหัวใจ ตับ และถุงน้ำดีของงูยังถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมของยาด้วย
.
นอกจากทางตอนใต้ เนื้องูยังเป็นวัตถุดิบที่นิยมกันในบริเวณรอบเซี่ยงไฮ้ไม่แพ้กัน ในเซี่ยงไฮ้มีภัตตาคารที่ปรุงเมนูงูมากกว่า 6,000 แห่งด้วยกัน งูที่นิยมทานกันมีตั้งแต่งูพิษตระกูลหางกระดิ่ง งูเห่า งูน้ำ แม้กระทั่งงูทะเล ประมาณการณ์ว่าในหนึ่งปีมีเนื้องูถูกบริโภคมากถึง 4,000 ตัน มีฟาร์มเนื้องูผุดขึ้นเป็นจำนวนมากทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
.
.
2.หนูปลูกผม
.
มีบันทึกถึงการกินเนื้อหนูตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว (Zhou Dynasty) บันทึกจากสมัยนั้นตั้วฉายาให้เจ้าหนูว่า ‘กวางบ้าน’ (Household Deer)
.
ชาวจีนสมัยก่อนไม่ได้มองว่าหนูเป็นสัตว์สกปรก เพราะหนูที่พวกเขากินไม่ได้มาจากเมือง แต่เป็นหนูตามไร่นาในชนบท เชื่อกันว่าเนื้อหนูมีสรรพคุณช่วยเรื่องผมดกดำได้ เมื่อผู้ที่มีผมหงอกกินเนื้อหนูเข้าไป เส้นผมจะกลับมาดำงามได้ตามเดิม ส่วนคนที่กำลังหัวล้านควรกินหนูทุกวันเพื่อให้ผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงจากหนังศีรษะอีกต่อไป พ่อแม่จำนวนไม่น้อยมักป้อนเนื้อหนูให้เด็กอ่อนกินเพื่อให้มีผมดกดำ
.
แหล่งนำเข้าเนื้อหนูมาจากแถบชนบท นอกจากทำไร่ไถนาแล้วการดักจับหนูที่คอยก่อกวนยังช่วยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่เกษตรกร ชาวนาจะนำกระสอบใส่หนูหลายสิบตัวแล้วชั่งกิโลขายในเมือง
.
ในกวางตุ้งมีภัตตาคารเนื้อหนูชื่อดังหลายแห่ง หนึ่งในภัตตาคารที่ดังที่สุดคือ ‘Highest Ranking Wild Flavor Restaurant’ ที่มีเมนูหนูหลากหลาย ไม่ว่าจะหนูตุ๋น หนูต้ม หนูย่าง หนูผัด หนูทอด และเมนูดังคือหนูภูเขาเคี่ยวถั่วดำในหม้อดิน ไม่ไกลกันยังมีภัตตาคารหนูมาเปิดแข่งขันกันหลายเจ้า ในช่วงพีคแต่ละร้านเสิร์ฟเมนูหนูไม่น้อยกว่า 3,000 จานต่อวัน
.
.
3.จระเข้แก้แพ้
.
เนื้อจระเข้เป็นเมนูประจำถิ่นในกวางตุ้ง ย้อนกลับไปสมัยราชวงศ์หมิงในศตวรรษที่ 16 ตำราการแพทย์แผนโบราณจีนเขียนโดย ‘หลี่ ชื่อเจิน’ (Li Shizhen) กล่าวว่าเนื้อเจ้าสัตว์เลื้อยคลานยักษ์นี้มีคุณค่าทางอาหารสูง และยังช่วยรักษาโรคทางเดินหายใจอย่างเช่นโรคหืดได้ ปัจจุบันชาวจีนยังมองว่าเนื้อจระเข้ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันและมีสรรพคุณแก้แพ้ได้ ช่วยแก้ไอ หรือแม้แต่ป้องกันมะเร็งได้
.
ช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา เนื้อจระเข้ที่หายไปจากสารบบมานานก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งจากการเข้าไปลงทุนของจีนในแอฟริกา เนื้อจระเข้ส่วนใหญ่ที่บริโภคกันถูกนำเข้ามาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ในแอฟริกา
.
เมนูยอดนิยมมีตั้งแต่ซุปเนื้อจระเข้ จระเข้ตุ๋น เนื้อจระเข้ย่าง แต่ละเมนูมีราคาไม่เบา เนื้อจระเข้เพียงไม้เดียวอาจมีราคาถึง 30 หยวน (ประมาณ 135 บาท) ส่วนของเนื้อที่ถือว่าแพงที่สุดคือเนื้อส่วนหลัง มีราคาราว 500 หยวนต่อกิโลกรัม เนื้อและอวัยวะส่วนอื่นของจระเข้ยังถูกแบ่งขายในราคาต่างกัน ไม่ว่าจะขา คอ หาง หัว เกล็ดส่วนหลังของมันยังนำไปตากแห้งเพื่อเป็นยาสมุนไพร
.
.
4.เสือปลุกเซ็กซ์
.
แม้แต่เสือที่เป็นเจ้าป่ายังกลายเป็นเมนูแสนโอชาในตำราจีนได้ ด้วยความที่เสือเป็นสัตว์นักล่าประจำป่า พวกมันถูกมองเป็นสัตว์ที่มีพละกำลังมาก มีความงดงาม ดุร้าย เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต
.
ชาวจีนโบราณเชื่อว่าทุกส่วนของเสือล้วนมีประโยชน์ต่างกันไป เลือดเสือช่วยสร้างอำนาจจิตที่แข็งแกร่ง กระดูกเสือมีฤทธิ์บรรเทาอาการอักเสบ ช่วยรักษาอาการโรคหืด ปวดศีรษะ และอาการบวมทุกรูปแบบ ลูกตาของเสือช่วยบรรเทาโรคลมชัก มาลาเรีย และต้อกระจกได้
.
ย้อนกลับไปในสมัยที่ยังไม่มียาไวอากร้า มีความเชื่อท้องถิ่นในจีนว่าอวัยวะเพศเสือมีสรรพคุณเป็นยาปลุกกำหนัดได้ดี โดยเฉพาะสำหรับผู้มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศหย่อนยาน ความเชื่อนี้มาจากวลี “กินส่วนไหนช่วยเสริมช่วยนั้น” วิธีการคือต้มจู๋เสือกับสมุนไพรให้นุ่มแล้วเสิร์ฟร้อนๆ ซุปจู๋เสือชามหนึ่งอาจมีราคาสูงถึง 9,000-10,000 บาท อีกเมนูที่นิยมคือนำจู๋เสือตากแห้งดองเหล้า
.
นอกจากอวัยวะในร่างกายแล้วยังมีความเชื่อว่าอุจจาระเสือสามารถรักษาโรคริดสีดวงทวารและพิษสุราเรื้อรังได้ แต่การล่าอย่างต่อเนื่องทำให้ประชากรเสือลดลงมาก ปัจจุบันการซื้อ-ขายเนื้อเสือและสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์อื่นๆ ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย
.
.
5.ซาลามานเดอร์ลื่นลิ้น
.
ซาลามานเดอร์ยักษ์ (Chinese Giant Salamander) ในจีนได้รับตำแหน่งสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พวกมันโตได้มากถึง 2 เมตร และหนักได้ถึง 60 กิโลกรัม เจ้าซาลามานเดอร์มีตาที่ไม่ดีนักและอาศัยตรวจจับความเคลื่อนไหวในน้ำเพื่อล่าเหยื่อ เจ้าสัตว์ตัวลื่นเหล่านี้ปรากฏในงานจิตรกรรมจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่โชคไม่ดีที่มันถูกนับเป็นเมนูจานหรูราคาแพงสำหรับคนรวยเมื่อไม่ถึงร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง
.
ซาลามานเดอร์ยักษ์ถูกล่าเป็นอาหารจำนวนมาก เนื้อสัมผัสอันนุ่มลื่นของมันเป็นที่ถูกปากชาวจีนไม่น้อย เชื่อกันว่าเนื้อลื่นๆ ของมันมีฤทธิ์ในการบำบัดโรคหลายชนิด พวกเขายังตั้งชื่อเล่นให้มันว่า ‘เจ้าลูกปลา’ (Baby fish) มีวิธีกรรมหลากหลายไม่ว่าจะตุ๋น ผัด ทอด หรือต้ม
.
ปัจจุบันซาลามานเดอร์ยักษ์อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ การขยายตัวของอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการรุกล้ำเขตแดนธรรมชาติ รวมไปถึงการล่าในช่วง 60 ปีที่ผ่านมาทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของมันถูกทำลายไปมหาศาล คาดการณ์ว่าซาลามานเดอร์ลดจำนวนลงถึง 80% จนได้รับสถานะเป็นสัตว์คุ้มครอง
.
ถึงอย่างนั้นฟาร์มเพาะพันธุ์ซาลามานเดอร์จำนวนมากได้ผุดขึ้นในแดนมังกร ยังมีข้อกังขาว่าอาจมีซาลามานเดอร์ในป่าถูกจับไปเพื่อเพาะพันธุ์อยู่
.
.
6.สุนัขคลายหนาว
.
การกินเนื้อสุนัขมีมาคู่สังคมจีนยาวนานตั้งแต่ 3,700 ปีที่แล้ว เริ่มจากดินแดนตอนเหนือก่อน ในสังคมจีนโบราณ สุนัขมีหลายหน้าที่ด้วยกัน พวกมันอาจถูกใช้เฝ้าบ้าน เป็นหมาล่าเนื้อ หรือแม้แต่เชือดเป็นอาหาร
.
ในการแพทย์แผนโบราณมองว่าเนื้อสุนัขมีคุณประโยชน์หลายประการ และที่สำคัญที่สุดคือช่วยให้ความอบอุ่นในหน้าหนาวได้ดี นั่นอาจเป็นเหตุผลที่การกินเนื้อสุนัขถึงเริ่มจากแคว้นทางเหนือที่มีอากาศอันหนาวเหน็บ ขณะเดียวกัน การกินเนื้อสุนัขในยุคโมเดิร์นก็มีส่วนจากภัยแล้งครั้งใหญ่ (The Great Famine) สมัยเหมา เจ๋อ ตุง และการระบาดไข้หวัดหมูเมื่อไม่กี่ปีก่อนทำให้เนื้อสุนัขกลายเป็นแหล่งอาหารยามจำเป็นสำหรับชาวบ้าน
.
ปัจจุบันยังมีการกินเนื้อสุนัขในจีนอยู่ คาดการณ์ว่าในหนึ่งปีมีสุนัขราว 10 ล้านตัวถูกเชือดเป็นอาหาร ปัจจุบันแหล่งเนื้อสุนัขที่สำคัญอยู่ในมณฑลกวางตุ้งและกวางสี สุนัขจะถูกผึ่งแดดให้แห้งหรือนำมาแล่เนื้อไม่ต่างกับหมูที่เราคุ้นเคย ได้รับความนิยมมากจนมีการส่งออกเนื้อสุนัขแดดเดียวบรรจุกล่องจากสองมณฑลนี้
.
.
7.ระเบิดเวลาค้างคาว
.
เนื้อค้างคาวได้กลายเป็นประเด็นไวรัลหลังการระบาดของไวรัสโคโรนา หลังค้นพบว่าเชื้อไวรัสนี้น่าจะมีต้นตอจากค้างคาว และหนึ่งในเมืองที่นำค้างคาวมาค้าขายเป็นล่ำเป็นสันก็คือเมืองอู่ฮั่น หรือจุดเริ่มระบาดของไวรัสโคโรนานั่นเอง
.
เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมจีนขึ้นเมื่อคลิปวิดีโอไลฟ์สดจากปี 2016 ของเน็ตไอดอลสาวชาวจีนคนหนึ่งกำลังกินซุปเนื้อค้างคาวอย่างเอร็ดอร่อยขณะท่องเที่ยวในประเทศปาเลาถูกนำมาเผยแพร่อีกครั้ง จนเจ้าตัวต้องออกมาขอโทษว่าไม่รู้เรื่องไวรัสในค้างคาวมาก่อน หลังจากนั้นยังมีคลิปกินค้างคาวในจีนโดยผู้ใช้คนอื่นตามมา รวมถึงภาพถ่ายซุปค้างคาวจำนวนไม่น้อยในอู่ฮั่น
.
เป็นไปได้ว่าเธอกลายเป็นผู้นำเทรนด์การบริโภคเนื้อค้างคาวในจีน หนูมีปีกพวกนี้กลายเป็นของแปลกที่ผู้คนต่างอยากลิ้มลองรสชาติ วิธีการกินมักจะนำค้างคาวทั้งตัวมาต้มให้เปื่อย เพื่อจะได้เลาะเนื้อหนังที่บางของมันออกจากกระดูกได้อย่างสะดวก
.
.

เรื่อง : อันโตนิโอ โฉมชา
ภาพ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข
.
.
อ้างอิง

https://www.nationalgeographic.com/news/2018/05/chinese-giant-salamander-species-animals/

https://www.mediamatic.net/en/page/370622/tiger-penis-the-future-of-chinese-medicine

https://www.newyorker.com/magazine/2000/07/24/a-rat-in-my-soup

https://www.vice.com/en_us/article/nem9ez/china-outlaws-the-eating-of-tiger-penis-rhino-horn-and-other-endangered-animal-products

http://factsanddetails.com/china/cat11/sub73/item146.html

https://qz.com/780123/allergies-be-gone-why-china-is-crazy-for-crocodile-meat-from-africa/

https://www.businessinsider.com/wuhan-coronavirus-chinese-wet-market-photos-2020-1

https://www.vice.com/en_us/article/wn73qn/wealthy-chinese-are-taking-tiger-slaughter-tours

https://www.businessinsider.com/wuhan-virus-china-bans-food-markets-selling-live-animals-wolves-2020-1

https://bonvivantinyellow.wordpress.com/2015/03/10/guangzhou-grub-eating-the-critically-endangered-chinese-giant-salamander/

https://news.sky.com/story/giant-chinese-salamanders-in-serious-jeopardy-because-of-food-fad-11381120

https://multimedia.scmp.com/infographics/news/china/article/3047038/wuhan-virus/index.html

https://www.vice.com/en_us/article/qkx9xp/chinese-cops-anger-everyone-by-eating-a-giant-salamander

https://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-5753915/Giant-salamander-eaten-extinction-humans.html