Infographic

ตายอย่างละมุน 'การุณยฆาต'


ความตายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับมนุษย์ เพราะมนุษย์ไม่ได้เป็นอมตะ คนกลุ่มหนึ่งแสวงหาวิธียืดอายุขัยเพื่อเสพสุข ใช้เวลาร่วมกับสิ่งที่รักให้นานที่สุด ดั่งวลีว่า “ใช้ชีวิตเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้าย”
 
แต่คนอีกกลุ่มแสวงหาวิธีตายอย่างถูกต้อง เพื่อรักษาเกียรติของวงศ์ตระกูล เพื่อจบชีวิตอันน่าสมเพชและเป็นภาระแก่คนรอบข้าง หรือทนความทรมานจากโรคร้ายไม่ไหว การปลิดชีวิตอย่างชอบธรรมตามความสมัครใจจึงได้รับการขนานนามว่า 'การุณยฆาต' หรือ 'ปรานีฆาต'
 
1. นิยามคำว่า การุณยฆาต
 
‘การุณยฆาต’ และ ‘ปรานีฆาต’ แปลว่า การฆ่าเพราะสงสารอยากให้พ้นทุกข์ หรือ การฆ่าเพราะเอ็นดูสงสาร ขณะที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า ยูทาเนเซีย (euthanasia) แปลว่า การตายดี หรือการตายสบาย ซึ่งเกิดจากการสมาสคำภาษากรีกโบราณว่า ‘eu-’ (ดี) และ ‘th?natos’ (การตาย)
 
 
2.การุณยฆาตสมัยโบราณ
 
เฮมล็อก (hemlock) เป็นสมุนไพรที่มีอันตรายถึงตาย มีพิษทำลายระบบประสาทสั่งการกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อและอวัยวะทั้งหมดหยุดทำงาน แต่เฮมล็อกไม่ได้ออกฤทธิ์ฉับพลันและทรมานชักดิ้นชักงอ ชาวกรีกโบราณจึงใช้น้ำเฮมล็อกเป็นยาพิษขนานหนึ่ง ตำนานของชาวเกาะเคีย (Kea) ในทะเลอีเจียน ระบุว่าชาวเกาะเคียโบราณกำหนดอายุขัยของตนไว้ที่ 60 ปี ใครอายุเกิน 60 ปีจะเต็มใจดื่มน้ำเฮมล็อกเพื่อปลิดชีพตนเอง
 
ในปี 399 ก่อนคริสต์ศักราช โสกราตีส นักปราชญ์ชาวกรีกผู้โด่งดัง ถูกตัดสินโทษประหารด้วยการดื่มน้ำเฮมล็อก หลังจากโสกราตีสดื่มแล้ว ฤทธิ์เฮมล็อกทำให้ร่างกายโสกราตีสรู้สึกชา เริ่มที่เท้าก่อนจะลามขึ้นไปถึงหัวใจ การดื่มน้ำเฮมล็อกจึงเป็นวิธีประหารที่ทารุณน้อยกว่าวิธีประหารอื่น เช่น การรัดหรือปาดคอ
 
ค.ศ. 121 ซูโทเนียส (Suetonius) นักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน บันทึกการสวรรคตของจักรพรรดิออกัสตัสแห่งจักรวรรดิโรมันว่า “พระองค์สวรรคตอย่างรวดเร็วและไม่ทรมานในอ้อมแขนของพระนางลิเวีย พระมเหสี พระองค์ประสบ ‘ยูทาเนเซีย’ ตามพระราชประสงค์ส่วนพระองค์” ซูโทเนียสจึงเป็นมนุษย์คนแรกที่ใช้คำว่า ยูทาเนเซีย
 
 
3.การุณยฆาตในอินเดีย
 
ทาเลคูทัล (thalaikoothal) คือการปลิดชีพผู้สูงอายุในครอบครัว พบในรัฐทมิฬนาฑู ทางใต้ของของอินเดีย จริงอยู่ที่การุณยฆาตผิดกฏหมายอินเดีย แต่ทาเลคูทัลยังเป็นที่นิยมอย่างลับ ๆ เพราะความยากจนและการขาดแคลนสวัสดิการด้านการแพทย์ ทำให้ครอบครัวเลี้ยงดูผู้อาวุโสต่อไปไม่ไหว บางครั้งผู้สูงอายุเป็นผู้ที่เรียกร้องการทาเลคูทัลเสียด้วยซ้ำ ด้วยไม่อยากเป็นภาระลูกหลานหรือทนทุกข์ทรมานจากโรคภัยไม่ไหว นอกจากนี้ญาติพี่น้องหรือคนรอบข้างยังเห็นใจ จึงไม่ได้แจ้งความ
 
การทาเลคูทัล หรือแปลว่า 'การอาบน้ำ' ในภาษาทมิฬ) มีหลายวิธี เช่น การกรอกนมวัวทางจมูกจนสำลักขาดอากาศเสียชีวิต การดื่มน้ำมะพร้าวจำนวนมาก จนเกิดไตวาย ไข้สูง ชักจนถึงแก่ความตาย หรือการประคบเย็นที่ศีรษะจนหัวใจวาย เป็นต้น
 
 
4.การุณยฆาตกษัตริย์อังกฤษ
 
ช่วงบั้นปลายชีวิตพระเจ้าจอร์จที่ 5 (1865–1936) แห่งสหราชอาณาจักร พระองค์ทรงเผชิญปัญหาสุขภาพหลายประการ การตกม้าในปี 1915 ขณะมีพระชนมายุ 50 พรรษา ทำให้พระองค์มีปัญหาการหายใจ การสูบบุหรี่จัด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และติดเชื้อในกระแสเลือดในปี 1928 ทำให้พระวรกายอ่อนแอมาก ลอร์ดดอว์สันแห่งเพนน์ (Lord Dawson of Penn) แพทย์ประจำพระองค์ วินิจฉัยพระอาการและประกาศว่าพระองค์จะสวรรคตในไม่ช้า เขาตัดสินใจฉีดมอร์ฟีนและโคเคนเกินขนาดแก่พระองค์อย่างลับ ๆ ในเวลา 23.00 น. เพื่อเร่งการสวรรคต พระเจ้าจอร์จที่ 5 จึงสวรรคตในเวลา 23.55 น. ด้วยพระชนมายุ 70 พรรษา
 
ชาวอังกฤษทุกคนเข้าใจว่าพระเจ้าจอร์จที่ 5 สวรรคตด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง กระทั่งมีการเปิดเผยบันทึกส่วนตัวของลอร์ดดอว์สันในปี 1986 หลังลอร์ดดอว์สันเสียชีวิต เขาบันทึกว่า ตนได้วินิจฉัยพระอาการแล้ว ตระหนักว่าพระองค์จะเจ็บปวดหลายชั่วโมงก่อนจะสิ้นพระทัย ตนจึงต้องการรักษาพระเกียรติ และบรรเทาความทุกข์ทรมานของพระเจ้าจอร์จที่ 5 เหตุการณ์นี้เป็นการการุณยฆาตเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์อังกฤษ
 
 
5.นักพาราลิมปิกสาวผู้กำหนดวันตายของตัวเอง
 
มารีเก แวร์วอร์ต (Marieke Vervoort) สตรีชาวเบลเยียม เกิดปี 1979 พร้อมร่างกายสุขภาพสมบูรณ์ แต่ครั้นอายุ 14 ปี เท้าเธอมีอาการเหน็บโดยไร้สาเหตุ อาการกำเริบกลายเป็นความเจ็บปวดขาทั้งสองข้างถึงขั้นไม่มีแรงเดิน มารีเกจำเป็นต้องใช้รถเข็นเมื่ออายุ 20 ปี แพทย์วินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นโรค Reflex Sympathetic Dystrophy (RSD) หรือกลุ่มอาการเจ็บปวดเฉพาะที่แบบซับซ้อน โรคนี้ทำให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อเสื่อม มารีเกจึงมีอาการเจ็บรุนแรงเหมือนเป็นตะคริว แม้ไม่มีการบาดเจ็บหรือความผิดปกติใด ๆ ขาทั้งสองข้างเป็นอัมพฤกษ์ นอนหลับยาก และมีอาการชักกระตุกอยู่เรื่อย ๆ
 
ความฝันวัยเด็กที่อยากเป็นครูของมารีเกพังทลาย แม้เธอจะเล่นกีฬาบาสเก็ตบอล ดำน้ำ หรือไตรกีฬาได้เหมือนคนพิการคนอื่น แต่ความเจ็บปวดทำให้เธอท้อแท้และซึมเศร้าอย่างหนักจนคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง วันหนึ่งขณะอายุได้ 29 ปี จิตแพทย์ได้แนะนำให้เธอรู้จักกับนายแพทย์วิม ดิสเทลมานส์ (Wim Distelmans) ผู้สนับสนุนการุณยฆาต ทั้งคู่นัดพบเพื่อสัมภาษณ์และพูดคุยกันหลายครั้ง นายแพทย์วิมได้อนุมัติการการุณยฆาตล่วงหน้าแก่มารีเก โดยเธอสามารถกำหนดวันที่กระทำการุณยฆาตตามความต้องการของเธอ
 
มารีเกรู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่ เพราะการกำหนดวันตายของตนเองกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ เธอเปลี่ยนการวิ่งวีลแชร์เพื่อความสนุกเป็นวิ่งวีลแชร์เพื่อแข่งขัน ใช้ความเจ็บปวดเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนจิตใจให้ฝึกฝนต่อไป กระทั่งคว้าเหรียญทองการวิ่งวีลแชร์ระยะ 100 เมตร และเหรียญเงินการวิ่งระยะ 200 เมตร ในการแข่งขันพาราลิมปิกปี 2012 ที่ลอนดอน และคว้าเหรียญเงินการวิ่งระยะ 400 เมตร และเหรียญทองแดงการวิ่งระยะ 100 เมตร ในการแข่งขันพาราลิมปิกปี 2016 ที่รีโอเดจาเนโร
 
ในที่สุด มารีเกตัดสินใจกำหนดวันการุณยฆาตตนเองในวันที่ 22 ตุลาคม 2019 หลังจากอาการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้น ร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถแข่งขันกีฬาหรือดำเนินชีวิตตามปกติได้ แม้มารีเก ครอบครัวและเพื่อนสนิทจะโศกเศร้ามากขนาดไหน อย่างน้อยพวกเขาก็อุ่นใจว่ามารีเกได้ไปสบาย หมดสิ้นความทุกข์ทรมานในชีวิตนี้แล้ว
 
 
6. อยากทำการุณยฆาต ต้องไปที่ไหน?
 
ปัจจุบันประเทศที่การุณยฆาตถูกฎหมาย มี 11 ประเทศจาก 195 ประเทศทั่วโลก ได้แก่
1. เนเธอร์แลนด์
2. เบลเยียม
3. แคนาดา
4. เยอรมนี
5. แอลเบเนีย
6. โคลอมเบีย
7. ญี่ปุ่น
8. ลักเซมเบิร์ก
9. สวิตเซอร์แลนด์
10 สหรัฐอเมริกา (เฉพาะรัฐเมน (มีผลวันที่ 1 มกราคม 2020), เวอร์มอนต์, แคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, ดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย, นิวเจอร์ซีย์, นิวเม็กซิโก, มอนแทนา, วอชิงตัน, ออริกอน และฮาวาย)
11. ออสเตรเลีย (เฉพาะรัฐวิกทอเรีย)
 
 
7.จำนวนผู้รับบริการการุณยฆาตพุ่งสูงขึ้น
 
ไม่มีองค์กรใดรวบรวมสถิติผู้เสียชีวิตด้วยการการุณยฆาตทั่วโลกอย่างเป็นทางการได้ ทั้งนี้ ในสวิตเซอร์แลนด์ปี 2015 มีผู้เสียชีวิตเพราะการุณยฆาต 965 ราย เพิ่มจาก 187 รายในปี 2003 ขณะที่คณะกรรมการตรวจการการุณยฆาตภูมิภาค (Regional Euthanasia Review Committees หรือ RTE) ประจำปี 2017 ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตเพราะการุณยฆาต 6,585 รายในเนเธอร์แลนด์ โดยเหตุจูงใจหลักคือป่วยเป็นโรคมะเร็ง และในปี 2018 มีผู้รับการการุณยฆาตในเบลเยียม 2,357 ราย
 
 
8. อยากตายดี ต้องมีค่าใช้จ่าย (แพง)
 
ในปี 2017 ค่าใช้จ่ายสำหรับการุณยฆาตที่ดิกนิทาส (Dignitas) องค์กรด้านการุณยฆาตในเมืองซือริช สวิตเซอร์แลนด์ อยู่ที่ประมาณ 6,500–15,000 ปอนด์ (260,000–600,000 บาท) ขึ้นอยู่ความต้องการของผู้ใช้บริการว่าต้องการให้ดิกนิทาสจัดการธุระเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น พิธีศพ ค่ารักษา ค่าเอกสารราชการ ค่าใช้จ่ายข้างต้นค่อนข้างสูง และยังไม่รวมค่าเดินทางไปยังเมืองซือริช ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัว ดังนั้นผู้มีรายปานกลางขึ้นไปจึงสามารถขอทำการุยฆาตได้
 
 
นายแพทย์อีฟ เดอ ลอชต์ แพทย์เฉพาะทางด้านการุณยฆาตชาวเบลเยียม และเป็นผู้กระทำการุณยฆาตมาแล้วหลายร้อยคน เปิดเผยว่า “เราจำเป็นต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถรักษาทุกสิ่งได้ ดังนั้น บทบาทของเราคือพยายามบรรเทาความทุกข์และความเจ็บปวดของคนไข้ ผมคิดว่าผมกำลังทำหน้าที่แพทย์จนถึงวาระสุดท้ายของคนไข้”
 
แล้วคุณล่ะคิดอย่างไร ?
 
 
เรื่อง: พชร อังคเรืองรัตนา
ภาพประกอบ: เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข
.
อ้างอิง

http://www.bbc.co.uk/ethics/euthanasia/

https://www.independent.co.uk/life-style/health-and-families/the-true-cost-how-the-uk-outsources-death-to-dignitas-a8073401.html

https://www.storypick.com/euthanasia-facts/

https://www.theguardian.com/news/2019/jul/15/euthanasia-and-assisted-dying-rates-are-soaring-but-where-are-they-legal
 


////////////////////