Infographic

'ผ้าอนามัย' วาระแห่งชาติของคุณผู้หญิง

ทุกรอบเดือนเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายครั้งสำคัญ แม้หลายคนจะทานยาคุมช่วยหรือมีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงไว้รองรับอยู่แล้ว แต่ยังมีสตรีจำนวนมากทั่วโลกที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ ไม่ว่าจะเหตุผลทางเศรษฐกิจ การพัฒนา หรือแม้แต่สังคมที่ไม่ยอมรับกระบวนการทางธรรมชาตินี้
 
1.ต้นกำเนิดผ้าอนามัย
 
ตั้งแต่สมัยโบราณ วิธีที่ผู้หญิงนิยมใช้กันทั่วโลกมากที่สุดเวลามีประจำเดือนคือ ใช้ผ้าทบกันแล้วพันรอบบริเวณเพื่อให้ซึมซับเลือดที่ไหลออกมา ผู้หญิงกรีกโบราณจะสอดแผ่นไม้เล็กๆ เข้าไปในผ้าเพื่อช่วยรองรับให้ดีขึ้น
 
ส่วนผ้าอนามัยแบบสอดยังเป็นที่รู้จักกันมายาวนาน หญิงชาวอียิปต์โบราณราว 3500 ปีที่แล้วนิยมใช้ปาปีรุสเนื้ออ่อนม้วนแล้วสอดเข้าไปในช่องคลอด ชาวโรมันใช้ขนแกะม้วนแล้วสอด ในหมู่เกาะแปซิฟิค ผู้หญิงชาวโพลีนีเซียนมักใช้ส่วนที่มีขนอ่อนนุ่มของใบเฟิร์น หญ้า หรือมอสเพื่อสอดเข้าไปโดยไม่ระคายเคืองหรือเกิดบาดแผล
 
ต้นกำเนิดผ้าอนามัยแผ่น (Sanitary Pad) มาจากปลายศตวรรษที่ 19 ในฝรั่งเศส พยาบาลชาวฝรั่งเศสมักใช้เยื่อกระดาษมาแปะ เนื้อเยื่อกระดาษนี้ซึมซับได้ดี และมีราคาถูก ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งได้เลย ในปี 1896 บริษัท ‘Johnson & Johnson’ ได้พัฒนาผ้าอนามัยของตนขึ้นในอเมริกาแล้วออกจำหน่าย
 
ผ้าอนามัยแบบสอดปัจจุบันถือกำเนิดในปี 1929 โดยนายแพทย์ชาวอเมริกัน ‘เอิร์ล ฮาส’ (Dr.Earle Haas) หลังเพื่อนสาวเผยเคล็ดลับว่าเธอใช้ฟองน้ำบางๆ สอดเข้าไป ทำให้เธอเคลื่อนไหวสะดวกสบายกว่าคนอื่นที่ใช้ผ้าอนามัยแผ่น เขานำผ้าฝ้ายม้วนเย็บติดกับด้ายเพื่อให้ดึงออกง่าย มีปลอกกัน เมื่อทดลองสำเร็จจึงไปจดทะเบียนในปี 1931 โดยตั้งชื่อผ้าอนามัยแบบใหม่ว่า ‘Tampax’ ตั้งแต่นั้นมามันได้กลายเป็นอีกทางเลือกของผู้หญิงที่ต้องการความคล่องตัวในกิจกรรมประจำวัน
 
 
2.วิกฤติผ้าอนามัย เมื่อผู้หญิงบางกลุ่มไม่อาจเข้าถึงผ้าอนามัย
 
ปัจจุบันทวีปแอฟริกายังขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานอย่างผ้าอนามัยอยู่มาก ในประเทศนามิเบีย ผู้หญิงจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงผ้าอนามัย เมื่อมีประจำเดือนพวกเธอต้องพึ่งพาผ้าขี้ริ้ว เสื่อ หรือแม้แต่หนังสือพิมพ์ สุขอนามัยของผู้หญิงจำนวนมากจึงอยู่ในสภาพย่ำแย่ ผ้าอนามัยที่จำหน่ายก็มีราคาเท่ากับค่าแรงรายวันและมีจำนวนน้อยชิ้น ต้องซื้อหลายห่อต่อรอบเดือน ราคาจึงสูงมาก คาดการณ์ว่ามีเด็กสาวชาวแอฟริกันถึง 1 ใน 10 ต้องหยุดโรงเรียนในช่วงที่มีประจำเดือนเพราะไม่มีเงินซื้อผ้าอนามัย
 
กันยายน ปี 2017 เด็กสาวอายุ 14 ชาวเคนยารายหนึ่งได้ฆ่าผูกคอตายหลังถูกครูประณามในชั้นเรียนแล้วไล่ไปนอกห้อง เพียงเพราะเธอมีประจำเดือนเปื้อนชุดนักเรียน แม้รัฐบาลได้ออกนโยบายผ้าอนามัยฟรีในโรงเรียนเพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้นก็ตาม แต่อคติต่อผู้หญิงมีประจำเดือนยังแฝงลึกอยู่ในวัฒนธรรม
 
 
3.ขึ้นภาษีผ้าอนามัย ปัญหาโลกแตกในหลายประเทศ
 
ในอินเดีย ผู้หญิงอินเดีย 4 ใน 5 คนกลับไม่มีโอกาสเข้าถึงผ้าอนามัย พวกเธอต้องใช้วัสดุทดแทนอย่างผ้าขี้ริ้วและกระดาษ เดือนกรกฎาคมปี 2018 รัฐบาลอินเดียประกาศขึ้นภาษีสินค้าอุปโภคทุกชนิด 12% รวมไปถึงผ้าอนามัย เกิดแคมเปญประท้วงภาษีผ้าอนามัยอย่างกว้างขวาง เพราะมองว่าภาษีนี้จะทำให้ผ้าอนามัยเข้าถึงยากกว่าเดิมในประเทศที่ผู้หญิงจำนวนมากยังไม่เคยใช้ผ้าอนามัย ภายในเดือนเดียวกัน เสียงประท้วงทำให้รัฐบาลประกาศเว้นภาษีผ้าอนามัยได้ในที่สุด
 
ในประเทศอังกฤษ ผ้าอนามัยยังมีภาษีเพิ่ม 5% ทำให้เด็กสาวจำนวนไม่น้อยต้องคิดแล้วคิดอีกเมื่อจะซื้อผ้าอนามัยเพียงห่อเดียว ผลสำรวจจากปี 2018 ยังพบว่า 40% ของผู้หญิงอายุต่ำกว่า 21 ปีใช้กระดาษทิชชู่ม้วนมารองในกางเกงในหรือแปะด้วยเทปกาวรอบบริเวณ วัสดุที่นิยมใช้รองลงมาคือ ผ้า เช่น ถุงเท้า เศษผ้า เสื้อผ้าเก่า เพราะซึมซับได้ดีกว่าทิชชู่และสามารถซักออกได้ภายหลัง ถัดมาคือวัสดุประเภทกระดาษ เช่น หนังสือพิมพ์ กระดาษหนังสือ กระดาษประเภทอื่นๆ
 
เมื่อหมดหนทางจริงๆ เด็กสาวหลายคนเลือกที่จะใส่กางเกงในหลายชั้นเพื่อไม่ให้เลือดซึมออกมาข้างนอกเป็นที่สังเกตได้
 
 
4.มายาคติเกี่ยวกับผ้าอนามัย
 
 
ความเชื่อของผู้หญิงอินเดียจำนวนมากยังคลางแคลงใจกับผ้าอนามัยแบบสอด หลายคนยังตื่นกลัวว่าผ้าอนามัยชนิดนี้จะทำให้เสียพรหมจรรย์ หรือกลัวเจ็บ
 
ผู้หญิงจากเอเชียใต้ (อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน) จำนวนไม่น้อยยังยืนยันตรงกันว่าว่าสังคมทำเหมือนการมีประจำเดือนเป็นเรื่องต้องห้าม แม่จะสอนให้ลูกสาวเก็บผ้าอนามัยหรือหลักฐานที่บอกว่ากำลังถึงรอบเดือนให้พ้นจากสายตาผู้ชายในครอบครัว ยังมีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงทำหลายอย่าง ไม่ว่าจะนั่งบนโซฟา นอนบนเตียง เข้าครัว หรือแม้แต่ห้ามเข้าศาสนสถาน
 
 
5.นวัตกรรมเพื่อผู้หญิงของ 'ราชาผ้าอนามัย'
 
Arunachalam Muruganantham ชายชาวอินเดียผู้ได้รับฉายา ‘ราชาผ้าอนามัย’ เกิดไอเดียประดิษฐ์ผ้าอนามัยแบบต้นทุนถูก ปลอดภัย และผลิตได้ง่ายเพื่อสตรี หลังเขาพบความจริงว่าภรรยาของตนแอบใช้ผ้าขี้ริ้วซับเลือดประจำเดือน เนื่องจากผ้าอนามัยตามร้านมีราคาแพงเกินไป เขาหมกมุ่นกับผ้าอนามัยจนทั้งภรรยาและแม่ต้องย้ายหนีออกมา แถมเขายังถูกขับไล่จากหมู่บ้านด้วย
 
14 ปีต่อมาผลงานของเขาเป็นที่ประจักษ์ ผ้าอนามัยราคาถูกของเขาผลิตขึ้นจากเยื่อไม้สน ด้วยเครื่องจักรกลไกไม่ซับซ้อนที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเอง ช่วยลดต้นทุนได้มาก ผ้าอนามัยของเขาจึงมีราคาถูกกว่าตลาดหลายสิบเท่า ผ้าอนามัยใหม่วางแผงในพื้นที่ชนบทอย่างแพร่หลายจนเขาได้รับรางวัล ‘Padma Shri’ จากรัฐบาลอินเดีย ปัจจุบันเขายังได้แนะนำวิธีการผลิตและจำหน่ายผ้าอนามัยแบบเดียวกันให้กลุ่มประเทศในแอฟริกา และจัดตั้งเวิร์คช็อปชุมชนเพื่อสร้างงานให้ชาวบ้านจำนวนมาก
 
 
6.‘ถ้วยรองประจำเดือน’ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 
ปัจจุบันมีประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่มากับผ้าอนามัยแบบแผ่นและค่าใช้จ่ายที่เสียไปกับประจำเดือนประเภทใช้ครั้งเดียว ยกตัวอย่างเช่น ‘ถ้วยรองประจำเดือน’ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประหยัด สามารถใช้ได้หลายครั้ง ถ้วยนี้ทำจากซิลิโคน เมื่อใช้แล้วสามารถเทเลือดทิ้งแล้วล้างทำความสะอาดเพื่อกลับมาใช้ซ้ำได้อีก อายุการใช้งานของมันก็นานนับสิบปี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ทำให้เกิดขยะ
 
ผลสำรวจหลายแห่งพบว่าสตรีราว 70% ที่ลองใช้ถ้วยรองต่างยืนยันว่าจะใช้ต่อไปอีก ในประเทศมาลาวีก็ประสบปัญหาขาดแคลนผ้าอนามัยเช่นกัน แต่รัฐบาลได้ริเริ่มโครงการแจกถ้วยรองประจำเดือนให้แก่นักเรียนหญิง ถ้วยเหล่านี้ทำให้นักเรียนหญิงสามารถทำกิจกรรมและไปโรงเรียนได้ตามปกติ จำนวนนักเรียนที่ต้องหยุดเรียนช่วงมีประจำเดือนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
 
 
เรื่อง : อันโตนิโอ โฉมชา
ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจิรญสุข
 
อ้างอิง
 
https://www.npr.org/sections/goatsandsoda/2015/12/13/458321907/indian-women-flout-menstrual-taboos-by-saying-theyre-happytobleed

https://www.femmeinternational.org/the-history-of-the-sanitary-pad/

https://www.thoughtco.com/history-of-the-tampon-4018968
https://medium.com/@anangsha_/why-do-indian-women-not-use-tampons-4de156cb789a

https://www.independent.co.uk/news/world/asia/the-tampon-king-who-sparked-a-period-of-change-for-indias-women-7897093.html

https://edition.cnn.com/2018/07/22/health/india-tampon-tax-intl/index.html

https://www.bbc.com/thai/resources/idt-sh/period_poverty_thai

https://www.bbc.com/news/world-asia-india-50809936

https://www.theguardian.com/global-development/2019/sep/13/kenyan-schoolgirl-14-kills-herself-after-alleged-period-shaming-by-teacher

https://timesofindia.indiatimes.com/city/bengaluru/Its-time-we-put-a-stop-to-period-shaming/articleshow/62695305.cms

https://www.bbc.co.uk/news/health-48988240