Infographic

อยู่ยากขึ้นทุกที 'หมีขั้วโลก'

Quick Facts

+ หมีขั้วโลกเคยเป็นสัญลักษณ์ของแดนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี พวกมันหากินบนพื้นน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ คอยล่าแมวน้ำหรือปลาที่แหวกว่ายมาใกล้แผ่นน้ำแข็ง เจ้าหมีเหล่านี้ว่ายน้ำอันเย็นยะเยือกได้อย่างชำนาญ

+ ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันกลับทำลายวงจรชีวิตของพวกมัน ภาวะเรือนกระจกทำให้น้ำแข็งละลายมากขึ้น เร็วขึ้น และรุุนแรงขึ้น การประมงของมนุษย์แย่งชิงอาหารไปจากหมีขั้วโลก ทุกวันนี้จำนวนของพวกมันจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง 

+ หากยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พวกมันอาจถูกบัญญัติเป็นสัตว์สูญพันธุ์เพียงไม่กี่ชั่วอายุคน
1.บัญชีแดงเสี่ยงสูญพันธุ์

ปัจจุบันมีประชากรหมีขั้วโลกทั้งในแคนาดา สหรัฐอเมริกา รัสเซีย กรีนแลนด์ และนอร์เวย์รวมกันได้ราว 2-3 หมื่นตัว แบ่งเป็นประชากรทั้งหมด 19 กลุ่ม พบว่าประชากรโดยรวมลดลง แต่ยังไม่มีตัวเลขโดยรวมของทั้งหมด ประชากรหมีกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ทะเลโบฟอร์ด (Beaufort Sea Region) พบว่าภายใน 10 ปี จำนวนประชากรของหมีกลุ่มนี้กลับลดลงถึง 40%

สตีเวน แอมสรูป (Steven Amstrup) นักสัตววิทยาผู้ศึกษาหมีขั้วโลกคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย จำนวนของหมีขั้วโลกจะลดลงไปอีกราว 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด และจะเหลือจำนวนน้อยกว่า 1 หมื่นตัวภายในปี 2050 ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาจัดหมีขั้วโลกให้เป็นสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ พวกมันยังถูกจัดเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในบัญชีแดงไอยูซีเอ็น (ICUN Red List)


2.กองทัพหมีบุกเมือง

ช่วงต้นปี 2019 ที่ผ่านมาเกิดปรากฎการณ์อันแปลกประหลาดขึ้น เมื่อหมีขั้วโลกต่างรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่เข้ามาหาอาหารในพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ทั้งที่ปกติหมีเหล่านี้จะอาศัยอย่างโดดเดี่ยว ไม่ได้อยู่กันเป็นสังคมกลุ่มแบบสุนัข และมีโอกาสน้อยมากที่พวกมันจะเข้ามาในเขตที่อยู่อาศัยของคน พวกมันมีอาณาเขตส่วนตัวและไม่ค่อยออกไปนอกบริเวณของตัวเอง

ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ประเทศรัสเซีย เขต Novaya Zemlya ในแถบอาร์กติกได้ประกาศสภาวะฉุกเฉินหลังหมีขั้วโลกหลายฝูงเข้ามาหากินในเมือง ชุมชนแถบอาร์กติกในแคนาดาก็เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน ทางการจึงออกมาตรการสร้างกรงขังหมีขั้วโลกที่เข้ามายุ่มย่ามในเมือง แล้วนำไปปล่อยในพื้นที่ห่างไกลเพื่อไม่ให้หวนกลับมา


3.พฤติกรรมการล่าที่เปลี่ยนไป

ผลของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงทำให้อาหารของหมีขั้วโลกนั้นหายากขึ้น มีรายงานพบเห็นว่าหมีขั้วโลกกระโจนลงไปล่าโลมา ภาพของหมีที่กำลังแทะซากโลมาเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

ต้นเหตุของพฤติกรรมอันนี้มาจากภาวะเรือนกระจก โดยปกติผืนน้ำแข็งมหาศาลในแถบอาร์กติกคือสนามล่าสัตว์ขนาดใหญ่ของหมีขั้วโลก ปัจจุบันอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผืนน้ำแข็งต้องละลายมากราว 8.6 ล้านเอเคอร์ต่อปี พื้นที่ล่าของมันน้อยลงไปมาก การหาปลาเกินจำเป็นของมนุษย์ยังแย่งแหล่งอาหารไปจากหมีไม่แพ้ภาวะเรือนกระจก แหล่งอาหารที่เคยปรากฎบนผืนน้ำแข็งก็น้อยตามไปด้วย ในขณะที่สัตว์กลุ่มวาฬและโลมาต่างอพยพขึ้นเหนือมากขึ้นเพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ พวกมันจึงกลายเป็นแหล่งอาหารทดแทนของหมีขั้วโลก และมีแนวโน้มจะเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่อุณหภูมิยังสูงขึ้น 


4.จากอ้วนพีสู่ผอมโซ

อาหารหลักของเจ้าหมีขั้วโลกขนขาวคือแมวน้ำที่มีเนื้อและไขมันหนา ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและเก็บสะสมพลังงานสำหรับเอาชีวิตรอดในดินแดนอันหนาวเหน็บได้ อัตราการเผาเผลาญของหมีขั้วโลกอยู่ที่ 12,325 แคลอรีต่อวัน ซึ่งนับว่าสูงกว่าที่เคยประมาณการณ์ในอดีตถึง 60% หมีบางตัวยังต้องว่ายน้ำถึงหนึ่งวันเต็มเพื่อเสาะหาอาหารที่น้อยลงเรื่อยๆ

ปกติพวกมันจะล่าแมวน้ำที่โผล่ขึ้นมาหายใจตามช่องน้ำแข็งหรือตะกายขึ้นมาพัก เมื่อผืนน้ำแข็งเหลือน้อยลง แมวน้ำจึงปรากฏตัวให้เห็นยากขึ้น แหล่งอาหารที่น้อยลงทำให้หมีหลายตัวที่นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตการณ์มีน้ำหนักลดลงถึง 10% ของมวลกาย หมีตัวหนึ่งมีน้ำหนักลดไปถึง 20 กิโลกรัมภายในระยะเวลาเพียง 10 วัน ภาพของหมีที่ผอมโซตัวหนึ่งจากไอซ์แลนด์ในปี 2017 ได้จุดประเด็นเรื่องภาวะโลกร้อนและหมีขั้วโลกได้อย่างดี


5.ชีวิตท่ามกลางพลาสติก

ภาพน่าสะเทือนใจของลูกหมีขั้วโลก 2 ตัวกำลังเล่นแย่งถุงดำกันเคี้ยวเล่น พร้อมแม่ที่นอนเฝ้าลูกๆ อยู่ไม่ห่าง ภาพนี้ถูกถ่ายที่หมู่เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard) กลางมหาสมุทรอาร์กติก ประเทศนอร์เวย์  ทำให้รู้ว่าแม้หมู่เกาะนี้จะอยู่ห่างไกลถึงจุดเหนือสุดของโลก ยังไม่อาจหนีพ้นขยะพลาสติกในทะเลได้ ยังมีอีกภาพถ่ายจากกลุ่ม ‘Plastic Ocean’ เผยให้เห็นหมีตัวเต็มวัยกำลังคาบถุงพลาสติกสีขาวท่ามกลางผืนน้ำแข็งอันเวิ้งว้าง 

แต่ละปีมีพลาสติกถูกทิ้งลงในมหาสมุทรมากถึง 8.8 ล้านตัน หลายครั้งกองขยะเหล่านี้มาจับตัวรวมกันเป็นก้อนใหญ่จนดูเหมือนเกาะ พลาสติกเหล่านี้ใช้เวลานานหลายชั่วอายุคนกว่าจะย่อยสลายไปเอง สิ่งที่เลวร้ายคือมันค่อยๆแตกตัวกลายเป็นเศษพลาสติกเล็กๆ หรือที่เรียกว่าไมโครพลาสติก เข้าไปปนเปื้อนและอุดตันทางเดินอาหารของสัตว์ทะเล.