Infographic

เปิดตำรา 'มัลเลอุส มาเลฟิการุม' วิธีไต่สวนแม่มดในยุคกลาง

In Focus

+ ในช่วงปลายยุคกลาง ตำราชื่อว่า 'มัลเลอุส มาเลฟิการุม' (Malleus Maleficarum) คือคู่มือการล่าแม่มด ถูกเขียนโดยบาทหลวงชาวเยอรมันนามว่า ไฮน์ริค คราเมอร์ (Heinrich Kramer) ในปี 1486-1487 หลังจากเขาถูกขับไล่โดยบิชอปคนหนึ่งระหว่างการไต่สวนแม่มด

+ เดิมทีแม่มดถูกมองเป็นความเชื่องมงายของชาวบ้าน แต่หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในตัวจุดประกายแนวคิดเรื่องการล่าแม่มดอย่างจริงจัง และชูประเด็นที่ว่าแม่มดมีอิทธิฤทธิ์มนต์ดำจริง และได้รับพลังอำนาจจากปีศาจด้วย

+ แม้ตัวคนเขียนจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนร่วมสมัยและถูกกังขาจากแนวคิดการไต่สวน แต่หนังสือของเขากลับกลายเป็นคู่มือที่ราชสำนักทั่วยุโรปในสมัยเรเนสซองส์ต่างนำไปใช้จนถึงศตวรรษที่ 17 และกลายเป็นเครื่องมือโจมตีกันระหว่างนิกายคาทอลิกและโปรเตสแตนท์

+ ต่อไปนี้คือขั้นตอนการสอบสวนแม่มดจากตำราโบราณชื่อ มัลเลอุส มาเลฟิการุม
1.ใครคือ 'บุคคลต้องสงสัย'

ตามตำรากล่าวไว้ว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงเป็นแม่มดมากที่สุด เพราะเชื่อว่าผู้หญิงถูกชักจูงง่ายกว่า ชอบโป้ปด และมีความต้องการทางเพศสูง ในหลายกรณี การทำผิดกฎประเวณีหรือคนที่ติดเซ็กส์มักถูกเชื่อมโยงกับการเล่นมนต์ดำไปด้วย

กลุ่มคนที่โดนเพ่งเล็งมากที่สุดคือเหล่า ‘หมอตำแย’ เพราะเชื่อว่าหมอตำแยมีเคล็ดลับในการยับยั้งการตั้งครรภ์หรือทำให้หญิงตั้งครรภ์แท้งลูกได้ ยังมีเรื่องเล่าอีกว่าหมอตำแยมักนำทารกไปกินหรือแม้แต่ถวายเด็กเป็นบรรณาการแด่ปีศาจ

นอกจากนี้ กลุ่มคนภายนอกที่ขัดขวางหรือไม่ให้ความร่วมมือระหว่างการไต่สวนอยู่บ่อยครั้งอาจถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการกระทำความผิดในฐานะแม่มดด้วยเช่นกัน

2.คัดเลือก'พยาน'เพื่อแก้ต่าง

การคัดเลือกพยานเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหากเลือกพยานหรือผู้กล่าวหาไม่ดีพอ นั่นหมายถึงคนบริสุทธิ์จะถูกทรมานโดยไม่ได้ทำความผิด

ในตำราแม่มดยังกล่าวถึงบุคคลที่ไม่สามารถเป็นพยานกล่าวหาได้ นั่นคือผู้หญิงที่ชอบ ‘ทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น’ เพราะผู้หญิงเหล่านี้อาจกล่าวความเท็จเพื่อใส่ร้ายบุคคลที่ตนไม่พอใจได้ ตัวตนของพยานจะถูกปกปิดจากผู้ถูกกล่าวหาเพื่อคุ้มกันพยานจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ มีเพียงผู้ไต่สวน ผู้พิพากษา และทนายเท่านั้นที่ทราบตัวตนของพยาน

ผู้ถูกกล่าวหาสามารถมีทนายมาแก้ต่างให้ได้ แต่ผู้พิพากษาเป็นคนคัดเลือกทนายที่เหมาะสมที่สุดเอง

3.ตรวจร่างกายแม่มด

ผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาจะต้องผ่านการตรวจร่างกาย เพื่อหาร่องรอยของแม่มดก่อน

ผู้ต้องหาจะถูกจับเปลื้องผ้าในห้องขังโดยผู้หญิงคนอื่น แล้วช่วยกันตรวจทั่วร่างกายขั้นต้นเพื่อหาร่องรอยการเล่นมนต์ดำ เส้นผมและขนมักถูกโกนเพื่อตรวจสภาพร่างกายได้สะดวกขึ้น รอบประทับตราของแม่มดอาจเป็นรอยแผลหรือปานรูปร่างคล้ายสัญลักษณ์นอกรีต รวมถึงรอยสัก

นอกจากตรวจร่างกายแล้ว หากหญิงคนใดไม่มีน้ำตาระหว่างการทรมานจะถือว่าเป็นแม่มดเช่นกัน เพราะความอึดทนทายาดเป็นเหมือนเกราะป้องกันจากปีศาจ อีกวิธีที่นิยมคือทดสอบว่าผู้ถูกกล่าวหาตกน้ำแล้วจมหรือโดนไฟแล้วไม่ไหม้ การไม่จมน้ำหรือไม่โดนไฟลวกคือสัญลักษณ์ของแม่มด

4.บทลงโทษสุดโหด

ตามกฎหมาย ศาสนจักรไม่มีสิทธิ์ประหารคนที่ยังไม่สารภาพ ผู้ไต่สวนได้รับอนุญาตให้ปกปิดความจริงข้อนี้ไว้เพื่อล่อลวงให้นักโทษสารภาพ และให้สัญญากับนักโทษว่าจะไว้ชีวิตหากเอ่ยชื่อแม่มดคนอื่น โดยจะทำการสอบสวนผู้ต้องสงสัยไปเรื่อยๆ หรือทรมาน เมื่อนักโทษสารภาพและชี้ตัวแม่มดคนอื่น ผู้ไต่สวนจึงจะเผยความจริงอีกส่วนว่านักโทษอาจถูกจองจำตลอดชีวิตและประทังชีวิตด้วยขนมปังและน้ำเท่านั้น

นักโทษที่สารภาพผิดและประกาศละทิ้งความเชื่อนอกรีตอาจได้รับอภัยโทษ นอกนั้นมักถูกประหารด้วยการเผาทั้งเป็น คนที่สารภาพระหว่างการทรมานจะต้องสารภาพอีกครั้งขณะไม่ถูกทรมาน เพื่อยืนยันความผิด

5.ทรมานจนกว่าจะสารภาพ

นักโทษคนใดที่ทนการทรมานได้ดีโดยไม่ปริปากจะถูกหมายหัวว่าถูกปีศาจคุ้มครอง .
การทรมานจะเริ่มจากระดับเบาๆ อย่างการจับมัดติดขื่อ เฆี่ยนตี จับห้อยหัว ไปถึงขั้นสาหัสอย่างจับยืดตัว หรือถ่วงน้ำ การทรมานขั้นต้นถือเป็นการไล่ผี หากนักโทษสารภาพเร็วจะถือว่าถูกปีศาจทิ้งไปและอาจได้รับโทษเบากว่า

หากนักโทษคนไหนไม่ยอมสารภาพ จะถูกส่งตัวไปให้ศาลรัฐบาลท้องถิ่นแทน ซึ่งศาลท้องถิ่นอาจไม่มีกฎหรือข้อห้ามแบบศาลศาสนจักรและอาจทรมานนักโทษจนเสียชีวิตได้ ซึ่งนักโทษที่เสียชีวิตจากการทรมานส่วนใหญ่มักมาจากศาลท้องถิ่น

6.วิธีป้องกันมนต์ดำแม่มดของผู้พิพากษา

ตำราล่าแม่มดกล่าวไว้ว่า บรรดาแม่มดได้ทำสัญญากับปีศาจ โดยมีความเชื่อผู้หญิงที่เป็นแม่มดจำนวนมากถูกปีศาจในร่างชายหนุ่มชื่อ ‘อินคูบุส’ (Incubus) หลอกให้ร่วมเพศด้วย และได้รับมนต์ดำหรือถูกปีศาจตนนี้สิงร่าง ทำให้มีอาการติดเซ็กส์ เชื่อว่าแม่มดและอินคูบุสมีฤทธิ์ทำให้อวัยวะเพศชายแปรสภาพหรือหายไปได้

ตำราเล่มนี้ยังกล่าวถึงการป้องกันตัวผู้พิพากษาจากมนต์ดำของแม่มดด้วย มีคำแนะนำให้ผู้พิพากษาป้องกันตัวด้วยการใช้ภาษาหรือรหัสลับระหว่างการไต่สวน เพื่อไม่ให้แม่มดทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้พิพากษา

อ้างอิง

http://chnm.gmu.edu/wwh/modules/lesson4/lesson4.php?s=1

https://www.sacred-texts.com/pag/mm/index.htm

https://www.thoughtco.com/malleus-maleficarum-witch-documen…

http://www.malleusmaleficarum.org/