Infographic

เรื่องแปลกที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ 'ชนเผ่ามาไซ'

1.ชนเผ่ามาไซ (Maasai) มีต้นกำเนิดจากต้นลุ่มน้ำไนล์ อาศัยในประเทศแทนซาเนียและเคนยา แผ่นดินที่พวกเขาอาศัยเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาอันแห้งแล้งและร้อนระอุ มีทั้งสัตว์เล็กใหญ่ที่อันตราย ไม่ว่าจะช้าง สิงโต ไฮยีนา แรด

2.เอกลักษณ์โดดเด่นคือ ร่างกายสูงกำยำ แต่งกายด้วยผ้าสีแดงสดสะดุดตา สวมใส่เครื่องประดับระยิบระยับ

3.พวกเขาเป็นชนเผ่าเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์อย่างวัว แพะ แกะ ลา ชาวมาไซจะอพยพทุกๆ 1-3 เดือน เพื่อเวียนไปหาดินแดนที่อุดมสมบูรณ์กว่า จะย้ายต่อไปเมื่อหญ้าในพื้นที่เหลือน้อยลง และกลับมาจุดเดิมที่พืชพรรณฟื้นตัวกลับมาในที่สุด

4.หมู่บ้านของชาวมาไซเรียกว่า ‘โบมา’ (Boma) บ้านชาวมาไซทำจากดิน ขี้วัว กิ่งไม้ มุงหลังคาด้วยฟาง ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เย็นตอนกลาง กักเก็บความอุ่นในยามกลางคืน และกันฝนได้ดี

5.รอบหมู่บ้านมาไซจะมีรั้วทำจากกิ่งไม้ พุ่มไม้ และไม้หนามมาสุมกัน เพื่อป้องกันชาวบ้านและปศุสัตว์จากสัตว์นักล่าอันดับต้นของทุ่งสะวันนาอย่าง สิงโต และไฮยีนา ปศุสัตว์ของชาวมาไซจะถูกล้อมรัวกลางหมู่บ้าน โดยมีบ้านอยู่ติดแนวรั้วรอบหมู่บ้าน ชาวมาไซจะล่าสิงโตต่อเมื่อปศุสัตว์ของพวกเขาโดนสิงโตฆ่า

6.เครื่องดื่มโปรดปรานของชาวมาไซมีตั้งแต่ นมสด เลือดสด ซุปเครื่องในสัตว์ และชา

7.เมื่อชาวมาไซเชือดสัตว์ พวกเขาจะไม่ปล่อยให้ส่วนไหนเหลือทิ้ง นำเนื้อมาย่างไฟ ไขมันกับเครื่องในจะถูกนำไปต้มซุปแล้วแบ่งกันดื่ม ส่วนเลือดที่ไหลออกมาถือเป็นเครื่องดื่มชั้นยอด มีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นแหล่งอาหารธาตุเหล็กของชาวมาไซ อาหารที่แทบไม่มีน้ำตาลทำให้ชาวมาไซมีสุขภาพและฟันที่ดีมาก ร่างกายแข็งแรงและกำยำ มีเพียง 0.4% ที่พบอาการฟันผุ

8.พิธีกรรมเต้นรำกระโดดสูงของชาวมาไซถือเป็นจุดเด่น ชาวมาไซใช้พิธีกรรมนี้เพื่อแข่งขัน ให้ความบันเทิง และแสดงความแข็งแกร่ง เสียงเพลงร้องประสานจะยิ่งดังเมื่อกระโดดสูงขึ้น หนุ่มมาไซที่แข็งแรงสามารถกระโดดได้สูงถึง 80 ซ.ม. แม้จะใช้มือแนบลำตัวตรงเท่านั้น

9.พิธีกรรมเต้นรำกระโดดของชาวมาไซสามารถลากยาวได้ถึง 24 ชั่วโมง พิธีกระโดดเต้นรำยังมีจุดประสงค์เพื่อหาคู่ด้วย หนุ่มสาวจะออกมาพบปะกันในพิธี ฝ่ายชายจะเรียงแถวแล้วกระโดดทีละคน หญิงที่สนใจจะออกมาเต้นรำยั่วยวนต่อหน้าชายที่กระโดดอยู่

10.เด็กชายและหญิงมาไซส่วนใหญ่มักผ่านพิธีขลิบอวัยวะเพศแทบทั้งสิ้น เชื่อว่าการขลิบอวัยวะเพศการเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ชายมาไซส่วนใหญ่ยังนิยมผู้หญิงที่ขลิบอวัยวะเพศเท่านั้น ผู้หญิงที่ยังไม่ขลิบอวัยวะเพศจะไม่สามารถแต่งงานได้ เด็กหนุ่มที่เพิ่งขลิบจะต้องแต่งกายชุดดำเป็นเวลาครึ่งปี ชายหนุ่มที่เพิ่งเข้าสู่วัยนักรบจะต้องออกเดินสายไปทั่วเขตแดนของชาวมาไซเพื่อติดต่อกับมาไซหมู่บ้านอื่นๆ และแนะนำตัวให้รู้จัก พวกเขาต้องหัดต้อนฝูงปศุสัตว์ หัดค้าขายแลกเปลี่ยนในวัยนี้

11.นักรบชาวมาไซมีอาวุธคู่กายคือ หอกเหล็กใบคมกริบ โล่หุ้มด้วยหนังสัตว์ ดาบสั้น มีด และกระบองขว้างที่มีพิสัยถึง 100 เมตร ในอดีตนักรบหนุ่มต้องหัดใช้อาวุธเหล่านี้เพื่อต่อสู้และชิงวัวจากชาวมาไซหมู่บ้านอื่น แต่ปัจจุบันพวกเขาหันมาใช้การเจรจาค้าขายเป็นหลัก

12.ในอดีต การล่าสิงโตเป็นกิจกรรมอันทรงเกียรติของชายมาไซ ชายที่ล่าสิงโตได้สำเร็จจะมีสถานะไม่ต่างกับดาวเด่นแห่งหมู่บ้าน สิงโตจะถูกล่าโดยผู้กำลังเข้าพิธีกรรมเปลี่ยนผ่านวัย เช่น จากเด็กเป็นผู้ใหญ่ จากผู้ใหญ่เป็นนักรบอาวุโส จากนักรบอาวุโสเป็นผู้อาวุโส ปัจจุบันการล่าสิงโตถูกสั่งห้ามแล้ว เพราะมีจำนวนลดน้อยลง

13.หญิงชาวมาไซนิยมโกนหัวเป็นปกติ ผู้ชายชาวมาไซจะโกนหัวทุกครั้งที่เข้าสู่พิธีกรรมผ่านช่วงวัย เด็กชายชาวมาไซจะถูกโกนตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เหลิอเพียงกระจุกด้านบน และโกนผมอีกครั้งเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม จากนั้นจะปล่อยให้ผมตรงกลางยาวแล้วถักเป็นทรงเดรดล็อค และจะโกนหัวอีกครั้งเมื่อผ่านสู่วัยนักรบอาวุโส พวกผู้ชายมักย้อมผมด้วยเปลือกไม้หรือไขมันสัตว์ให้เป็นสีแดงสด

14.การแต่งงานของชาวมาไซไม่ใช่เรื่องของคนสองคนเท่านั้น แต่เป็นการให้กรรมสิทธิ์กับชายในรุ่นเดียวกับสามีด้วย เมื่อมีแขกรุ่นราวคราวเดียวกับสามีมาเยี่ยมบ้าน ภรรยาชาวมาไซมีสิทธิ์เลือกว่าจะหลับนอนกับแขกหรือไม่ ถือเป็นการต้อนรับแขกอย่างหนึ่ง หากภรรยาตั้งท้องกับแขก ลูกที่เกิดมาจะถือเป็นลูกของเจ้าบ้าน

อ้างอิง

http://www.kenya-information-guide.com/maasai-tribe.html

http://bigcatrescue.blogspot.com/…/maasai-tribesmen-help-li…

https://web.archive.org/…/LivestockasfoodforpastoralistsinA…