ข่าว

หลุมศพคาทอลิกเก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน

นักโบราณคดีพบหลุมศพสมัยศตวรรษที่ 17 ที่หักล้างความเชื่อเกี่ยวกับอาณานิคมยุโรปในเอเชีย-แปซิฟิก ขณะที่ร่างในหลุมยังอยู่ในท่าทำมือสวดมนต์ เผยชุมชนยากจนมาก ไม่เหลือหลักฐานอื่นใดนอกจากโครงกระดูกกับหัวเข็มขัดอันเดียว

หนังสือพิมพ์ International Business Times รายงานว่าการศึกษาชุมชนสเปนยุคแรกในไต้หวันตั้งแต่ทศวรรษ 1620 เป็นต้นมา ทำให้ได้พบหลุมฝังศพแบบยุโรปยุคแรกที่สุดเท่าที่เคยพบมาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก


หลุมศพชาวคาทอลิกในไต้หวันเมื่อศตวรรษที่ 17 ที่มาของภาพ

ศพที่พบเป็นผู้ชายวัยผู้ใหญ่ฝังอยู่ในสุสานคาทอลิกของชุมชนชาวสเปนสมัยศตวรรษที่ 17 ที่ชื่อว่า San Salvador de Isla Hermosa บนเกาะเหอผิง (เกาะสันติภาพ, Peace Island) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนครจีหลง (Keelung) ทางตอนเหนือของไต้หวัน ซึ่งมีการตั้งชุมชนระหว่าง ค.ศ. 1626-1642 จากนั้นจึงส่งตัวอย่าง DNA จากกะโหลกศีรษะเพื่อวิเคราะห์หาอายุ ชาติพันธุ์และสุขภาพของชายผู้นั้นต่อไป


โครงกระดูกที่พบในแหล่งขุดค้น ที่มาของภาพ

ชุมชน San Salvador de Isla Hermosa ตั้งขึ้นเป็นอาณานิคมชาวสเปนบนเกาะแห่งนี้ เมื่อ ค.ศ.1626 และตกอยู่ในความครอบครองของดัตช์ในเวลาต่อมา กระทั่งจีนผนวกดินแดนแห่งนี้และตกเป็นของญี่ปุ่นที่ยึดครองอยู่เรื่อยมาจนสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2


ชุมชนชาวสเปนโบราณในไต้หวัน ที่มาของภาพ
 
“นับเป็นครั้งแรกที่พบหลุมศพยุโรปโบราณในแถบเอเชีย-แปซิฟิกในสภาพสมบูรณ์ ทั้งที่ในภูมิภาคนี้ไม่เคยพบเช่นนี้มาก่อน” มาเรีย ครูซ เบอร์โรคอล หัวหน้าคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยค็อนสตันซ์ กล่าว
 
มีการสันนิษฐานว่าศพที่พบในหลุมอาจเป็นชาวยุโรป ชนพื้นเมืองบนเกาะไต้หวันหรือชาวแอฟริกันที่ถูกนำมาเป็นทาสบนเกาะแห่งนี้ก็เป็นได้ หัวหน้าคณะวิจัยหวังว่าจะหาคำอธิบายได้มากขึ้นเกี่ยวกับการแพร่กระจายโรคที่เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของชาวอาณานิคมยุโรปกับชนพื้นเมือง
 
ความจริงที่ยากแค้น
 
การศึกษาแหล่งขุดค้นนี้หักล้างทัศนะที่เชื่อกันมานานเกี่ยวกับการตั้งอาณานิคมของสเปนในไต้หวัน
 
“หลักฐานชิ้นเดียวเกี่ยวกับอาณานิคมอยู่ในจดหมายเหตุของชาวยุโรป แต่ไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีรองรับ จึงไม่สามารถสืบย้อนจากวัตถุไปได้” เบอร์โรคอลกล่าว “เราตัดสินใจเริ่มการวิจัยนี้เพราะเอกสารบางชิ้นก็มีอคติ เราต้องการหลักฐานทางโบราณคดี เพราะชาวสเปนมองคนพื้นเมืองอย่างเลวร้ายอยู่เสมอ”

หลักฐานที่ได้จากการขุดค้นขัดแย้งกับมุมมองที่ได้จากบันทึกของชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ในอาณานิคม ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชาวอาณานิคมสเปนล้วนกล่าวถึงภาพของตนในฐานะผู้มีอำนาจสั่งการบนเกาะ

การขุดค้นทางโบราณคดีกลับให้เรื่องราวต่างออกไป กล่าวคือ ชุมชนชาวยุโรปเพียงไม่กี่แห่งในแหล่งขุดค้นอยู่ในสภาพขัดสนมาก ชาวอาณานิคมต้องพึ่งความเป็นชุมทางการค้นของเส้นทางการค้นจีนกับไต้หวัน แต่กลับทิ้งสัญลักษณ์ของมรดกวัฒนธรรมยุโรปไว้เบื้องหลังเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น เมื่อเทียบกับการตั้งชุมชนชางจีนและชาวญี่ปุ่นในไต้หวันแล้ว ชาวยุโรปถือว่าบางตามาก

“เราไม่มีศิลปวัตถุยุโรปอื่นใดนอกจากหัวเข็มขัดสัมฤทธิ์เพียงอันเดียวเท่านั้น” หัวหน้าคณะวิจัยกล่าวสรุป


หัวเข็มขัดสัมฤทธิ์หลักฐานชิ้นเดียวที่ได้จากการขุดค้นครั้งนี้ ที่มาขอของภาพ
 
-----------------
เรียบเรียงจาก
http://www.ibtimes.co.uk/taiwan-earliest-catholic-grave-asia-pacific-unearthed-1612828
https://www.sciencedaily.com/releases/2017/03/170320104024.htm