ข่าว

ขวดเหล้าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

นักโบราณคดีอิสราเอลพบ “ขวดเหล้า” นับร้อยๆ ใบจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เชื่อได้ว่าทหารอังกฤษที่มารบแถบนี้คง “กระหายตลอดเวลา” โดยเตรียมนำไปจัดแสดงร่วมกับการฉลอง 100 ปี ปฏิบัติการในปาเลสไตน์
 
นักโบราณคดีอิสราเอลขุดค้นบริเวณใกล้เมืองรามลา (Ramla) ที่เคยพบเครื่องมือหินและซากดึกดำบรรพ์สมัยหินเก่ามาแล้ว แต่พอเริ่มขุดพื้นที่เพื่อตัดเป็นถนนเส้นใหม่ก็พบขวดนับร้อยๆ ใบ มีทั้งขวดยิน ไวน์ เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ที่กองกำลังอังกฤษในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทิ้งไว้


ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นับร้อยๆ ใบที่ขุดพบ ที่มาของภาพ
 
ทหารอังกฤษที่ตั้งค่ายอยู่บริเวณดังกล่าวดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ระหว่างปฏิบัติภารกิจเข้ายึดกรุงเยรูซาเล็มในวันคริสต์มาส ค.ค.1917
 
นับเป็นเวลา 100 ปีให้หลังพอดีที่บรรดาขวดยิน ยี่ห้อกอร์ดอน และขวดวิสกี้ ยี่ห้อเดวาร์ ได้รับการขุดและนำขึ้นมาศึกษาอย่างระมัดระวังโดยนักวิทยาศาสตร์จากสำนักโบราณคดีอิสราเอล

ขวดยิน ยี่ห้อกอร์ดอน เครื่องดื่มยอดนิยมของชาวลอนดอน ที่มาของภาพ


ขวดและฉลาก(ที่เหลือ)ของวิสกี้ ยี่ห้อเดวาร์ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ยี่ห้ออื่นๆ ในเวลานั้น ที่มาของภาพ

นอกจากนี้ยังพบแปรงสีฟัน กระดุมเครื่องแบบ และอุปกรณ์การโกนหนวด ตลอดจนปลอกเงินสวมปลายคทาซึ่งเป็นเครื่องแสดงอำนาจของนายทหารหน่วยบินหลวงหรือฝูงบินอังกฤษ


ปลอกเงินสวมปลายคทานายทหาร มีเครื่องหมายประจำเหล่าหน่วยบินหลวง และอักษรย่อ RFC (ย่อมาจากชื่อหน่วย Royal Flying Corps) ที่มาของภาพ
 
รอน ทอก ผู้อำนวยการการขุดค้นกล่าวว่า “นับเป็นการค้นพบที่น่าตื่นใจมาก ทำให้เราทราบว่าทหารเหล่านั้นอยู่กันอย่างไรและทำอะไรในเวลาว่าง ซึ่งดูเหมือนกับว่าพวกเขาจะกระหายตลอดเวลา”


ขวดเครื่องดื่มโซดา ที่มาของภาพ

ขวดเหล่านี้พบหลุมฝังกลบติดกับโรงนาเก่าที่อังกฤษเปลี่ยนให้เป็นโรงนอนทหาร ประมาณ 70% ของขวดที่พบทำมาจากแก้ว 

ผู้อำนวยการการขุดค้นกล่าวว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายชนิด รวมทั้งชิ้นส่วนจานกระเบื้องจากอิตาลีแสดงว่ามาจากสโมสรนายทหารมากกว่าโรงเลี้ยงทหารเกณฑ์


ชิ้นส่วนที่จำนวนหนึ่งที่รอการอนุรักษ์ต่อไป ที่มาของภาพ
 
นักโบราณคดียังคงวิเคราะห์สิ่งที่พบและวางแผนว่าจากนี้ควรจัดแสดงในอิสราเอลหรืออังกฤษ
 
ปีนี้ รัฐบาลอิสราเอลกระตือรือร้นมากที่จะได้ต้อนรับพระราชวงศ์อังกฤษซึ่งจะเสด็จมาเยือนเนื่องในโอกาสครบ 100 ปี การปฏิบัติการของกองทัพอังกฤษในปาเลสไตน์ เมื่อ ค.ศ.1917 และการคำประกาศบัลโฟร์ (Balfour Declaration) ซึ่งเป็นเอกสารจากรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเดวิด ลอยด์ จอร์จ อันเป็นการปูทางของการก่อตั้งชาติอิสราเอลในเวลาต่อมา
 
แม้พระราชวงศ์อังกฤษจะไม่เคยเสด็จเยือนอิสราเอลเพราะความผันผวนทางการเมืองในภูมิภาค แต่รัฐบาลอิสราเอลก็หวังว่าการค้นพบสิ่งของของทหารอังกฤษดังกล่าวจะทำให้มีการเสด็จเยือนได้ในปีนี้
 
ทั้งนี้ จากการค้นคว้าพบว่ากองกำลังอังกฤษที่ดื่มยินและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ ซึ่งพบขวดเหลืออยู่มากมายนี้ อยู่ในบังคับบัญชาของจอมพลเอ็ดมุนด์ อัลเลนบี (Field Marshall Edmund Allenby) ผู้นำทัพจากอียิปต์เข้าดินแดนปาเลสไสต์ซึ่งขณะนั้นอยู่ในอาณัติของจักรวรรดิออตโตมานเมื่อช่วงต้น ค.ศ.1917


จอมพลเอ็ดมุนด์ อัลเลนบี ที่มาของภาพ
 
กองกำลังของจอมพลอัลเลนบีเคลื่อนขึ้นทางเหนือผ่านเมืองกาซา และเมืองเบเอร์เชวา จนถึงเมืองรามลาในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน โดยมีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีลอยด์ จอร์จ ให้จอมพลอัลเลนบียกทัพเข้ายึดกรุงเยรูซาเล็มในวันคริสต์มาส


จอมพลอัลเลนบีนำทหารอังกฤษเดินเท้าเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ.1917 ที่มาของภาพ
 
ในที่สุดหลังจากปะทะอย่างหนักกับกองทัพตุรกี จอมพลอัลเลนบีก็เข้าสู่เมืองเยรูซาเล็มได้ในวันที่ 11 ธันวาคม เขาเดินเท้าผ่านประตูยัฟฟา (Jaffa gate) ในเขตเมืองเก่า เพื่อเป็นแสดงความเคารพต่อสถานที่ (ปกติผู้บัญชาการทหารจะขี่ม้า)
 
กองทัพอังกฤษยังตั้งค่ายอยู่ในเมืองรามลาอีกราว 9 เดือนก่อนจะยกขึ้นเหนือผ่านบริเวณที่เป็นพรมแดนระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนในปัจจุบันต่อไป
 
เรียบเรียงจาก
http://www.telegraph.co.uk/news/2017/03/22/israel-finds-hundreds-bottles-alcohol-left-behind-british-soldiers/ 
http://www.haaretz.com/archaeology/1.778820
http://www.timesofisrael.com/archaeologists-uncork-100-year-old-liquor-stash-left-by-british-troops/