ข่าว

พบขุมทรัพย์ใต้ถนนโรมัน

พบโบราณวัตถุกว่า 1 แสนชิ้นใต้ถนนโรมันเดิมที่กำลังปรับให้เป็นทางหลวงสายหลักทางตอนเหนือของอังกฤษ กำหนดอายุย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 1 ทั้งยังพบชุมชนโบราณที่แหล่งผลิตเหรียญกษาปณ์และเครื่องหนังให้กองทัพโรมัน
 
นิตยสาร Live Science รายงานเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 ว่า ขณะมีการปรับปรุงถนนโรมันโบราณที่ยาวที่สุดในอังกฤษให้เป็นทางหลวงสายหลัก ได้ขุดพบขุมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยศิลปวัตถุหายากจากชุมชนโรมันที่เก่าแก่ที่สุดและมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ


เครื่องแก้วลายนูนสูง ที่มาของภาพ
 
การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นที่เมืองนอร์ธ ยอร์กไชร์ ทางหลวงสาย A1 ที่มีความยาว 410 ไมล์ (660 กิโลเมตร) จากกรุงลอนดอนไปยังเมืองเอดินบะระ ในสก็อตแลนด์ ระหว่างการดำเนินโครงการปรับปรุงถนนสายดังกล่าว กลับพบขุมทรัยพ์ใต้ผิวถนน ประกอบด้วยรองเท้า ถ้วย แหวนเงิน กุญแจ ชามแก้วลายนูนสูงและรูปสลักทำด้วยอำพันอันงดงาม จำนวนมากถึง 177,000 ชิ้น

การขุดค้นบนทางหลวงสาย A1 ที่มาของภาพ
 
“ถือเป็นความน่าสนใจยิ่งที่ทราบว่าเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน ชาวโรมันก็ใช้ทางหลวงสาย A1 เป็นเส้นทางหลักที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และใช้วิทยาการที่ดีที่สุดในเวลานั้นตัดถนนสายนี้ขึ้นมา” ทอม โฮวาร์ด ผู้จัดการโครงการของหน่วยงานทางหลวงรัฐบาลอังกฤษกล่าว
 
นักวิจัยกล่าวเสริมว่า พบลูกดิ่งที่ใช้ในการตัดถนนให้ตรงเช่นเดียวกับที่ใช้ในการสร้างถนนดีรี (Dere Street) ซึ่งเป็นถนนโรมันที่สร้างขึ้นตามอย่างถนน A1 ดั้งเดิม
 
นอกจากนี้การขุดค้นยังทำให้พบชุมชนโรมันโบราณในเมืองสก็อต คอร์เนอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมทางที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ ซึ่งเชื่อมสก็อตแลนด์กับอังกฤษ ตลอดชายฝั่งทะเลตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน ซากชุมชนขนาดใหญ่แห่งนี้กำหนดอายุย้อนไปได้ถึง ค.ศ.60 ซึ่งเก่าแก่กว่าชุมชนในยอร์กและคาร์ลิสเล่ ถึง 10 ปี จึงเป็นการพิสูจน์ว่า “ชาวโรมันอาจเริ่มการขยายเขตแดนขึ้นไปทางเหนือของอังกฤษเร็วกว่าที่คิดกันถึง 10 ปี” 
 
ชุมชนที่พบในสก็อตคอร์เนอร์มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับชุมชนโบราณอื่นๆ ที่พบทางตอนเหนือของอังกฤษ กล่าวคือ มีความยาวจากเหนือลงใต้ 4,600 ฟุต (1,400 เมตร) หรือประมาณความยาวของสนามฟุตบอล 13 สนามต่อกัน

ดาบจำลองพบที่เมืองสก็อตคอร์เนอร์ ยาวประมาณ 7-8 เซนติเมตร ใบดาบทำด้วยเหล็ก ฝักดาบทำด้วยโลหะเจือทองแดง มีด้ามทำด้วยกระดูก เชื่อว่าใช้เป็นของถวายเทพเจ้าหรือมีดพกประจำตัว ที่มาของภาพ
 
วัตถุที่ขุดพบในชุมชนดังกล่าวแสดงว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในสก็อตคอร์เนอร์มีฐานะค่อนข้างมั่งคั่งเลยทีเดียว เช่น สินค้านำเข้าของคนชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นนักแสดงสวมชุดโตก้า (toga) ที่สลักจากก้อนอำพันซึ่งเชื่อกันทำขึ้นในอิตาลีเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 1

รูปนักแสดงสวมโตก้าที่สลักจากก้อนอำพัน ที่มาของภาพ
 
“สิ่งนี้ไม่เคยพบในอังกฤษมาก่อน แต่กลับเหมือนกับสิ่งที่พบในปอมเปอี” ผู้แทนหน่วยงานประวัติศาสตร์ของอังกฤษกล่าว
 
นักโบราณคดียังพบชิ้นส่วนแม่พิมพ์ดินเหนียวกว่า 1,400 ชิ้นที่ใช้ในการทำเหรียญทองคำ เงิน และทองแดง ซึ่งทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ตั้งอยู่ตอนบนสุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาในยุโรป ทั้งยังทำให้พิจารณาได้ว่าชุมชนแห่งนี้น่าจะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและศูนย์กลางการบริหารของพื้นที่แถบนี้ก็เป็นได้ “แสดงว่าชาวโรมันนำกิจกรรมการผลิตเชิงอุตสาหกรรมสำคัญเข้ามายังพื้นที่ส่วนนี้ของอังกฤษและผลิตเหรียญมูลค่าสูงออกมาได้”

ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ดินเหนียวที่ใช้ผลิตเหรียญกษาปณ์โรมัน ที่มาของภาพ
 
อย่างไรก็ตามชุมชนโบราณที่สก็อตคอร์เนอร์กลับมีอายุค่อนข้างสั้น เพียง 1-2 ทศวรรษเท่านั้น ซึ่งดูจะสอดคล้องกับการเกิดขึ้นเมืงคัตเตอริก ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของสก็อตคอร์เนอร์ ซึ่งเรียกชื่อในภาษาละตินว่า คาตารักโตนิอุม (Cataractonium) ซึ่งมีอายุน้อยกว่าชุมชนโบราณที่สก็อตคอร์เนอร์

พื้นที่ขุดค้นบริเวณรอบทางหลวงสาย A1 ที่เมืองคัตเตอริก ที่มาของภาพ
 
ที่เมืองคัตเตอริก นักโบราณคดีพบรองเท้าหนังในสภาพดีหลายคู่ เช่นเดียวกับแผ่นหนังขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าใช้ในการผลิตเครื่องนุ่งห่ม สิ่งของเหล่านี้แสดงว่าเมืองคาตารักโตนิอุมเป็นศูนย์สำคัญของการผลิตเครื่องหนังให้แก่กองทัพโรมัน ขณะเดียวกัน แหวนเงินรูปร่างคล้ายงูพันรอบนิ้วผู้สวมใส่และกุญแจหลากหลายขนาดแสดงว่าผู้คนที่อาศัยที่นี่มีฐานะมั่งคั่งและมีการเก็บรักษาทรัพย์สมบัติไว้อย่างปลอดภัย ส่วนสไตลัสหรือปากกาและกระปุกหมึกที่ทำจากพิวเตอร์ (pewter) ซึ่งเป็นโลหะเจือระหว่างดีบุกกับตะกั่วหรือโลหะอื่นๆ ที่แสดงว่าผู้คนในชุมชนแห่งนี้ “รู้หนังสือ” อีกด้วย

รองเท้าหนังสภาพดีที่ขุดพบในชุมชนโบราณที่เมืองคัตเตอริก ที่มาของภาพ

แหวนรูปงูซึ่งพบที่เมืองคัตเตอริก ที่มาของภาพ
 
“จำนวนวัตถุสิ่งของที่พบบนถนนสายนี้นับว่ามหาศาล “ เนล เรดเฟิร์น หัวหน้าผู้ตรวจการอนุสรณ์สถานโบราณจากหน่วยงานประวัติศาสตร์ของอังกฤษกล่าวว่า “โครงการก่อสร้างครั้งนี้เปิดโอกาสให้เราทำความเข้าใจว่ากองทหารโรมันขยายตัวสู่พื้นที่ทางเหนือได้อย่างไรและชีวิตพลเรือนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรนับแต่นั้นเป็นต้นมา”

-----------------
เรียบเรียงจาก
http://www.livescience.com/58587-roman-settlement-discovered-beneath-england-road.html
http://www.catterickgarrison.org/treasure-trove-of-roman-artefacts-recovered-at-catterick-a1-upgrade/
https://www.thevintagenews.com/2016/08/04/177000-roman-artifacts-found-a1/