ข่าว

พบเมืองโรมันปริศนาในฝรั่งเศส

นักโบราณคดีพบเมืองโรมันโบราณในพื้นที่ก่อสร้างโรงเรียนกินนอนทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เผยเดิมรู้จักเพียง “ชื่อ” เท่านั้น คาดโมเสกประดับพื้นจะช่วยส่องทางให้เข้าใจอดีตได้
 
29 มีนาคม 2560--เว็บไซต์ International Business Times ของอังกฤษ รายงานว่า นักโบราณคดีขุดค้นพบส่วนหนึ่งของเมืองโรมันโบราณทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เดิมเมืองนี้ปรากฏเพียงชื่อ ไม่เคยมีผู้ใดทราบว่าที่จริงแล้วตั้งอยู่ที่ใดและถือว่านี่เป็นการค้นพบครั้งแรก

ภาพพื้นที่ที่ขุดค้น เห็นพื้นอาคารตกแต่งด้วยภาพโมเสก 2 จุด ที่มาของภาพ

การขุดค้นเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2559 ตามคำสั่งของรัฐ หลังจากหน่วยงานในท้องถิ่นซื้อที่ดินในละแวกเมืองอูเซส (Uzès) ใกล้เมืองนีม (Nîmes) เพื่อสร้างโรงเรียนกินนอนและโรงอาหาร 
 
คณะนักโบราณคดีนำโดยฟิลิป เชียว (Philippe Cayn) จากสถาบันวิจัยโบราณคดีป้องกันแห่งชาติฝรั่งเศส (French National Institute for Preventive Archeological Research, INRAP) ลงมือขุดค้นพื้นที่ 4,000 ตารางเมตรเพื่อให้แน่ใจว่าการก่อสร้างจะไม่ทำลายศิลปะวัตถุใดๆ ในพื้นที่

กระทั่งขุดค้นพบซากเมืองปริศนาที่สันนิษฐานว่าคือเมืองอูเซเทีย (Ucetia) ของโรมัน
 
“ก่อนลงมือทำงาน เราทราบเพียงว่ามีเมืองโรมันชื่อว่าอูเซเทีย จากชื่อที่เอ่ยถึงไว้ในจารึกบนเสาหินที่เมืองนีม เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ อีก 11 เมืองในพื้นที่ดังกล่าว เมืองเหล่านี้อาจเป็นหัวเมืองหรือชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองนีม การขุดค้นไม่พบศิลปวัตถุอื่นใด นอกจากโมเสกจำนวนหนึ่งเท่านั้น” เชียวกล่าว

นักโบราณคดีกำลังอนุรักษ์โมเสกปูพื้นที่ขุดพบ ที่มาของภาพ

นักโบราณคดีพบว่าสถานที่แห่งนี้มีการอยู่อาศัยตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสต์ศักราชจนถึงปลายสมัยโบราณ (คริสต์ศตวรรษที่ 7) ทว่าปรากฏการขาดช่วงไประหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 3-4 แต่ยังไม่สามารถหาคำอธิบายได้ ขณะเดียวก็มีซากอาคารที่สร้างขึ้นในสมัยกลางอยู่ในพื้นที่ด้วย แม้จะไม่มากนักก็ตาม
 
คณะขุดค้นพบกำแพงขนาดใหญ่และสิ่งก่อสร้างจำนวนมากที่กำหนดอายุได้ก่อนช่วงที่โรมันจะขยายอิทธิพลเข้ามายังบริเวณนี้ ซึ่งรวมไปถึงห้องที่มีเตาอบขนมปังซึ่งต่อมาใช้ตั้งโดลิอุม (dolium) ภาชนะดินเผาเคลือบขนาดใหญ่แทน

อาคารเหล่านี้ตั้งอยู่ในกำแพงเมือง โครงข่ายเส้นทางการสื่อสารที่ซับซ้อนและการจัดการอาคารต่างๆ แสดงว่านี่คือศูนย์กลางเมืองโรมัน

อย่างไรก็ตาม การค้นพบที่น่าตื่นใจที่สุดคือภาพที่ทำขึ้นจากโมเสกบนพื้นห้องในอาคารขนาดใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ 250 ตารางเมตร พร้อมด้วยเสาระเบียง นักโบราณคดีกำหนดอายุย้อนกลับไปในช่วงต้นที่ชุมชนนี้เริ่มก่อตัวขึ้น และเชือ่ว่าอาคารดังกล่าวมีการใช้งานเรื่อยมาจนกระทั่งสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 1

ภาพโมเสกประดับพื้นขนาดใหญ่ที่ขุดค้นพบ ที่มาของภาพ

ลวดลายรูปทรงเรขาคณิตที่ใช้ประดับเป็นภาพโมเสกปูพื้น ที่มาของภาพ

ภาพโมเสกทำเป็นรูปเป็ด ที่มาของภาพ

ภาพโมเสกทำเป็นรูปนกอินทรี ที่มาของภาพ

ภาพโมเสกทำเป็นรูปนกฮูก
ที่มาของภาพ http://www.ibtimes.co.uk/stunning-mosaics-shed-light-enigmatic-past-roman-city-southern-france-1614314#slideshow/1603204

ภาพโมเสกทำเป็นรูปลูกกวาง ที่มาของภาพ

ภาพโมเสกขนาดใหญ่ 2 ภาพที่ประดับบนพื้นตกแต่งด้วยกรอบลวดลายเรขาคณิตตามคตินิยม ล้อมดวงตรา 2 ดวง ประดับด้วยรูปมงกุฎ รัศมีและลายรูปบั้งหรือตัว V ขณะที่ดวงตราหนึ่งล้อมรอบด้วยโมเสกหลากสีที่ทำเป็นรูปสัตว์ 4 ตัว คือ นกฮูก เป็ด นกอินทรี และลูกกวาง

“ภาพโมเสกนี้น่าสนใจมากเพราะมีขนาดใหญ่ อยู่ในสภาพดีและมีจุดเด่นอยู่ที่การผสมผสานระหว่างรูปทรงเรขาคณิตตามคตินิยมกับภาพสัตว์ต่างๆ ทั้งนี้ ลักษณะการใช้โมเสกตกแต่งพื้นเช่นนี้มักจะพบในโลกโรมันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1-2 ทว่าการค้นพบครั้งนี้กำหนอายุย้อนไปไกลกว่านั้นราว 200 ปี ซึ่งน่าประหลาดใจมาก” หัวหน้าคณะนักโบราณคดีกล่าว
 
กระนั้นก็ยังไม่ปรากฏชัดว่าอาคารที่พบภาพโมเสกนี้คืออะไร เสาระเบียงของอาคารบ่งชี้ว่าน่าจะเป็นอาคารของทางการ อย่างไรก็ตาม นักโบราณคดีก็ยังไม่ละเลยสมมติฐานที่ว่าพื้นที่ตกแต่งด้วยโมเสกนี้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านเรือน 
 
“แน่นอน มีผู้คนไม่มากนักที่จะได้อาศัยอยู่ในอาคารหลังใหญ่เช่นนี้ได้ แต่เป็นไปได้ว่าเจ้าของอาคารที่ใช้โมเสกประดับพื้นนี้ต้องร่ำรวยมาก สิ่งที่พบอาจเป็นส่วนของพื้นห้องรับแขกเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนและแสดงฐานะมั่งคั่งมีของผู้เจ้าของบ้านก็เป็นได้” เชียวกล่าวเพิ่มเติม
 
การขุดค้นจะดำเนินไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2560

----------------
เรียบเรียงจาก
http://www.ibtimes.co.uk/stunning-mosaics-shed-light-enigmatic-past-roman-city-southern-france-1614314
http://www.archaeology.org/news/5415-170330-france-ucetia-mosaic