ข่าว

'ไข้หวัดใหญ่สเปน'​ โรคระบาดที่ถูกลืมในสหรัฐอเมริกา

ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish Flu) เป็นโรคระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1918–1919 ในทวีปออสเตรเลีย เอเชีย ยุโรป และอเมริกา มีผู้ติดเชื้อประมาณ 500 ล้านคนทั่วโลก หรือหนึ่งในสามของประชากรโลกสมัยนั้น และมีผู้เสียชีวิต 17 ถึง 100 ล้านคน 

โรคระบาดครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตคนมหาศาลทั่วโลก และควรเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ เหมือนกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ การสังหารหมู่และการปฏิวัติมากมายตลอดระยะเวลา 120 ปี นับจากปี 1900 ถึงปี 2020 
 
แต่ในสหรัฐอเมริกา นักวิชาการให้ฉายาไข้หวัดใหญ่สเปนว่า 'โรคระบาดที่ถูกลืม'​

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ? 
 
บริบทสหรัฐอเมริกาและประเทศมหาอำนาจในปี 1918 คือภาวะสงครามใหญ่ รัฐบาลพยายามทุกวิถีทางเพื่อเสริมขวัญกำลังใจทหารและพลเรือน และชวนเชื่อให้ผู้คนสนับสนุนประเทศในการทำสงคราม การระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1 (Influenza A virus subtype H1N1) ช่วงต้นปี 1918 จึงเป็นภัยต่อขวัญกำลังใจของคนในชาติ 
 
รัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ปกปิดข่าวการระบาดช่วงแรก ทำให้โรคระบาดแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ขณะที่สเปน ซึ่งประกาศตนว่าเป็นกลางในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ไม่มีการปกปิดข่าวการระบาดใหญ่นี้ ทั้งยังเผยแพร่ความคืบหน้าการแพร่ระบาดแก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง 
 
การเปิดเผยดังกล่าวทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าสเปนคือแหล่งแพร่เชื้อ และเรียกไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ว่า 'ไข้หวัดใหญ่สเปน'​ (Spanish Flu) ขณะที่ในสเปนเรียกว่า 'ไข้หวัดใหญ่ฝรั่งเศส'​ (French Flu) เยอรมนีเรียก 'โรคระบาดรัสเซีย'​ (Russian Pest) รัสเซียเรียก 'ไข้หวัดจีน'​ (Chinese Fever) พูดง่ายๆว่า ต่างฝ่ายต่างป้ายความรับผิดชอบให้ประเทศอื่นที่ไม่ใช่ตน 
 
ในสหรัฐ ทั้งที่มีผู้เสียชีวิตถึง 6.75 แสนราย แต่คนจำนวนมากหลงลืมไข้หวัดใหญ่สเปนเสียสิ้น เพราะพุ่งเป้าความสนใจไปยังความสูญเสียจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งมากกว่า อีกทั้งเอกสารบันทึกจำนวนและข้อมูลผู้เสียชีวิตในเวลานั้นมีน้อยมาก 
 
แคทรีน อาร์โนลด์ (Catharine Arnold) ผู้เขียนหนังสือชื่อ Pandemic 1918: Eyewitness Accounts From the Greatest Medical Holocaust in Modern History (โรคระบาดใหญ่ปี 1918: บันทึกจากพยานเห็นเหตุการณ์สังหารหมู่ทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่) กล่าวว่า สมัยนั้น ผู้คนเชื่อว่าการตายจากไข้หวัดใหญ่คือความอ่อนแอ ครอบครัวจดจำการตายของสมาชิกที่ผจญเพลิง มากกว่าการตายบนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล ซึ่งสภาพศพเป็นสีน้ำเงิน อาเจียน หรือท้องร่วง บุคคลอันเป็นที่รักทำใจไม่ได้กับเรื่องนี้ และคนส่วนใหญ่เลือกที่จะลืมเสียดีกว่า 
 
แนนซี บริสโทว์ (Nancy Bristow) ผู้เขียนหนังสือ American Pandemic: The Lost Worlds of the 1918 Influenza Epidemic (โรคระบาดใหญ่อเมริกัน: โลกที่สาบสูญของโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดปี 1918) ระบุว่า ปี 2018 เป็นช่วงครบรอบ 100 ปีไข้หวัดใหญ่สเปน แต่ไม่มีกิจกรรมร่วมรำลึกเลย มีงานบรรยายบางงานที่เชิญเธอไปพูด เพราะงานนั้นเกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่งพอดี ราวกับว่า “โอ้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลาเดียวกันพอดี คุณช่วยมาบรรยายให้ฟังได้ไหม ?” 
 
งานวิชาการสหรัฐเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่สเปนที่สำคัญชิ้นแรก ชื่อว่า Epidemic and Peace (โรคระบาดและสันติภาพ) เขียนอัลเฟรด ครอสบี (Alfred Crosby) ตีพิมพ์ในปี 1976 หรือ 57 ปีหลังการระบาดสิ้นสุด ภายหลังอัลเฟรดพิมพ์ฉบับปรับปรุงในปี 1989 และตั้งชื่อใหม่ว่า America’s Forgotten Pandemic (โรคระบาดใหญ่ที่ถูกลืมในอเมริกา) ข้อความหนึ่งในหนังสือเขาสรุปได้อย่างน่าเศร้าว่า

“เวลานั้นชาวอเมริกันตื่นตัวเรื่องไข้หวัดใหญ่สเปนน้อยมาก และพวกเขาหลงลืมอย่างรวดเร็ว หลังเหตุการณ์ผ่านไปเพียงไม่นาน” 
 
จริงอยู่ที่โรคระบาดเป็นเรื่องไม่น่าอภิรมย์ แต่การปล่อยให้มันหายไปตามกาลเวลา จะยิ่งส่งผลร้ายต่อคนรุ่นหลัง 
 
ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข 
 
อ้างอิง 
 
https://www.cdc.gov/flu/pandemic-resources/1918-pandemic-h1n1.html 
 
https://www.history.com/topics/world-war-i/1918-flu-pandemic 
 
https://www.nytimes.com/2020/05/14/business/1918-flu-memorials.html 
 
#ไข้หวัดใหญ่สเปน #spanishflu #gypzyworld