Oriental World

ฟูมะ โคทาโร่ ตำนานนินจาลมปีศาจ



ที่มาของภาพ

ฟูมะ โคทาโร่ (Fuma Kotaro) เรามักพบว่าชื่อของนินจาคนนี้ได้ปรากฏอยู่ในตำนานและในบันทึกประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ซึ่งได้เป็นแรงบันดาลใจให้สื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นักเขียนนิยาย การ์ตูน เกม และสื่อภาพยนตร์ ได้นำเรื่องของเขามาดัดแปลงต่อเติมจนพิสดารไว้ไม่น้อย

สำหรับเรื่องของนินจาผู้นี้เท่าที่พอจะมีอยู่ในบันทึกจากประวัติศาสตร์นั้น ก็ยังมีความพิสดารอยู่ไม่น้อย จนยากจะบอกได้ว่าน่าเชื่อถือได้แค่ไหนกันแน่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ชื่อเสียงและตำนานของนินจาลี้ลับผู้นี้เป็นที่น่าสนใจมาก อีกทั้งชื่อของนินจาฟูมะ โคทาโร่ ยังมีความเกี่ยวพันอยู่กับตระกูลโฮโจ ซึ่งเป็นไดเมียวตระกูลใหญ่ที่เคยมีอำนาจมากในยุคเซ็นโกคุด้วย

สำหรับงานค้นคว้าของนักวิชาการตะวันตกในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะจากงานเขียนของ Stephen K. Hayes ชาวตะวันตกที่ได้ประกาศตัวว่าเป็นนินจาแห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งได้ศึกษาร่ำเรียนวิชาของพวกนินจา ทั้งด้านวิชาต่อสู้มือเปล่า การใช้อาวุธลับ และการกระโดดปีนป่ายในสถานที่คับแคบ ทำให้เชื่อว่า เดิมทีแล้วพวก
ฟูมะเป็นกลุ่มนินจาที่แตกสายมาจากพวกนินจาอิงะและนินจาโคงะ แต่ต่อมาได้พัฒนาทักษะในการใช้วิชา
นินจิตสุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพวกตนขึ้นมาจนโดดเด่น

ซึ่งลักษณะเฉพาะที่ว่าของพวกฟูมะเท่าที่มีเล่าขานกันมาก็คือ การลอบโจมตีในที่มืด การปล้นชิง ทำจารกรรม ไปจนถึงการลอบเข้าสถานที่เสี่ยงอันตราย การอำพรางตัว การแปลงโฉม แล้วยังมีวิชาต่อสู้ที่เน้นความดุดัน รวดเร็ว ผสมผสานกับการใช้ศาสตร์ลี้ลับเข้าร่วมด้วย ซึ่งก็น่าจะสอดคล้องกับชื่อ “ฟูมะ” ของพวกเขาเอง ที่มาจากการรวมของสองคำคือ “ลม” และ “ปีศาจ”

นินจาฟูมะยังมีข้อแตกต่างจากนินจากลุ่มอื่นๆ อยู่บ้าง ในแง่การสังกัดเจ้านาย เนื่องจากพวกเขาทำงานให้กับตระกูลโฮโจเป็นหลัก หากเทียบกับกลุ่มอื่นๆ ที่ยังมีลักษณะแตกแยก หรือทำงานอิสระอยู่บ้าง เช่น พวกนินจาอิงะเกือบทั้งหมดจะทำงานให้กับโทกุกาวะ อิเอยาสึ เพราะมีหัวหน้าคือ ฮัตโตริ ฮันโซ รับราชการเป็นขุนนางและเป็นที่ปรึกษาทางทหาร แล้วยังเป็นนินจาคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ออกจากโลกมืดมารับตำแหน่งขุนนาง มีศักดินา และดินแดนในปกครองที่ชัดเจน แต่ภายหลังก็มีนินจาอิงะบางส่วนที่ออกไปทำงานให้กับตระกูลซานาดะด้วย เช่น คิริงาคุเระ ไซโซ

ส่วนพวกนินจาโคงะ ซึ่งเป็นคู่แข่งและมิตรกับอิงะในบางเวลานั้น ส่วนใหญ่ทำงานให้ ทาเคดะ ชินเง็น ขุนศึกชื่อดังแห่งยุค แต่ภายหลังเมื่อตระกูลทาเคดะล่มสลายลงด้วยฝีมือของโนบุนางะ ก็มีร่องรอยว่า นินจาโคงะบางส่วนได้ไปทำงานให้โทกุกาวะ แต่ก็พบว่าส่วนหนึ่งได้ไปทำงานให้ตระกูลซานาดะ อดีตบริวารของ
ทาเดคะ โดยนินจาที่มีชื่อเสียงมากของโคงะก็คือ ซารุโทบิ ซาสุเกะ ซึ่งมีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์

แต่สำหรับนินจาฟูมะในยุคสงครามนั้น พวกเขาทำงานรับใช้เจ้านายเพียงคนเดียวคือ ตระกูลโฮโจ
แห่งโอดาวาระ

เกี่ยวกับต้นกำเนิดของนินจาฟูมะ เชื่อว่า เริ่มมาจากในศตวรรษที่ 10 เพราะมีปรากฏชื่อของตระกูลฟูมะทำงานเป็นบริวารของ ไทระ มาซาคาโดะ หนึ่งในผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐบาลญี่ปุ่นในสมัยเฮอัน ต่อมา โฮโจ โซอุน ซามูไรที่บวชเป็นพระชื่อดังที่สืบสายเลือดจากตระกูลไทระ ได้ก่อตั้งตระกูลโฮโจขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 แล้วเข้าครองอำนาจในแคว้นไอสึ โดยอาศัยการผูกสัมพันธ์กับตระกูลซามูไรต่างๆ กล่าวกันว่า โซอุนประสบความสำเร็จในการสร้างฐานอำนาจของตนเองในฐานะซามูไร ทำให้ชื่อของเขามักได้รับการอ้างอิงว่าเป็น “ไดเมียวคนแรกของญี่ปุ่น” เชื่อว่าตระกูลฟูมะได้ทำงานให้กับตระกูลโฮโจมาตั้งแต่เวลานั้น


โฮโจ โซอุน ที่มาของภาพ

ฟูมะ โคทาโร่ ชื่อเดิมคือ คาซามะ เป็นหัวหน้านินจาฟูมะรุ่นที่ห้า เกิดในจังหวัดซากามิ หรือปัจจุบันคือ
คานางาวะ แรกเริ่มโคทาโร่สร้างชื่อจากการเป็นผู้นำของพวกรัปปะราว 200 คน รัปปะที่ว่านี้ก็คือ
พวกจารชน ที่ทำงานด้านแทรกซึมและลอบสังหาร มีชื่อเสียงจากการต่อสู้ในเงามืด โดยเขาเริ่มทำงานให้กับโฮโจ อุจิยาสึ ต่อมาจึงรับใช้โฮโจ อุจิมาสะ และ โฮโจ อุจินาโอะ ที่เป็นผู้นำรุ่นถัดมา

โคทาโร่สร้างชื่อเสียงมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เป็นที่หวาดหวั่นของข้าศึก ด้วยเทคนิคพิสดารเฉพาะตัว เน้นการทำงานจู่โจมและสร้างความปั่นป่วนให้ค่ายทหารข้าศึก เล่ากันว่าเขาฝึกฝนวิชาจากนินจาฟูมะชื่อว่า อิสุเกะ นิโนะคุรุวะ นินจาที่มีชื่อเสียง มีฝีเท้าที่รวดเร็วมาก จนสามารถวิ่งอยู่บนผิวน้ำได้

สำหรับผลงานสร้างชื่อของโคทาโร่ เกิดขึ้นในศึกกับ ทาเคดะ คัตสึโยริ ครั้งหนึ่งคิดจะบุกโจมตีปราสาท
โอดาวาระ โคทาโร่จึงนำพวกนินจาฟูมะร่วมกับพวกรัปปะและกลุ่มโจรไปจนถึงคนจรในละแวกนั้น
ลอบโจมตีที่ค่ายหลักของทาเคดะ จนสุดท้ายทัพทาเคดะต้องถอยร่นกลับไป ทำให้ในช่วงต้นและกลางของยุคเซ็นโกคุ ที่พวกโฮโจนับเป็นขุมกำลังหนึ่งที่ตอแยได้ยาก และครองอำนาจในแถบคันโตมาได้หลายสิบปี แม้แต่โนบุนางะเองก็ยังไม่กล้าผลีผลามเปิดศึกด้วย

ภายหลังเมื่อโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ขึ้นมาเรืองอำนาจ บรรดาไดเมียวเกือบทั้งประเทศต่างก็โดนพิชิต บ้างก็ยอมสวามิภักดิ์ด้วย ตระกูลโฮโจเป็นหนึ่งในไดเมียวกลุ่มสุดท้ายที่ยังคงไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อฮิเดโยชิ อาจเพราะตัวผู้นำคือ อิจิมาสะประเมินขุมกำลังของฮิเดโยชิผิดพลาดเกินไป ทำให้อุจิมาสะเปิดศึกชิงดินแดนจากพวกซานาดะ เวลานั้นเป็นบริวารของฮิเดโยชิ นี่จึงเป็นชนวนให้เกิดศึกใหญ่ที่ปราสาทโอดาวาระ ซึ่งเชื่อว่า
ฮิเดโยชิเองก็รอโอกาสนี้อยู่

ใน ค.ศ. 1590 ฮิเดโยชิสั่งระดมกำลังเหล่าไดเมียวจากทั่วประเทศ ได้ทหารหลายแสนคนเข้าปิดล้อม
ปราสาทโอดาวาระไว้ หลังจากปราสาทแตก ตระกูลโฮโจจึงจบสิ้นลง จากนั้นเชื่อกันว่า โคทาโร่ได้นำพวกนินจาฟูมะเข้าป่า และขึ้นเขาไปเป็นโจรนับแต่นั้น

มีตำนานเรื่องหนึ่งที่โด่งดังมากก็คือ โคทาโร่รอโอกาสที่จะล้างแค้นให้เจ้านาย เขาจึงลอบบุกไป สังหาร
ฮัตโตริ ฮันโซ ผู้นำนินจาอิงะจนถึงแก่ความตาย เนื่องจากฮันโซเป็นหนึ่งในแนวหน้าของการบุกปราสาท
โอดาวาระ

อย่างไรก็ตาม อีกตำนานที่โด่งดังไม่แพ้กันคือ จุดจบของโคทาโร่ ซึ่งเขาโดนอดีตนินจาของทาเคดะคือ
โคซากะ จินไน เข้าจับกุมตัวได้ สุดท้ายจึงโดนอิเอยาสึสั่งประหาร เพื่อแก้แค้นให้ฮันโซ ซึ่งเป็นคนสนิทของตนนั่นเอง



ที่มาของภาพ 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Books

Anthony Cummins (2015). “Samurai and Ninja” The real story behind the japan warrior myth the shatter the Bushido Mystique. North Cleredon: Tuttle Publishing.

Stephen K. Hayes (1990). The Ninja and Their Secret Fighting Art. North Cleredon: Tuttle Publishing.

Stephen Turnbull (2003). Ninja: AD 1460-1650. University Park, Ill.: Osprey.

Stephen Turnbull (2007). Warriors of Medieval Japan. Oxford: Osprey Publishing