Armies Weapons and Warfare

ยุทธการโคโรน่า (Operation Corona) ภารกิจหลอกนักบินรบเยอรมันของกองทัพอากาศอังกฤษ

การรบทางอากาศระหว่างกองทัพอากาศอังกฤษ และกองทัพอากาศเยอรมันตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นหนึ่งยุทธเวหา ที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของประวัติการทำสงครามทางอากาศของมนุษย์ การพันตูกันระหว่างเครื่องบินต่อเครื่องบินรบ ที่บินไล่ยิงกันบนท้องฟ้าเหนือทวีปยุโรป มันเป็นการศึกของอัศวินเวหา ที่เข้าประจัญบานกันอย่างสมศักดิ์ศรี แต่สงคราม ไม่ได้วัดกันที่ความกล้าหาญของทหาร หรือความชำนาญในทักษะการรบเพียงอย่างเดียว การวางแผนในกลศึกอันแยบยล และการลวงข้าศึกอย่างแนบเนียน คือวิถีแห่งชัยชนะ เป็นสิ่งสำคัญของผู้ชนะในสงครามพึงมี


ลูกเรือเครื่องบินทิ้งระเบิดกองทัพอากาศอังกฤษเตรียมพร้อมก่อนขึ้นบิน ที่มาของภาพ

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1940 เป็นต้นมา กองทัพอากาศอังกฤษ คืออุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้นไม่ให้ฮิตเลอร์นำกองทัพอาณาจักรไรช์ที่ 3 เคลื่อนพลเข้าไปยึดเกาะอังกฤษ เพราะทัพฟ้าอังกฤษแสดงฝีมือให้พวกเยอรมันได้ประจักษ์ ตั้งแต่ตอนที่กองทัพอังกฤษและพันธมิตรอพยพทหารออกจากดันเคิร์ก (Dunkirk) ในยุทธการไดนาโม (Operation Dynamo) ครั้งนั้นเครื่องบินรบอังกฤษทั้งที่มีฐานบินรบอยู่ในฝรั่งเศสและเกาะอังกฤษ ต่างร่วมคุ้มกันขบวนเรือลำเลียงพล ไม่ให้ทัพอากาศเยอรมันส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด และเครื่องบินดำทิ้งระเบิด เข้ามาโจมตีกองเรือรบและทหารที่อยู่บนชายฝั่งได้สะดวก ทำให้ทหารนับแสนนายสามารถอพยพออกไปได้ในปฏิบัติการครั้งนี้


เลนแคสเตอร์ เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศอังกฤษ ที่มาของภาพ

เมื่อฝรั่งเศสถูกเยอรมันยึดครองในปี ค.ศ. 1940 เยอรมันชุมนุมพลไว้ที่ช่องแคบอังกฤษและบริเวณตอนเหนือของฝรั่งเศส เพื่อเตรียมพร้อมบุกอังกฤษตามแผนปฏิบัติการสิงโตทะเล หรือ Unternehmen Seelöwe กองเรือยกพลขึ้นบกของเยอรมัน จะสามารถลำเลียงพลขึ้นหาดได้สะดวก หากปราศจากภัยคุกคามจากกองทัพอากาศอังกฤษ เพราะฉะนั้นเยอรมันจะต้องทำลายทัพอากาศอังกฤษให้สิ้นซาก เพื่อเปิดทางการบุกตามแผนปฏิบัติการต่อไป

กองทัพอากาศเยอรมัน หรือ ลุฟท์วาฟเฟอร์ (Luftwaffe) โดยมีจอมพลแฮร์มัน กอริ่ง เป็นผู้บัญชาการ มีความมั่นใจอย่างสูงว่าจะสามารถทำลายกองทัพอากาศอังกฤษลงได้อย่างไม่ยากเย็น ด้วยจำนวนอากาศยานและประสบการณ์การรบของนักบินรบเยอรมัน ย่อมจะเป็นสิ่งที่นำพาชัยชนะขั้นเด็ดขาดในศึกอากาศยานครั้งนี้มาสู่ฝ่ายเยอรมัน กองบินรบเยอรมันซึ่งกระจายกำลังกันอยู่ในประเทศที่ถูกเยอรมันยึดครอง ส่งฝูงบินรบของตนเองโจมตีเมืองต่างๆ ของอังกฤษ กรุงลอนดอนตกเป็นเป้าหมายสำคัญในการโจมตี ทุกคนต่างคิดเป็นสิ่งเดียวกันว่า อังกฤษกำลังจะปราชัยในไม่ช้า กองทัพอากาศซึ่งมีอากาศยานน้อยกว่าฝ่ายเยอรมัน คงมิอาจต้านทานฝูงบินจำนวนมากที่ดาหน้ากันบุกเข้ามาเต็มท้องฟ้าของอังกฤษแทบทุกๆ วันได้


กองบัญชาการทิ้งระเบิด หรือ Bomber Command ที่มาของภาพ

แต่ชาวอังกฤษภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิล ยังปักหลักสู้กับกองทัพเยอรมันต่อไป แม้ฝ่ายอังกฤษจะมีเครื่องบินและนักบินที่น้อยกว่าเยอรมัน แต่อังกฤษยังมีข้อได้เปรียบตรงที่ พวกเขาบินรบเพื่อปกป้องบ้านของตนเอง แม้จะถูกยิงตก แต่พวกเขาก็สามารถกระโดดร่มลงพื้นดินได้อย่างไร้กังวล หลังจากนั้นพวกเขาแค่ไปที่สนามบินและรอขับเครื่องบินรบลำอื่นๆ และขับมันบินกลับมาสู้กับเยอรมันได้ใหม่อีกครั้ง ตรงข้ามกับฝ่ายเยอรมัน เมื่อเครื่องบินกำลังจะตก หากพวกเขาตัดสินใจสละเครื่อง การกระโดดร่มลงสู่แผ่นดินอังกฤษเบื้องล่าง คือการเปลี่ยนสถานะจากทหารมาเป็นเชลยศึกแทบจะในทันทีที่กระโดดออกมาจากเครื่องบินตนเอง นอกจากนี้การขาดแผนยุทธศาสตร์ที่แน่นอนในการใช้กำลังทางอากาศ เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การทำลายกองทัพอากาศอังกฤษ ล้มเหลวไม่เป็นท่า กองทัพอากาศเยอรมันเปลี่ยนเป้าหมายในการโจมตีแทบจะทุกวัน นักบินรบเยอรมันเองที่บินทำหน้าที่คุ้มกันเครื่องบินทิ้งระเบิด มักจะถูกเครื่องบินขับไล่อังกฤษหลอกล่อให้ติดตามไป เปิดทางให้เครื่องบินรบอังกฤษอีกส่วนหนึ่งเข้าทำลายเครื่องบินทิ้งระเบิด การรบที่ดูเหมือนชัยชนะน่าจะตกเป็นของฝ่าเยอรมัน กลับพลิกผัน เพราะสุดท้ายแล้วเยอรมันไม่สามารถบุกเกาะอังกฤษได้เลย อังกฤษยังยืนยงท้าทายความฝันที่จะพิชิตยุโรปของฮิตเลอร์ต่อไป

นอกจากเยอรมันจะส่งเครื่องบินรบของตนเองมาทำสงครามเหนือน่านฟ้าอังกฤษแล้ว ฝูงบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศอังกฤษ ยังออกบินทำภารกิจทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์เหนือน่านฟ้าเยอรมัน และประเทศต่างๆ ที่ถูกเยอรมันยึดครองด้วยเช่นกัน เมื่ออเมริกาเข้าสู่สงครามตอนช่วงปลายปี ค.ศ. 1942 อยู่ฝ่ายเดียวกับอังกฤษด้วยแล้ว โอกาสที่เยอรมันจะชนะอังกฤษได้แทบจะเป็นศูนย์ และมันยังเปลี่ยนสถานะจากเยอรมันคุกคามอังกฤษ กลายเป็นอังกฤษและพันธมิตรกำลังคุกคามเยอรมัน เพราะกองทัพอากาศอังกฤษและกองบินทหารบกสหรัฐอเมริกา (ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพสหรัฐฯ ยังจัดกำลังทางอากาศเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบก ยังไม่ได้แยกเหล่าเป็นเอกเทศ) ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทิ้งระเบิดตามเมืองต่างๆ รวมทั้งกรุงเบอร์ลินของเยอรมัน ทั้งวันทั้งคืน โดยฝ่ายอเมริกันจะส่งฝูงบินไปทิ้งระเบิดในช่วงกลางวัน และ อังกฤษจะส่งฝูงบินทิ้งระเบิดของตนเองไปทิ้งระเบิดในเวลากลางคืน มันจะเป็นการส่งมอบหายนะไปสู่ท่านผู้นำของเยอรมัน และลิดรอนศักยภาพการทำสงครามของเยอรมันลงไปเรื่อยๆ สงครามเวหาของทั้งสองชาตินอกจากจะช่วงชิงกันในแผนการรบและฝีมือของนักบินรบแล้ว การลวงและสร้างความสับสนให้แก่ข้าศึกก็เป็นอีกแผนการรบอย่างหนึ่งซึ่งฝ่ายอังกฤษนำมาใช้


เจ้าหน้าที่ของอังกฤษขณะกำลังดักฟังการสนทนาของนักบินเยอรมัน

ยุทธการโคโรน่า หรือ Operation Corona เป็นอีกหนึ่งยุทธการลวงกองทัพอากาศเยอรมัน ซึ่งจัดฉากการลวงครั้งนี้อย่างเจ็บแสบโดยกองทัพอากาศอังกฤษ ภารกิจของการลวงในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อ ขัดขวางอุปสรรคและภัยคุกคามจากเครื่องบินขับไล่ในเวลากลางคืนของเยอรมัน ทำการบินสกัดกั้นฝูงบินทิ้งระเบิดอังกฤษในภารกิจทิ้งระเบิดเวลากลางคืน ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายอังกฤษสูญเสียเครื่องบินทิ้งระเบิดและนักบินไปเป็นจำนวนมาก จากยุทธวิธีบินเข้ามาโจมตีอย่างไม่รู้ตัว โดยเครื่องบินขับไล่เวลากลางคืนของเยอรมัน ฝ่ายเยอรมันมักจะนำเครื่องบินของตนเอง บินเข้ามาอยู่ใต้ท้องเครื่องบินทิ้งระเบิดอังกฤษ ก่อนจะใช้ปืนใหญ่อากาศที่ติดตั้งบนเครื่องบินตนเอง ยิงเข้าบริเวณเครื่องยนต์หรือยิงขึ้นมาใส่บริเวณห้องนักบิน มันทำให้นักบินอังกฤษต้องสังเวยชีวิตและถูกเยอรมันจับเป็นเชลยจากยุทธวิธีนี้ มันเป็นการยากที่ฝูงบินทิ้งระเบิดอังกฤษจะรู้ตัวว่ามีเครื่องบินขับไล่ข้าศึกบินเข้ามาใต้ท้องเครื่องบินตัวเอง กว่าจะรู้ได้ พวกเขาก็ถูกยิงจนพรุนไปทั้งลำเสียแล้ว

ดังนั้น กองทัพอากาศอังกฤษจึงต้องคิดหาวิธีการ เพื่อขจัดอุปสรรคสำคัญของการทิ้งระเบิดในเวลากลางคืน โดยพวกเขาลงมือทำการลวงด้วยวิธีอย่างง่ายๆ นั่นก็คือ “การลวงนักบินขับไล่ในเวลากลางคืนของเยอรมันด้วยการปลอมตัวเป็นหอบังคับการบินของฝ่ายเยอรมัน” สั่งการให้เครื่องบินขับไล่เยอรมันบินไปในทิศทางอื่นๆ หรือออกคำสั่งให้บินกลับฐาน มันเป็นการสร้างเรื่องโกหกข้าศึกที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว


ภาพวาดเครื่องบินขับไล่เวลากลางคืนของเยอรมัน บินเข้าไปใต้ท้องเครื่องบินทิ้งระเบิดอังกฤษและยิงถล่ม ที่มาของภาพ

กองทัพอากาศอังกฤษนำเหล่าบรรดาชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ซึ่งหลบหนีการจองล้างจองผลาญของพรรคนาซีมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษในช่วงก่อนและระหว่างสงคราม โดยชาวเยอรมันเชื้อสายยิวเหล่านี้เป็นคนเยอรมันแท้ๆ ที่มีสำเนียงการพูดแบบชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ มันไม่ใช่ภาษาเยอรมันสำเนียงอังกฤษ แตกต่างจากการพยายามดัดเสียงสำเนียงให้ดูคล้ายคนเยอรมัน กองทัพอากาศอังกฤษนำพวกเขาทั้งหญิงและชายมาสู่การทำงานในกองบัญชาการทิ้งระเบิด หรือ Bomber Command ทำหน้าที่ในการควบคุมและสั่งการเครื่องบินทิ้งระเบิดในภารกิจทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ (Strategic Bombing)

กองทัพอากาศอังกฤษวางกำหนดการทิ้งระเบิดต่อเมืองคาสเซล (Kassel) ในคืนวันที่ 22 และ 23 ตุลาคม ค.ศ. 1943 ในการทิ้งระเบิดครั้งนี้พวกเขาก็ใช้การลวงควบคู่ไปกับการทิ้งระเบิดครั้งนี้ด้วย โดยก่อนหน้านี้ กองทัพอังกฤษสามารถล่วงรู้คลื่นความถี่วิทยุที่อากาศยานของเยอรมันใช้งาน พวกเขาใช้เวลาศึกษาการสนทนาโต้ตอบ ของนักบินเยอรมันและหอบังคับการบินอยู่นานพอสมควร มันทำให้ฝ่ายอังกฤษรู้ถึงนามเรียกขานต่างๆ พร้อมกับข้อมูลทางเทคนิคต่างๆ ที่จำเป็นอีกด้วย นอกจากนี้ฝ่ายอังกฤษยังมีเครื่องส่งและรับสัญญาณวิทยุอย่างดีเยี่ยม ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากมันสมองของเหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์และวิศวกร อันปราดเปรื่องของอังกฤษ

พวกเขาแอบใช้สัญญาณวิทยุนี้ ปลอมตัวเข้ามาเป็นหอบังคับการบิน สั่งการเครื่องบินขับไล่ในเวลากลางคืนของเยอรมัน ให้บินกลับฐานหรือสั่งการให้เครื่องบินขับไล่เวลากลางคืน บินไปยังทิศทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่เส้นทางบินของฝูงบินทิ้งระเบิดอังกฤษ เหล่านักบินรบเยอรมันก็ไม่ได้สงสัยหรือแปลกใจแม้แต่น้อย ว่าหอบังคับการบินที่พวกเขากำลังสนทนาอยู่นั้น หาใช่หอบังคับการบินของกองทัพเยอรมัน แต่เป็นการแฝงกายเข้ามาลวงพวกเยอรมันโดยฝีมือของอังกฤษ การทิ้งระเบิดในครั้งนี้สำเร็จลงได้อย่างดีเยี่ยม 90 เปอร์เซ็นต์ของเมืองคาสเซลถูกทำลาย โดยที่ฝ่ายอังกฤษมีเครื่องบินทิ้งระเบิดถูกยิงตกแค่ลำเดียวเท่านั้น

ตลอดเวลาการทำสงครามของมนุษยชาตินั้น การศึกสงครามมิเคยหมดไปซึ่งเล่ห์กล แผนการเหนือชั้นหรือแผนการรบธรรมดาๆ รวมทั้งการรู้จักช่วงชิงจังหวะเวลาและใช้แผนการต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมลงตัว ย่อมนำชัยชนะมาสู่ฝ่ายที่กล้าคิดกล้าทำ และมองหาโอกาสเพื่อลงมือเสมอ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1. Website: http://best-hoaxes.blogspot.com/2015/02/how-royal-air-force-fooled-nazis-in.html
2. Website: https://en.wikipedia.org/wiki/Operation_Corona
3. Website: https://listverse.com/2016/03/13/10-most-mind-blowing-secret-operations-of-world-war-ii/
4. Website: http://rugbyradiostation.co.uk/articles/1939-article/related-stories/top-secret-operation-corona/
5. Website: http://www.jewishvirtuallibrary.org/jewish-raf-special-operators-in-radio-counter-measures-with-101-squadron