World Clvilization

เทมพลอ มายอร์ มหาวิหารแห่งการบูชายัญของชาวแอสเท็กซ์

เชื่อว่า...เมื่อพูดถึงชาวแอสเท็กซ์ สิ่งแรกที่น่าจะแวบเข้ามาในระบบความคิดของหลายๆ ท่านก่อนเลย คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของการบูชายัญเหยื่ออันน่าสยดสยอง การควักหัวใจกันแบบสดๆ เพื่อบูชาเทพเจ้า และการแขวนกะโหลกของเหยื่อผู้โชคร้ายเอาไว้บนราวแขวนกะโหลก เรียกกันเป็นภาษาพื้นเมืองว่า
“ทซมปันทลิ” (Tzompantli) เป็นแน่แท้


รูปสลักราวแขวนกะโหลกของชาวแอสเท็กซ์ปรากฏบนผนังบริเวณวิหารเทมพลอ มายอร์  ที่มาของภาพ

นครหลวงของชาวแอสเท็กซ์ผู้เหี้ยมโหดกลุ่มนี้อยู่ที่นครทีโนชติตลาน (Tenochtitlan) เป็นนครหลวง
บนเกาะใหญ่ ซึ่งปัจจุบันซากปรักหักพังของนครแห่งนี้ก็ยังคงตั้งอยู่ใจกลางเมืองเม็กซิโกซิตี (Mexico City) นครหลวงแห่งประเทศเม็กซิโก ถ้าจะว่ากันตามตำนานแล้ว ชาวแอสเท็กซ์เชื่อว่าเทพเจ้าของพวกเขาจงใจเลือกบริเวณเกาะชื้นแฉะที่เต็มไปด้วยหนองบึงแห่งนี้ให้เป็นตำแหน่งที่ตั้งของนครทีโนชติตลาน พร้อมมอบสัญลักษณ์ให้เป็นรูปนกอินทรีย์เกาะบนยอดต้นตะบองเพชร ซึ่งปัจจุบันสัญลักษณ์รูปนี้ยังคงปรากฏอยู่บนธงชาติของประเทศเม็กซิโกอีกด้วย

ถ้าเปลี่ยนมามองในมุมของประวัติศาสตร์กันบ้าง นครหลวงทีโนชติตลานเริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 14 และมหาวิหารประจำเมืองที่อยู่ยั้งยืนยงคู่มากับนครแห่งนี้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งก็คือ พระเอกของเราในครั้งนี้ “เทมพลอ มายอร์” (Templo Mayor) มหาวิหารรูปทรงพีระมิดนั่นเอง


มเดลจำลองวิหารเทมพลอ มายอร์ แสดงให้เห็นว่า วิหารถูกสร้างซ้อนๆ กันหลายต่อหลายรุ่น ที่มาของภาพ

ย้อนกลับไปในยุคที่สเปนเริ่มขยายอาณานิคมมาทางดินแดนโลกใหม่ กองทัพของเฮอร์นานโด คอร์เตส (Hernando Cortés) ได้บุกเข้ามายังนครหลวงทีโนชติตลานของชาวแอสเท็กซ์ แต่แล้วก็ต้องตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารที่ตั้งอยู่ใจกลางมหานคร ซึ่งได้รับการเรียกขานเป็นภาษาท้องถิ่นที่มีความหมายว่า “วิหารอันยิ่งใหญ่” (The Great Temple) นั่นจึงเป็นเหตุให้พวกเขาเรียกมหาวิหารแห่งนี้ด้วยภาษาสเปนว่า “เทมพลอ มายอร์” หมายความถึงวิหารอันยิ่งใหญ่เฉกเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าถามว่า มหาวิหารแห่งนี้มีขนาดที่ใหญ่โตอลังการหรือไม่ ก็คงต้องบอกว่า ขนาดของมันอาจจะไม่ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับพีระมิดของอารยธรรมอื่นๆ ในโลกโบราณ เพราะเทมพลอ มายอร์ มีฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเพียงแค่ 80 X 80 ตารางเมตร ส่วนความสูงก็แค่ 30 เมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าความใหญ่อาจจะไม่เท่าไร แต่ถ้าพูดถึง “ความยิ่งใหญ่” แล้วละก็ เทมพลอ มายอร์ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิหารหรือพีระมิดใดๆ ในโลกโบราณอย่างแน่นอนเลยทีเดียว


หนึ่งในสองเทพเจ้าที่ได้รับการบูชาในวิหารเทมพลอ มายอร์ คือ เวทเซลโอพอคทลิ เทพเจ้าแห่งการบูชายัญ ที่มาของภาพ

เมื่อลองพินิจพิจารณาวิหารแห่งนี้ดีๆ แล้ว จะพบว่า ทางด้านทิศตะวันตกของวิหารมีบันไดคู่ 113 ขั้นตั้งอยู่ ในอดีต บันไดคู่นี้คงจะเคยเป็นเส้นทางที่กษัตริย์และนักบวชชาวแอสเท็กซ์มากหน้าหลายตาได้ใช้เดินทางขึ้นไปยังชั้นบนสุดของพีระมิดเพื่อประกอบพิธีกรรม ใช่แล้ว “พิธีกรรมบูชายัญมนุษย์” นั่นเอง ว่าแต่คำถามก็คือ แล้ววิหารพีระมิดแห่งนี้ทำไมจึงต้องทำบันไดคู่กันเอาไว้ด้วย คำตอบอยู่ที่ห้องบูชาด้านบนที่ได้รับการแบ่งออกเป็นห้องบูชา 2 ห้องหลักๆ ห้องแรกเป็นห้องบูชาเทพเจ้าเวทเซลโอพอคทลิ (Huitzilopochtli) เทพอุปถัมภ์แห่งนครทีโนชติตลาน อีกทั้งยังเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม ดวงอาทิตย์ และการบูชายัญมนุษย์ด้วย ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นวิหารบูชาเทพเจ้าทลาลอค (Tlaloc) เป็นเทพเจ้าแห่งฝนและความอุดมสมบูรณ์ ถ้าเทียบกับเทวตำนานของชาวมายาโบราณที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อนแล้ว ทลาลอคก็เทียบเท่ากับเทพเจ้าชาค (Chaac) ของชาวมายานั่นเอง

แท้ที่จริงแล้ว เทมพลอ มายอร์ ที่ชาวสเปนได้เข้ามาสัมผัสนั้น ไม่ใช่วิหารดั้งเดิมที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ครั้ง
ก่อตั้งนครทีโนชติตลาน ด้วยว่าวิหารที่ปรากฏต่อสายตาของชาวสเปนนั้น เป็นวิหารรุ่นที่ 7 แล้ว วิหารรุ่นใหม่จะถูกสร้างต่อเติม “ครอบ” ลงไปบนวิหารรุ่นเก่า ถ้าจะกล่าวว่า ด้านในขององค์พีระมิดแห่งเทมพลอ มายอร์ นั้นมี “บรรพวิหาร” แห่งเทมพลอ มายอร์ รุ่นก่อนหน้า ฝังตัวอยู่อย่างสงบก็คงจะไม่ผิดนัก แต่ด้วยว่าวิหารแห่งนี้เป็นวิหารตัน หรือพูดง่ายๆ ว่า ไม่ได้มีห้องหับอะไรด้านในองค์พีระมิดเหมือนกับวิหารของชาวมายา หรือพีระมิดของชาวอียิปต์โบราณ (ยกเว้นก็เพียงแต่ “บรรพวิหาร” ที่ฝังอยู่ด้านใน) นั่น ทำให้วิหารแห่งนี้มีน้ำหนักมาก ด้วยบรรดาก้อนหินที่ชาวแอสเท็กซ์ขนมาสร้าง ถ้าจำตำนานการสร้างนครทีโนชติตลานได้ เทพเจ้าของพวกเขาสร้างเมืองหลวงแห่งนี้ขึ้นบน “เกาะชื้นแฉะ” ที่เต็มไปด้วยหนองบึง นั่นจึงทำให้ในแต่ละปี ตัววิหารเทมพลอ มายอร์ จะค่อยๆ จมลงไปในพื้นดินทีละน้อย นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พอจะนำมาอธิบายได้ว่า เหตุใดชาวแอสเท็กซ์จึงต้องทำการสร้าง และต่อเติมวิหารใหม่หลายต่อหลายครั้ง ด้วยว่า วิหารเดิมเริ่มทรุดตัวลงไปนั่นเอง

ดังนั้น การต่อเติมและสร้างวิหารใหม่ครอบลงไปบนวิหารเดิม จึงเป็นการยกระดับพื้นของวิหารให้สูงขึ้นมาในตำแหน่งดั้งเดิมได้นั่นเอง ดังนั้น วิหารทั้ง 7 รุ่น แห่งเทมพลอ มายอร์ ก็ล้วนแล้วแต่ได้รับการก่อสร้างด้วยกรรมวิธีอันแสนยากลำบากทั้งสิ้น เริ่มตั้งแต่รุ่นแรก เมื่อประมาณ ค.ศ. 1325 แต่น่าเสียดายที่
นักโบราณคดีไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนแบบเป็นชิ้นเป็นอันของวิหารรุ่นที่หนึ่งเลย นอกจากบันทึกจากเอกสารคัมภีร์โบราณเท่านั้นเอง หลังจากนั้นวิหารรุ่นต่อไปก็ถูกต่อเติมตามมาเรื่อยๆ บางรุ่นเช่น รุ่นที่ 6 ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1480 นั้น มีหลักฐานของการบูชายัญมนุษย์ปรากฏอยู่มากถึง 80,000 ร่าง แถมในช่วงนี้ยังถือเป็นยุครุ่งเรืองสูงสุดของจักรวรรดิแอสเท็กซ์อีกด้วย


ในปัจจุบันเทมพลอ มายอร์ หลงเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง ภาพจำลองนี้แสดงให้เห็นว่า ในอดีตมหาวิหารแห่งนี้เคยยิ่งใหญ่เพียงใด ที่มาของภาพ

สุดท้าย เทมพลอ มายอร์ รุ่นที่ 7 สร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นรูปทรงพีระมิดสวยงาม ประดับด้านหน้าด้วยบันไดคู่ 113 ขั้น ที่นำพาชาวแอสเท็กซ์ขั้นไปยังห้องบูชาแห่งสองเทพเจ้า ในอดีตวิหารแห่งนี้งดงามไปด้วยสีสัน ระหว่างประกอบพิธีก็คงจะอบอวลไปด้วยกลิ่นควันกำยานและคาวเลือดของเหยื่อผู้โชคร้ายที่ถูกจับมาบูชายัญ แต่เมื่อครั้งที่ชาวสเปนบุกเข้ามาเพื่อหวังขยายอาณานิคม พวกเขาก็ได้ทำลาย
เทมพลอ มายอร์ รุ่นที่ 7 ลงไปจนเหลือแต่ซาก เพราะชาวสเปนมองว่า วิหารแห่งนี้คือ สถานที่ “นอกรีต” นั่นเอง

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เทมพลอ มายอร์ก็ถูกทิ้งร้าง ก้อนหินจากมหาวิหารแห่งนี้ได้ถูกขนย้ายออกไปสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ ในนครเม็กซิโกซิตี จนเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้ นักโบราณคดีเพิ่งจะทำการขุดค้นมหาวิหารเทมพลอ มายอร์ อย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เราได้ทราบถึงหน้าที่ของศาสนสถานอันเป็นศูนย์กลางการบูชายัญอันโหดร้ายได้แจ่มชัดยิ่งขึ้น จนถึงปัจจุบันนักโบราณคดีก็ยังขุดค้นวิหารแห่งนี้กันอย่างขะมักเขม้น ไม่แน่ว่า ในอนาคต เราอาจจะค้นพบความลับที่น่าทึ่งอื่นๆ ของวิหารแห่งนี้อีกก็เป็นได้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: https://www.ancient.eu/Templo_Mayor
Website: https://www.khanacademy.org/humanities/ap-art-history/indigenous-americas/a/templo-mayor-at-tenochtitlan-the-coyolxauhqui-stone-and-an-olmec-mask
Website: https://www.metmuseum.org/toah/hd/teno_2/hd_teno_2.htm
Website: http://www.sacred-destinations.com/mexico/mexico-city-templo-mayor
Website: https://www.lonelyplanet.com/mexico/mexico-city/attractions/templo-mayor/a/poi-sig/376007/361544