Oriental World

ทำไมมิตสึฮิเดะก่อกบฏต่อโนบุนางะที่วัดฮอนโนจิ

“การก่อกบฏที่วัดฮอนโนจิ” ในวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 1582 เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญมากในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เพราะเป็นวันที่ได้เกิดการลอบสังหาร “โอดะ โนบุนางะ” ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของญี่ปุ่นในยุคเซ็นโกคุ ในช่วงศตวรรษที่ 15 โดยผู้ที่ลงมือก่อการก็คือ “อาเคจิ มิตสึฮิเดะ” ขุนพลและที่ปรึกษาคนสนิทที่สุดคนหนึ่งของโนบุนางะ โดยก่อเหตุขึ้นที่วัดฮอนโนจิ ที่พำนักในวันสุดท้ายของโนบุนางะ

สถานการณ์เวลานั้น โนบุนางะใกล้เคียงที่จะทำสงครามสยบทุกแคว้นทั่วญี่ปุ่นแล้วรวบรวมแผ่นดินให้กลับเป็นปึกแผ่น ซึ่งจะเป็นการยุติสงครามระหว่างแคว้นที่เกิดขึ้นมานับร้อยปีลงได้ แต่ความทะเยอทะยานนี้ต้องมาสิ้นสุดลง สุดท้ายแล้วผู้ที่สานต่อเป้าหมายนี้จนสำเร็จในภายหลังก็คือ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และ โทกุกาวะ อิเอยาสึ ซึ่งเป็นอดีตบริวารของโนบุนางะทั้งคู่


ภาพของ อาเคจิ มิตสึฮิเดะ ที่มาของภาพ

สำหรับ อาเคจิ มิตสึฮิเดะ เขาเป็นหนึ่งในขุนพลและที่ปรึกษาคนสนิทที่โนบุนางะไว้ใจมาก มีตำแหน่งและศักดินาทางทหารสูงเป็นอันดับต้นๆ สร้างผลงานความชอบหลายอย่าง ช่วยทำให้โนบุนางะกุมอำนาจของรัฐบาลอาชิคางะในเวลานั้น รวมถึงวางแผนหลายอย่างที่ช่วยให้กุมอำนาจในเมืองหลวงเกียวโตและภาคกลางของประเทศไว้ได้

แล้วเหตุใด มิตสึฮิเดะจึงลงมือก่อการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินครั้งนั้น อันที่จริงสาเหตุการก่อกบฏของเขาก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก

อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและตะวันตกได้ค้นคว้า นำไปสู่ข้อสันนิษฐานหลายประการเกี่ยวกับสาเหตุแห่งความขัดแย้งระหว่างคนทั้งสอง ซึ่งมีทั้งที่ได้บันทึกเป็นเอกสารในประวัติศาสตร์ ไปจนถึงเรื่องเล่าและตำนานที่มีชื่อเสียงต่างสืบต่อกันมา กระทั่งได้นำมาถ่ายทอดผ่านทางสื่อภาพยนตร์ นวนิยาย ละคร การ์ตูน และอื่นๆ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ข้อสันนิษฐานหลายข้อที่เคยเล่าและเชื่อกันมานั้นก็มีช่องโหว่ไม่น้อย มาดูกันว่า แต่ละทฤษฏีมีข้อโต้แย้งอะไรบ้าง

1.โนบุนางะทำให้มารดาของมิตสึฮิเดะโดนสังหาร (ความน่าจะเป็น 10%)
เดิมเคยเป็นหนึ่งเรื่องที่ผู้คนเชื่อกันมาก เหตุการณ์มาจากเมื่อครั้งใน ค.ศ.1579 โนบุนางะมีคำสั่งให้
มิตสึฮิเดะนำทัพโจมตีปราสาทยางามิของ ฮาตาโนะ ฮิเดฮารุ แต่ด้วยสาเหตุที่ไม่แน่ชัด มิตสึฮิเดะขอเสนอการเจรจาและเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายให้ยอมจำนน มีเรื่องเล่าว่า มิตสึฮิเดะลงทุนส่งมารดาของตนไปเป็นตัวประกันที่ปราสาทยางามิเพื่อแสดงความจริงใจ แต่พวกฮิเดฮารุคิดลอบสังหารโนบุนางะแล้วแสร้งมาขอสวามิภักดิ์ โนบุนางะจึงสั่งประหารชีวิตคนเหล่านั้นทั้งหมด ส่งผลให้มารดาของมิตสึฮิเดะต้องโดนสังหารไปด้วย มิตสึฮิเดะจึงมีความเจ็บแค้นแล้วจำฝังใจเรื่อยมา

แต่เรื่องนี้ไม่มีปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์ร่วมสมัยนั้น ทั้งจากบันทึกของโอตะ กิวอิจิ และบันทึกของบางหลวงฟรัวซ์ โดยเชื่อว่าเป็นเรื่องเล่าที่เริ่มมาจากนวนิยายในสมัยเอโดะ อีกทั้งมีการสันนิษฐานว่า
มารดาของมิตสึฮิเดะน่าจะเสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นแล้วหลายสิบปี

2.มิตสึฮิเดะไม่พอใจที่โนบุนางะปลดโชกุนและคุกคามราชวงศ์ (ความน่าจะเป็น 10%)
มิตสึฮิเดะเคยทำงานให้โชกุนอาชิคางะ โยชิอากิ มาก่อนก็จริง แต่เมื่อโชกุนคิดต่อต้านโนบุนางะ เขาเป็นคนแรกที่เปลี่ยนฝั่งมาอยู่กับโนบุนางะทันที หรือหากจะกล่าวว่า มิตสึฮิเดะทำไปเพื่อปกป้องพิทักษ์ขั้วอำนาจเก่านั้น ค่อนข้างฟังไม่ขึ้นนัก เพราะเวลานั้นขั้วอำนาจเดิมของโชกุนแทบจะไร้พิษสงใดๆ แล้ว ส่วนราชวงศ์เองก็เป็นที่เคารพนับถือในเชิงสัญลักษณ์มาเป็นหลายร้อยปี นี่ไม่น่าใช่เหตุผลที่ทำให้มิตสึฮิเดะลงมือก่อการ

3.มิตสึฮิเดะไม่พอใจเรื่องที่โนบุนางะสั่งเผาทำลายวัดและสังหารพระ (ความน่าจะเป็น 10-20%)
เคยมีการตั้งทฤษฎีว่า มิตสึฮิเดะไม่พอใจที่โนบุนางะสั่งเผาทำลายวัดชื่อดังอย่างวัดเอ็นเรียคุจิที่ภูเขาฮิเอ แล้วยังให้สังหารพระ ผู้หญิง เด็ก แต่บันทึกประวัติศาสตร์ที่ค้นคว้ากันในภายหลังชี้ว่า มิตสึฮิเดะเป็นคนร่วมวางแผนให้บุกเผาด้วยซ้ำ หรือหากว่ามิตสึฮิเดะจะไม่พอใจเรื่องนี้จริงๆ เขาก็ควรจะต่อต้านไปนานแล้ว


ภาพวาดเหตุการณ์ที่วัดฮอนโนจิ ที่มาของภาพ

4.โนบุนางะมีคำสั่งขอคืนดินแดนที่ทัมบะและโออุมิ แล้วจะยกดินแดนที่อิสึโมะของพวกโมริให้มิตสึฮิเดะ ถ้าเอาชนะศึกได้ (ความน่าจะเป็น 10-20%)
ภายหลังเรื่องนี้ถูกพบว่า มาจากเรื่องแต่งเสริมในยุคเอโดะ อีกทั้งการขอริบคืนที่ดินในปกครองแล้วยกที่ใหม่คืออิสึโมะ ซึ่งเวลานั้นพวกโมริปกครองอยู่ให้นั้น ในทางกลับกันคือ การเลื่อนตำแหน่งให้ อย่างไรก็ตาม โนบุนางะไม่น่าจะมีคำสั่งอะไรซับซ้อนขนาดนี้ออกมา แต่ก็มีความเป็นไปได้เล็กๆ อยู่ ซึ่งเหตุการณ์ต่อเนื่องในเรื่องนี้ก็มีความน่าจะเป็นสูงอย่างมาก นั่นคือ เรื่องที่มิตสึฮิเดะโดนสั่งให้ไปเป็นผู้ช่วยฮิเดโยชิในศึกนี้เอง (ดูที่ข้อ 7)

5.มิตสึฮิเดะมีความไม่พอใจส่วนตัวกับโนบุนางะ เพราะถูกทำให้เสียหน้าหลายครั้ง (ความน่าจะเป็น 10%)
ส่วนมูลเหตุนั้น มีเรื่องที่เล่ากันดังมาก เช่น โนบุนางะชอบบังคับให้บริวารดื่มเหล้า ขณะที่มิตสึฮิเดะไม่ใช่คนที่ชอบการดื่มเหล้านัก แต่ก็มีบันทึกของบาทหลวงฟรัวซ์ที่ระบุว่า โนบุนางะไม่ได้เป็นไดเมียวที่ชอบดื่มเท่าไรนัก

หรือมีเรื่องที่ดังมากคือ ครั้งที่มิตสึฮิเดะได้รับคำสั่งให้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงต้อนรับโทกุกาวะ อิเอยาสึ ที่ปราสาทอาสุชิ เป็นเหตุการณ์วันก่อนหน้าเรื่องที่วัดฮอนโนจิ เขาจัดปลาเน่ามาเสิร์ฟ ทำให้โนบุนางะโกรธมากแล้วทุบตีมิตสึฮิเดะต่อหน้าผู้เข้าร่วมงานเลี้ยง ทำให้มิตสึฮิเดะเสียหน้าและตัดสินใจก่อกบฏ เรื่องนี้เป็นตำนานที่ดังมาก แต่ที่จริงแล้ว ในบันทึกของโอตะมีการพูดถึงงานเลี้ยงครั้งนี้ว่า มิตสึฮิเดะไม่ได้เป็นคนเดียวที่ได้รับหน้าที่จัดงาน แต่ยังมีโฮริ โนริมาสะ เป็นเจ้าภาพอีกคนด้วย เรื่องเล่านี้จึงอาจจะเกินจริงไปบ้าง แต่ค่อนข้างโด่งดังและยังเล่าต่อกันมา


จากภาพวาด โนบุนางะกำลังโบยตีมิตสึฮิเดะในระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับอิเอยาสึ ที่มาของภาพ

6.มีความขัดแย้งเรื่องแผนรุกรานเกาหลีและกดดันจีนในภาคหน้า (ความน่าจะเป็น 20-30%)
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์หลังการรวบรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวของโนบุนางะ ซึ่งมิตสึฮิเดะเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของแผนยุทธศาสตร์ไว้ล่วงหน้า มีตำนานและความเชื่อว่า โนบุนางะวางแผนการใหญ่สร้างกองทัพเรือรบจำนวนมหึมา เพื่อหมายจะเตรียมการบุกโจมตีประเทศจีน เวลานั้นอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์หมิงในรัชสมัยของจักรพรรดิว่านหลี่ ซึ่งเป็นยุคทองสมัยหนึ่งของราชวงศ์หมิงด้วย สาเหตุที่ต้องบุกจีน เพราะโนบุนางะต้องการเปิดเส้นทางค้าขายกับจีนและชาติตะวันตก เพื่อนำความมั่งคั่งมาสู่ประเทศญี่ปุ่น แผนการใหญ่นี้เชื่อว่ามีขุนพลสำคัญเพียงไม่กี่คนได้รับทราบ รวมถึงมิตสึฮิเดะก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่สุดท้ายแล้ว เขาอาจไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้ เพราะเห็นว่าโนบุนางะควรจะนำบ้านเมืองไปสู่ความสงบร่มเย็นก่อน ในเมื่อสามารถยุติการทำสงครามระหว่างแคว้นได้แล้ว ก็ไม่ควรที่จะเปิดศึกกับต่างประเทศในทันที ข้อนี้เป็นการวิเคราะห์ในสมัยหลัง เมื่อพิจารณาว่า โนบุนางะมีแผนการสร้างกองทัพเรือหุ้มเกราะเหล็กแบบตะวันตกขึ้นหลายลำเพื่อใช้ทำศึก แล้วยังมีแผนจะพัฒนากองทัพเรือเพิ่มเติมด้วย แล้วต่อมาความคิดที่จะบุกโจมตีประเทศเกาหลี เข้ากดดันจีน ก็ได้รับสืบทอดต่อมาโดยฮิเดโยชิ หลังจากรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งได้แล้ว ฮิเดโยชิได้คิดการใหญ่ส่งทัพเรือและทหารนับแสนคนเดินทัพข้ามช่องแคบทะเลไปบุกโจมตีเกาหลี แล้วเชื่อว่า มีการวางแผนจะขยายอิทธิพลไปถึงจีนต่อ ไม่ว่าจะเพื่อเปิดเส้นทางการค้าหรือเป้าหมายอื่นๆ ดังนั้นความคิดที่จะขยายอิทธิพลของประเทศญี่ปุ่นให้ออกสู่โลกภายนอกนั้น อาจมีจุดเริ่มต้นมาจากโนบุนางะก็เป็นได้


ภาพวัดฮอนโนจิในปัจจุบันที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่มาของภาพ

7.มิตสึฮิเดะเกรงว่า อาจสูญเสียตำแหน่งและศักดินา (ความน่าจะเป็น 60-70%)
เรื่องนี้ใช่ว่าจะไม่มีมูลเหตุ เนื่องจากเวลานั้นมีตัวอย่างให้เห็นจากขุนพลหลายคนที่โดนปลดและเนรเทศ ทั้งๆ ที่ทำงานให้โนบุนางะมานานหลายสิบปี เช่น ซาคุมะ โนบุโมริ และ ฮายาชิ ฮิเดซาดะ จึงเป็นไปได้ว่า มิตสึฮิเดะเริ่มไม่แน่ใจกับตำแหน่งและอำนาจของตนเอง อีกทั้งวันก่อนเกิดเรื่อง โนบุนางะสั่งให้เขาไปช่วย
ฮิเดโยชิทำศึกกับโมริ ดังนั้นจึงชิงลงมือก่อการก่อนที่จะโดนจัดการ ยิ่งเวลานั้นมิตสึฮิเดะมีอายุราว 50 ปีแล้ว ก็อาจคิดห่วงเรื่องที่จะเสียตำแหน่งก็เป็นได้

อีกทั้งมีบันทึกคำสั่งที่โนบุนางะเขียนถึงมิตสึฮิเดะ เรื่องให้เขาไปทำหน้าที่เป็นทัพหนุนของฮิเดโยชินั้น แสดงออกชัดเจนว่า อำนาจบัญชาทหารของมิตสึฮิเดะกำลังจะโดนหั่นลดทอนลง โดยระบุว่า

“เจ้าสามารถจะเคลื่อนทัพเป็นกำลังเสริมให้กับฮิเดโยชิได้โดยใช้เวลาเพียง 2-3 วัน เมื่อเจ้าไปถึงแล้ว ค่อยรอคำสั่งจากฮิเดโยชิ”

เมื่อพิจารณาว่า มิตสึฮิเดะได้เห็นตัวอย่างที่ ซาคุมะ โนบุโมริ โดนสั่งปลดออกจากตำแหน่งมาแล้ว จึงน่าจะมีความวิตกไม่น้อย

8.ความทะเยอทะยานที่จะขึ้นเป็นใหญ่และชิงอำนาจจากโนบุนางะ (ความน่าจะเป็น 70-80%)
มาจากความทะเยอทะยานและเห็นโอกาสที่จะลงมือก่อนล้วนๆ เรื่องนี้มีความเป็นไปได้มากทีเดียว สำหรับมิตสึฮิเดะ ถือว่าเป็นหนึ่งในขุนพลที่มีความสามารถรอบด้านที่สุดของโนบุนางะ เขาอาจเห็นว่า ถ้าไม่ชิงลงมือวันนั้น อาจจะไม่มีโอกาสอีกก็ได้

อีกทั้งในบันทึกของบาทหลวงฟรัวซ์และบันทึกของโอตะ ก็เขียนถึงมิตสึฮิเดะลักษณะว่า เป็นผู้มีสติปัญญาปราดเปรื่อง และมีความทะเยอทะยาน ข้อนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงมากถึงมากที่สุด

สุดท้ายแล้ว สาเหตุแท้จริงในการก่อกบฏครั้งนี้จะมีที่มาเหตุใดก็ตาม มิตสึฮิเดะก็ได้ลงมือก่อกบฏต่อ
โนบุนางะจริงๆ แล้วนำไปสู่จุดเปลี่ยนของญี่ปุ่นในเวลานั้นโดยสิ้นเชิง

วันที่มิตสึฮิเดะลงมือก่อการ คือวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 1582 เขาวางแผนซับซ้อนหลายชั้นที่เป็นการหลอกทั้งโนบุนางะและทหารชั้นล่างของตนเอง กว่าที่ทุกคนจะรู้ว่า ศัตรูคือโนบุนางะ ก็เป็นตอนที่คำสั่งได้ออกไปเรียบร้อยแล้ว มีเพียงนายทหารใกล้ชิดและระดับนายกองขึ้นไปเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขากำลังเคลื่อนทัพไปโจมตีใคร และก็ก่อการได้สำเร็จ

โอกาสหน้าจะบรรยายถึงแผนการและรายละเอียดในการก่อกบฏที่วัดฮอนโนจิ ซึ่งมีการวางหมากและแผนการไว้สลับซับซ้อน จนสามารถหลอกผู้ที่เชี่ยวชาญการศึกอย่างโนบุนางะได้ครับ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
หนังสือ
ยศไกร ส.ตันสกุล (2559). โอดะ โนบุนางะ พลิกวิถี ผู้นำญี่ปุ่น, กรุงเทพ: แสงดาว
Books
Gyuichi, O. T. (2011). The Chronicle of Lord Nobunaga. Boston: Brill. Okanoya, S. (2007). Shogun and Samurai - Tales of Nobunaga, Hideyoshi, and Ieyasu.