World Clvilization

เนเฟอร์ติติและคลีโอพัตราสวยจริงหรือ?

เมื่อกล่าวถึงความสวยความงามของสตรีที่อยู่คู่กับอารยธรรมอียิปต์โบราณ เชื่อว่าหลายๆ ท่านก็คงต้องนึกถึงสตรีสองท่านที่มีชื่อว่า พระนางเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) และพระนางคลีโอพัตราที่ 7 (Cleopatra VII) ขึ้นมาก่อนใครเพื่อนเป็นแน่ เพราะเราได้ยินกิตติศัพท์กันมานานแล้วว่าราชินีสององค์นี้ช่างงามยิ่งนัก


รูปสลักครึ่งตัวอันโด่งดังของราชินีเนเฟอร์ติติที่เก็บรักษา และจัดแสดงเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน ที่มาของภาพ

พระนาม “เนเฟอร์ติติ” มีความหมายว่า “โฉมงามมาแล้ว” หรือถ้าจะแปลพระนามของพระนางจากชื่ออียิปต์โบราณตรงๆ ก็คงจะเป็น “Beautiful woman has come” นั่นหมายความว่า นางเป็นสตรีที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก อีกหนึ่งหลักฐานที่ช่วยสนับสนุนความงามของราชินีเนเฟอร์ติติคือ รูปสลักครึ่งตัวที่โด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน ถึงแม้ว่าจะแตกหักเสียหายไปบ้างบางส่วน แต่เชื่อว่า คนทั่วโลกที่ได้ยลโฉมรูปสลักรูปนี้ คงต้องกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พระนางเนเฟอร์ติตินั้นงดงามไร้ที่ติเลยทีเดียว

ในปัจจุบัน ยังไม่มีใครค้นพบมัมมี่ของพระนางเนเฟอร์ติติ ดังนั้นความงามที่จะคุยกันในครั้งนี้จึงไม่ใช่ใบหน้าที่แท้จริงของราชินีองค์นี้ แต่เป็นความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรูปสลักครึ่งตัวของพระนางต่างหากเล่า เพราะเมื่อปี พ.ศ. 2553 ทีมนักวิชาการที่ตรวจสอบรูปสลักครึ่งตัวของเนเฟอร์ติติที่เบอร์ลินได้ออกมาเสนอว่า รูปสลักนี้น่าจะเคยถูกศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าหรือ Face-Lift มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วน่ะสิ


นักวิชาการค้นพบหลักฐานของการ Face-Lift รูปสลักครึ่งตัวของพระนางเนเฟอร์ติติตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ที่มาของภาพ

ทีมนักวิจัยนำโดยนักประวัติศาสตร์นามว่า เบททานี ฮิวส์ (Bettany Hughes) ได้เสนอหลังจากที่เธอตรวจสอบรูปสลักครึ่งตัวนี้ผ่านเครื่องสแกนสามมิติหรือ CTScan ว่ารูปสลักที่เชื่อกันว่างดงามนี้ได้ซ่อนความจริงอันน่าตื่นตะลึงเอาไว้เบื้องหลัง เธอกล่าวถึงภาพของรูปสลักที่ได้เห็นหลังการทำสแกนสามมิติว่า
“รูปสลักรูปนี้ยังคงความงดงาม แต่ก็ไม่งดงามถึงที่สุด จมูกของนางคดงอ แถมยังมีริ้วรอยรอบดวงตา มันจึงเป็นรูปสลักที่ถ่ายทอดความเป็นสตรีออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด” ทีมของนักประวัติศาสตร์หญิงท่านนี้ค้นพบชั้นหินปูนชั้นที่สองซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้ผิวหน้าอันผุดผ่องของพระนาง ผิวหินปูนชั้นในนี้แสดงภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ทั้งบริเวณดวงตา ปาก และแก้ม อีกทั้งจมูกของนางยังมีลักษณะคดงออีกด้วย เป็นไปได้ว่า ชั้นหินปูนชั้นในที่สแกนพบนี้จะเป็นรูปร่างดั้งเดิมของพระนางเนเฟอร์ติติ และการตกแต่งรูปสลักใหม่อีกครั้ง หรือเรียกง่ายๆ ว่าศัลยกรรมรูปสลักชิ้นนี้ ก็น่าจะเพราะว่าชาวอียิปต์ในสมัยนั้นอยากให้พระนางเป็นตัวแทนของความงดงามไปชั่วนิรันดร์ และเป็นไปได้อีกเช่นกันว่า ผู้ที่บัญชาให้ทำการเสริมสวยให้รูปสลักรูปนี้ก็คือ ฟาโรห์อัคเคนาเตน (Akhenaten) ซึ่งเป็นสวามีของพระนางนั่นเอง


รูปสลักของพระนางคลีโอพัตราที่ 7 ในศิลปะแบบกรีก แสดงให้เห็นว่า นางมีใบหน้าที่สะสวยทีเดียว ที่มาของภาพ

นอกจากพระนางเนเฟอร์ติติแล้ว ราชินีอีกองค์หนึ่งที่ถูกตั้งคำถามถึงความสวยเช่นกันก็คือ พระนาง
“คลีโอพัตราที่ 7” นางพญาองค์สุดท้ายแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์นั่นเอง

ตำราหลายเล่มในอดีตให้ความเห็นตรงกันว่า พระนางคลีโอพัตราที่ 7 นั้น เป็นสาวงามผู้เลอโฉม
นางสามารถมัดใจหนุ่มๆ จากโรมันอย่างจูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar) และมาร์ค แอนโทนี (Mark Antony) เอาไว้ได้อยู่หมัด สิ่งเหล่านี้คงจะเป็นเครื่องบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า พระนางคลีโอพัตราที่ 7 จะต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่โดดเด่นเกินกว่าสตรีคนอื่นๆ ในยุคนั้นอย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่สามารถมัดใจสองหนุ่มจากโรมันจะเป็น “ความสวย” ของพระนางคลีโอพัตราอย่างที่เราได้เห็นกันจากภาพยนตร์ดังที่อลิซาเบธ เทย์เลอร์ (Elizabeth Taylor) แสดงออกมาจริงๆ น่ะหรือ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หนึ่งใน “ภาพจำ” ที่ทำให้เราเชื่อว่าพระนางคลีโอพัตราที่ 7 มีสิริโฉมงดงามนั้นก็มาจากภาพยนตร์เรื่องนี้นั่นเอง ว่าแต่ความเป็นจริงแล้ว นางจะงดงามจริงดังที่ถูกกล่าวขวัญถึงกันหรือไม่ ครั้งนี้เราลองมา
ตามหาความจริงในประเด็นนี้กันเลยดีกว่า

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความงามของพระนางคลีโอพัตราที่ 7 นั้น ถูกนักวิชาการส่วนหนึ่งออกมาเสนอเอาไว้เมื่อต้นปี พ.ศ. 2550 ว่า พระนางนั้นอาจจะไม่ได้สวย หรืองดงามดังเช่นที่ภาพยนตร์ได้แสดงออกมา หรือตามที่เราๆ ท่านๆ เคยเข้าใจกันน่ะสิ หลักฐานที่นักวิชาการใช้อ้างอิงเพื่อสนับสนุนในเรื่องนี้ก็คือ เหรียญอายุ 2,000 ปี จากยุคกรีก-โรมันที่ด้านหนึ่งของเหรียญปรากฏภาพของพระนางคลีโอพัตราที่ 7 อีกด้านหนึ่งแสดงภาพของมาร์ค แอนโทนี ภาพบนเหรียญแสดงให้เห็นว่า นางพญาองค์นี้คางยื่น ปากบาง จมูกแหลม หูยาว แถมยังมีลำคออ้วนเป็นปล้องอีกด้วย นักวิชาการคาดกันว่า ส่วนสูงของพระนางก็คงจะเพียงแค่ 5 ฟุต หรือราวๆ 150 เซนติเมตรเท่านั้นเอง แสดงว่านางก็ไม่ได้สูงกว่าเหล่าสตรีในยุคนั้นสักเท่าใดนัก

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ของนักวิชาการกลุ่มนี้ ก็เพียงแค่ใช้หลักฐานจากโบราณวัตถุเท่าที่มีมาประมวลเพื่อตีความเท่านั้น ก็คงจะไม่อาจบอกได้ว่า จริงๆ แล้ว พระนางคลีโอพัตรานั้นมีหน้าตาเป็นดังเช่นในเหรียญจริงหรือไม่ เพราะการมองภาพจากศิลปะอียิปต์โบราณและศิลปะกรีกโบราณนั้น ถึงจะพอบอกได้บ้าง แต่ก็คงจะไม่เหมือนตัวจริงทุกกระเบียดนิ้วเป็นแน่ นอกจากนั้นนักวิชาการส่วนหนึ่งยังได้ลองสร้างภาพ 3 มิติของคลีโอพัตราออกมา โดยอาศัยรูปสลักทั้งสองมิติและสามมิติมาช่วยในการสร้างสรรค์โครงหน้า จนเสนอกันว่า นางน่าจะมีหน้าตาคล้ายลูกครึ่ง แต่ก็เป็นเพียงแค่อีกแนวคิดหนึ่งเท่านั้น เราคงไม่มีทางทราบได้ว่า พระนางนั้นสวยหรือไม่สวยอย่างไร แต่ที่เราพอจะทราบก็คือ พระนางมีความสามารถที่หลากหลาย พูดได้หลายภาษาและมีความฉลาดปราดเปรื่องเป็นเลิศ จะเรียกว่า “งดงามจากภายใน” ก็คงได้ นั่นจึงไม่แปลกเลยที่ไม่ว่าพระนางจะมีหน้าตางดงามเฉกเช่นที่อลิซาเบธ เทย์เลอร์ ได้นำเสนอเอาไว้ในภาพยนตร์หรือไม่ แต่ด้วยความสามารถและเสน่ห์ที่ล้นเหลือขนาดนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้สองผู้นำแห่งโรมันทั้ง
จูเลียส ซีซาร์ และมาร์ค แอนโทนี หลงรักนางเข้าเต็มเปาดังที่เราทราบกันดีจากตำนานนั่นเอง


ภาพของพระนางคลีโอพัตราที่ 7 ที่ปรากฏบนเหรียญ (ซ้าย) แสดงให้เห็นว่า พระนางอาจจะไม่ได้มีหน้าตาที่งดงามดังที่เคยเชื่อกันมาในอดีตก็เป็นได้ ที่มาของภาพ

ถึงแม้จะมีหลักฐานออกมาชวนให้คิดว่า ราชินีเนเฟอร์ติติและพระนางคลีโอพัตราที่ 7 อาจจะไม่ได้สวยอย่างที่เคยเชื่อกันมานมนาน แต่ก็เป็นเพียงแค่การวิเคราะห์จากศิลปะต่างๆ ที่ปรากฏเท่านั้น ดังนั้นการที่พวกเราเคยตัดสินราชินีแห่งไอยคุปต์ทั้งสองท่านว่า สวยหรือไม่สวยนั้น ก็เป็นการวิจารณ์รูปลักษณ์ของพวกนางที่ปรากฏบนศิลปวัตถุเสียมากกว่า อย่างน้อยเราก็ยังไม่พบมัมมี่ที่จะแสดงตัวตนของทั้งคู่อย่างชัดเจน จึงไม่สามารถฟันธงได้ว่า หน้าตาที่แท้จริงนั้นจะเหมือนที่แสดงออกมาในศิลปะหรือไม่ แต่ถึงแม้ว่ารูปสลักหรือเหรียญต่างๆ ที่เป็นหลักฐานในครั้งนี้จะกล่าวว่า ทั้งสองพระนางนั้นไม่ได้มีหน้าตาที่สะสวย แต่มันก็คงจะไม่ได้หมายความว่าความงดงามในจิตใจและความสามารถอันล้นเหลือของสองนางพญาแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์ที่ปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์จะต้องลดน้อยถอยตามไปด้วยสักหน่อยนี่นา จริงไหมล่ะ?

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-1313409/The-ancient-Egyptian-facelift-Beautiful-Queen-Nefertiti-bent-nose-wrinkled-eyes.html
Website: http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/
africaandindianocean/egypt/5085775/Nefertiti-had-two-faces.html

Website: http://www.heritagedaily.com/2015/08/was-cleopatra-beautiful-the-archaeological-evidence/92015
Website: http://www.historyextra.com/article/ancient-egypt/face-cleopatra-was-she-really-so-beautiful
Website: http://penelope.uchicago.edu/~grout/encyclopaedia_
romana/miscellanea/cleopatra/bust.html