Oriental World

พระแม่ดำแห่งเพลินจิต

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวว่าสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ได้ตัดสินใจขายที่ดิน
สถานเอกอัครราชทูตในราคาถึง 420 ล้านปอนด์ (ราว 1.9 หมื่นล้านบาท) โดยขายให้กับกลุ่มบริษัทกิจการร่วมค้าเซ็นทรัลกรุ๊ปและฮ่องกงแลนด์

ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่มาก เพราะที่ดินของสถานทูตเป็นที่งามจับตา เพราะมันตั้งเด่นหราท่ามกลางย่าน
ดาวน์ทาวน์ แต่จะว่าไปแล้วก็น่าเสียดาย เพราะสถานทูตแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า

ด้วยหน้าที่การงานผมจึงเดินทางไปสถานทูตอังกฤษอยู่ 2 - 3 ครั้ง และเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วได้รับเชิญไปสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ก่อนกลับก็ชักภาพเป็นที่ระลึก เลือก โลเกชั่นที่พระรูปควีน ท่านทูตเปรยขึ้นมาว่า เหมาะเจาะพอดี เป็นวันที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะทรงครองราชย์เกินสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เท่ากับว่า ทรงเป็นพระประมุขที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดแห่งสหราชอาณาจักร คือเกิน 63 ปี 216 วัน ที่พระแม่เจ้าวิกตอเรียทรงเป็นเจ้าของสถิติเดิม


สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศสยาม ณ ที่ตั้งเดิมที่บางรัก จะเห็นพระบรมรูปของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียตั้งอยู่ที่ด้านหน้า ที่มาของภาพ

ก่อนจะขายที่ แล้วเจ้าสัวไปสร้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี บังจนมิด สถานทูตอังกฤษมีที่ดินติดกับถนนเพลินจิต มองจากด้านนอกเข้าไปจะมีพระรูปของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียตั้งอยู่ ปัจจุบันพระรูปไปตั้งที่ด้านหลังบ้านพักของท่านทูต

รูปนี้หล่อโดยฝีมือ เซอร์อัลเฟรด กิลเบิร์ต (Sir Alfred Gilbert) ประติมากรคนสำคัญของอังกฤษ เนื่องในวโรกาสกาญจนาภิเษก เมื่อปี 1887 มีทั้งหมด 3 พิมพ์ ที่กรุงเทพฯ พิมพ์หนึ่ง ที่นิวคาสเซิลอีกหนึ่ง และ
เดิมที่วินเชสเตอร์อีกแห่ง

ที่ฐานมีจารึกไว้ว่า “Victoria, Queen of Great Britain & Ireland, Empress of India. Erected in loving memory by her subjects in Siam.” (พระนางวิกตอเรีย บรมราชินีนาถแห่งบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์ จักรพรรดินีแห่งอินเดีย ยกพระรูปขึ้นด้วยใจจงรักรำลึกโดยพสกนิกรของพระนางในสยาม)

พระรูปพระนางวิกตอเรียนี้มีตำนาน เดิมนั้นตั้งอยู่ที่สถานทูตเดิมคือแถวเจริญกรุง ตรงไปรษณีย์บางรักปัจจุบัน ต่อมาย้ายตามสถานทูตมาที่เพลินจิต ตอนแรกไว้ที่หน้าตึกใหญ่ ต่อมาไว้หลังตึก สมัยตั้งอยู่ที่บางรัก คนสยามก็เคารพบูชามาก นำธูปเทียนมาลัยมาถวายขอโชคลาภ ขอให้ทรงบันดาลลูกหลาน นัยว่าพระนางมีพระโอรสธิดาดก (ล้อกันว่าทรงเป็น "แม่ใหญ่แห่งยุโรป" เพราะราชวงศ์ยุโรปเกือบทุกวงศ์นับญาติกับพระนาง) และขาดไม่ได้สำหรับคนไทยก็คือ ต้องขอหวยตามระเบียบ


พระบรมรูปของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ที่มาของภาพ : ถ่ายโดยผู้เขียน 

อ่านจากฝรั่งเขาบันทึกไว้ว่า ชาวบ้านเรียกพระนางว่า เจ้าแม่ดำ (The Black Queen) คงเพราะพระรูป
รมดำนั่นเอง ฝรั่งรู้ว่าคนไทยไหว้ควีนก็งงเป็นไก่ตาแตก บางคนบ่นว่า หากพระนางยังมีพระชนม์ชีพคงงงเหมือนกัน ที่คนพุทธเมืองสยามมาไหว้ขอหวยกษัตรีคริสเตียนกันอย่างนี้

พระรูปควีนวิกตอเรียที่เมืองไทยยังเคยมีอีกแห่ง เดิมตั้งอยู่ในสถานกงสุลอังกฤษที่เชียงใหม่ ได้ทราบว่า คนเชียงใหม่ก็กราบไหว้บูชาพระนางเหมือนกัน เล่ากันว่า มีคู่สามีภรรยาชาวนาชาวไร่เที่ยวขอลูกตามวัดก็ไม่ได้ผล ไหว้พระสิงห์แล้วก็ไม่ได้ สุดท้ายมาไหว้พระนางวิกตอเรียกลับได้ลูก ข่าวแพร่ไปทั่วเชียงใหม่ ทำให้มีคนแห่กันมากราบไหว้ล้นหลามประมาณว่าเกือบครึ่งเมือง จนสถานกงสุลทนไม่ไหว ต้องย้ายพระรูปหนีเพราะคนมารบกวนมากเกินไป ตอนนี้พระแม่ไปประทับที่สุสานบ้านเด่น

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นบุก มีการห่อพระรูปไว้ในกล่อง แต่ยังอุตส่าห์เจาะรูไว้ที่กล่องให้ตรงกับพระเนตร ชะรอยจะให้พระนางกับคนไหว้พอได้สบตากันบ้างยามสงคราม

พระรูปที่เพลินจิตก็มีตำนานอย่างนี้ คือตอนที่ญี่ปุ่น "ขออนุญาต" ผ่านไทยแลนด์ไปตีอังกฤษที่พม่า ก็ขอยึดสถานทูตอังกฤษเป็นที่บัญชาการซะเลย แล้วผู้บัญชาการกองทัพลูกพระอาทิตย์ก็สั่งให้ตีกล่องไม้สวมพระรูปไว้ นัยว่าเป็นประมุขของประเทศศัตรูไม่ควรจะตั้งหราในฐานบัญชาการ แต่สักพักผู้บัญชาการญี่ปุ่นก็รู้สึก
ตะครั่นตะครอ เพราะถูกอะไรดลใจหรือก็ไม่ทราบ จึงสั่งให้เจาะรูที่กล่องพระรูปตรงส่วนพระเนตร พระนางจะได้ไม่มาดลใจอะไรให้ร้อนรนอีก

ดูสิครับ ขลังขนาดนี้


อาคารหลักของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ปัจจุบันรูปพระแม่ดำตั้งอยู่ที่ด้านหลังอาคารนี้ 
ที่มาของภาพ 

แต่จริงๆ แล้ว มีคนสันนิษฐานว่า เพราะญี่ปุ่นยังเกรงใจที่ควีนทรงเคยยอมรับสถานะของญี่ปุ่นตอนเพิ่งปฏิรูปประเทศใหม่ๆ จนกลายเป็นมหาอำนาจในกาลต่อมา

ปล. หลายปีก่อนไปเที่ยวลอนดอน เพื่อนพานั่งรถผ่านโน่นผ่านนี่ เห็นพระรูปควีนวิกตอเรียเข้า ผมก็เล่าเล่นๆ ว่า นี่แหนะที่กรุงเทพฯ เขาขอลูกกับควีนของพวกคุณนะรู้หรือเปล่า ปรากฏว่า มิตรสหายนั่งซุบซิบกันว่า เอ...ที่กรุงเทพฯ มันมีด้วยหรือ? (นี่ขนาดเคยมากรุงเทพฯ แล้วนะครับ) แล้วพูดออกมาว่า ก็น่าจะมีนั่นแหละ เพราะไทยเคยเป็นอาณานิคมอังกฤษ ผมได้ยินเข้าก็ฉุนกึก แต่ก็พยายามเข้าใจว่า มีช่วงหนึ่งที่อังกฤษมีอาณานิคมบานตะไท จะลืมไปบ้างตู่ไปบ้างก็ให้อภัยได้ อีกอย่างก็เพื่อนกันนี่ครับ เล็กๆ น้อยๆ ก็หยวนๆ กันไป