Armies Weapons and Warfare

พยาบาลใจเพชร

เรอเน่ เลอแมร์ เป็นชาวเมืองบัสโตนโดยกำเนิด เธอเป็นบุตรสาวของ กุสตาฟ เลอแมร์ และ เบอธ่า กัลป์ลี เธอมีน้องสาว 2 คนคือ จีเซล และ มากาเร็ต ครอบครัวของเธอเปิดร้านขายเครื่องมือที่เมืองบัสโตน ประเทศเบลเยียม ในช่วงตอนต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเยอรมันเปิดฉากรุกรานยุโรปตะวันตก
เรอเน่ เลอแมร์ อาสาไปเป็นพยาบาลอยู่ที่กรุงบรัสเซล เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม เธอยังคงทำหน้าที่นี้ต่อไปในโรงพยาบาล ภายหลังกองทัพเยอรมันเข้ายึดครองเบลเยียมทั้งประเทศ


เรอเน่ เลอแมร์ ที่มาของภาพ

กระทั่งในเดือน ธันวาคม 1944 เรอเน่ เลอแมร์ ตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวของเธอที่บัสโตน แต่สงครามยังมารบกวนชีวิตของเธอและครอบครัวอีกครั้ง เมื่อบ้านเกิดของเธอ กลายเป็นสนามรบดุเดือดของทหารสหรัฐฯ และเยอรมัน กองทัพเยอรมันเปิดยุทธการรุกครั้งใหญ่ผ่านป่าอาเดนส์ หวังจะเคลื่อนพลไปให้ถึงเมืองท่าแอนท์เวิปให้ได้ เพื่อให้บรรลุภารกิจในการตัดขาดกองกำลังพันธมิตรที่อยู่ทางเหนือและใต้ออกจากกัน เมืองบัสโตนแห่งนี้ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในแผนที่ยุทธการของทหารเยอรมัน เพราะมันคือ
ชุมทางคมนาคมที่สำคัญ เป็นจุดที่ขบวนรถถังและยานยนต์จะต้องเคลื่อนที่ผ่าน แต่เมืองแห่งนี้ กองพลทหารพลร่มที่ 101 ของอเมริกัน รักษาการณ์อยู่ พวกเขาไม่ยอมถอยและปล่อยให้เมืองนี้ต้องกลับไปตกอยู่ในการยึดครองจากกองทัพเยอรมันอีกครั้ง การรบนองเลือดเกิดขึ้นรอบๆ เมือง ทหารเยอรมันและรถถังพยายามจะบุกเข้าตีเมืองนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทหารพลร่มอเมริกันยังยืนหยัดสู้อย่างเข้มแข็ง จนมันเป็นเรื่องยากกว่าที่คิดสำหรับฝ่ายเยอรมันที่จะยึดเมือง พวกเขาจึงได้แต่ล้อมเมืองแห่งนี้เอาไว้


แผนที่การรุกของกองทัพเยอรมันในช่วงปลายปี ค.ศ. 1944 ล้อมกองทัพอเมริกันที่บัสโตน

บุคลากรทางการแพทย์ประจำเมืองส่วนใหญ่ ทั้งหมอและพยาบาลล้วนแล้วแต่เสียชีวิตจากการโจมตีของเยอรมัน ทหารอเมริกันจึงประกาศให้พลเรือนเบลเยียมที่อยู่ในเมือง ที่มีความรู้ความสามารถในการรักษาพยาบาล หรือ สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ ให้สมัครเข้ามาช่วยงานกับกองทัพอเมริกันได้ทันที เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เลอแมร์ จึงต้องใช้วิชาความรู้ในการพยาบาลของเธอดูแลทหารอเมริกันที่บาดเจ็บในการรบ ออกุสต้า ชิววี่ (Augusta Chiwy) พยาบาลสาวชาวคองโกเพื่อนของเลอแมร์ พวกเธอทั้งสองต้องดูแลรักษาทหารอเมริกันที่บาดเจ็บจากหลากหลายหน่วย ออกุสต้า ชิววี่ เพื่อนพยาบาลของ เลอแมร์ กล่าวถึงเธอเอาไว้ว่า

“เลอแมร์ เธอกระตือรือร้นในงานที่ทำตลอดเวลา เธอพยุงคนเจ็บ ห้ามเลือด เปลี่ยนผ้าพันแผล ทุกอย่างที่พยาบาลคนหนึ่งพึงกระทำต่อผู้บาดเจ็บ เธอทำมันอย่างสุดความสามารถ แทบจะไม่ได้หยุดพักหรือทานอาหารเลย”


เพื่อนพยาบาลของเลอแมร์ ออกุสต้า ชิววี่ ได้รับมอบเหรียญกล้าหาญจากกองทัพสหรัฐฯ
ที่มาของภาพ


นอกจากนี้ เลอแมร์ยังปลอบประโลมและให้กำลังใจผู้บาดเจ็บทุกคน ภาพของพยาบาลคนนี้ที่พบเห็นทุกๆ วัน คือ เธอจะอยู่ท่ามกลางผู้บาดเจ็บเสมอ


สถานที่ซึ่งเคยเป็นสถานีพยาบาลที่เลอแมร์เคยปฏิบัติหน้าที่ถูกทิ้งระเบิดจนเหลือแต่เศษซาก ที่มาของภาพ

วันที่ 24 ธันวาคม 1944 เวลา 20.30 น. กองทัพอากาศเยอรมัน เปิดฉากการโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังอเมริกันรอบๆ บริเวณเมืองบัสโตน เครื่องบินทิ้งระเบิดของเยอรมัน ปลดระเบิดลงมาจากฟ้า มันทำลายบ้านเรือนและอาคารต่างๆ ในเมืองบัสโตน ความสับสนวุ่นวายคืนนั้นมีอยู่แทบทุกพื้นที่ เสียงของระเบิดที่หล่นลงมาจากฟ้าและปืนต่อสู้อากาศยาน ดังสนั่นได้ยินไปไกล สถานีพยาบาลที่เลอแมร์ปฏิบัติหน้าที่อยู่และบริเวณโดยรอบ กำลังจะตกเป็นเป้าสำหรับเครื่องบินเยอรมัน ลูกระเบิดถูกทิ้งลงมาระเบิดใกล้สถานีพยาบาลเรื่อยๆ และแล้วก็มีลูกระเบิดลูกหนึ่งหล่นลงมาที่สถานีพยาบาลแห่งนี้ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นทันที พยาบาลและทหารในพื้นที่พยามลำเลียงผู้บาดเจ็บที่อยู่ภายในสถานีพยาบาลออกไป การอพยพผู้คนต้องแข่งกับเวลา เพราะเพลิงลุกไหม้รวดเร็วมาก เลอแมร์และชิววี่ต่างช่วยพยุงทหารที่บาดเจ็บออกมาจากที่นั่นคนแล้วคนเล่า พวกเธอช่วยพาพวกเขาออกมาจากเปลวเพลิง เลอแมร์วิ่งเข้าออกจากสถานีพยาบาลที่กำลังถูกเพลิงโหมลุกไหม้อยู่ถึง 6 ครั้ง กระทั่งครั้งที่ 7 เมื่อเลอแมร์พยายามจะกลับเข้าไปช่วยคนเจ็บครั้งสุดท้าย เพลิงที่กำลังลุกไหม้สถานีพยาบาล ซึ่งมันเคยเป็นอาคารพาณิชย์ขายของมาก่อน ทำให้อาคารทั้งหมดพังถล่มลงมา ส่งผลให้เรอเน่ เลอแมร์ เสียชีวิตในที่สุด


ป้ายประกาศคุณงามความดีของเลอแมร์ ที่อนุสรณ์ ณ เมืองบัสโตน

ภายหลังจากที่เธอชีวิตลง ศพของเรอเน่ เลอแมร์ ได้รับการฝังอย่างสมเกียรติ โดยมีทหารอเมริกันและชาวเมืองบัสโตน มาร่วมในพิธีนี้กันอย่างล้นหลาม นอกจากนี้เรื่องราวการเสียสละของเธอยังเป็นทราบ
ถึงพระกรรณของพระมหากษัตริย์เบลเยียม พระองค์ทรงพระราชทานเหรียญ ชั้น Knights in the Order of the Crown เพื่อเชิดชูเกียรติในการเสียสละ อุทิศตนเองเพื่อประเทศชาติ และหน้าที่การพยาบาลของเธอให้แก่ครอบครัวของเลอแมร์


ในมินิซีรี่ย์เรื่อง แบนด์ อ็อฟ บราเธอร์ ที่ดัดแปลงจากเรื่องราวของเลอแมร์ ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Ren%C3%A9e_Lemaire
Website : http://wikiofbrothers.wikia.com/wiki/Renee_Lemaire
Website : http://americancivilwar.50megs.com/xmas01.html
Website : https://www.findagrave.com/cgi-bin/fg.cgi?page=gr&GRid=82331191
Website : http://www.regjans.com/renee-lemaire/