Armies Weapons and Warfare

ด.เด็กอดทน

มอมซิโล กาฟวริค คือ ทหารชาวเซอร์เบียคนหนึ่งที่อาสาเข้ามาร่วมรบในมหาสงคราม The Great War หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ สงครามโลกครั้งที่ 1 (Wold War I) อ่านชื่อของเขาแล้วอาจจะเป็นชื่อที่ฟังดูแล้วธรรมดาๆ สำหรับรายชื่อทหารที่เข้าร่วมรบในสงครามครั้งนี้ แต่หากเราได้พบเห็นตัวจริงของเขาแล้ว ทุกคนจะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นไปไม่ได้ ไม่น่าเชื่อ หรือย้อนถามต่อสิ่งที่พบเห็นว่า นี่เป็นเรื่องตลกหรือทำให้ดูเหมือนของจริงใช่หรือไม่ เพราะทหารคนนี้ คือเด็กผู้ชายที่มีอายุเพียงแค่แปดขวบเท่านั้น


สิบโทมอมซิโล กาฟวริค ทหารที่อายุน้อยที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่มาของภาพ

เด็กชายมอมซิโล กาฟวริค เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1906 ในหมู่บ้านใกล้กับเมืองลอสนิก้า
อยู่ทางตะวันตกของเซอร์เบีย เด็กชายกาฟวริค เป็นบุตรคนที่ 8 จาก พี่น้องทั้ง 11 คน ของครอบครัว ในตอนนั้น การลอบปลงพระชนม์ อาร์คดุก ฟรานซ์ เฟอดินานและพระชายา คือชนวนเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่ง ออสเตรีย-ฮังการี โทษว่าเป็นความผิดของรัฐบาลเซอร์เบียในการลอบปลงพระชนม์ครั้งนี้ พร้อมกับ
เรียกร้องค่าชดใช้ต่างๆ เป็นข้อเรียกร้อง 10 ประการ เจตนาคือทำให้รัฐบาลเซอร์เบียยอมรับไม่ได้ เป็นการจุดชนวนสงครามกับเซอร์เบีย แต่เมื่อเซอร์เบียยอมตกลงในข้อเรียกร้องเพียง 8 จาก 10 ข้อ ออสเตรีย-ฮังการีจึงประกาศสงครามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ.1914


ผู้หมู่กาฟวริคขณะปฏิบัติหน้าที่ ที่มาของภาพ

จักรวรรดิรัสเซีย ไม่ต้องการปล่อยให้ออสเตรีย-ฮังการี กำจัดอิทธิพลของตนในบอลข่าน เพื่อให้การสนับสนุนชาวเซิร์บที่อยู่ในความคุ้มครองเป็นเวลานานแล้ว จึงออกคำสั่งระดมพลในวันต่อมา จักรวรรดิเยอรมันซึ่งเป็นพันธมิตรมาช้านานกับออสเตรีย-ฮังการี มองว่า การระดมพลของจักรวรรดิรัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อเยอรมัน จึงเริ่มระดมพลและพร้อมร่วมรบกับพันธมิตรของตน ขณะที่ฝรั่งเศส ซึ่งไม่พอใจเยอรมันจากการยึดครองแคว้นอัลซาซ-ลอแรน ระหว่างสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย จึงสั่งระดมพลเช่นกัน เยอรมนีประกาศสงครามต่อจักรวรรดิรัสเซีย ขณะที่อังกฤษประกาศสงครามต่อเยอรมนี เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ.1914 เพราะเยอรมนีรุกรานเบลเยียมซึ่งประกาศตนเป็นกลางและมีอังกฤษให้การรับรอง มันจึงกลายเป็นการจุดชนวนเหตุของมหาสงครามล้างผลาญที่จะดำเนินต่อไปถึง 4 ปี


ผู้หมู่กาฟวริคกับเพื่อนทหารหาญเซอร์เบีย ที่มาของภาพ

เมื่อสงครามเกิดขึ้น มันพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากครอบครัวของเด็กชายมอมซิโล กาฟวริค พ่อของเขาเสียชีวิต ภายหลังจากที่กองทัพออสเตรีย-ฮังการีเคลื่อนพลบุกเข้ามาในหมู่บ้าน ไม่เพียงแค่นั้น แม่ ยาย และ
พี่สาวสามคนกับน้องชายของเขาอีกสี่คน ต้องสังเวยชีวิตให้กับความบ้าคลั่งของสงครามครั้งนี้ บ้านของเขาซึ่งเคยอยู่กันอย่างอบอุ่น กลับถูกไฟสงครามเผาผลาญจนสิ้น เด็กชายกาฟวริครอดชีวิตจากเพลิงสงครามครั้งนั้นได้ เพราะพ่อของเขาคาดการณ์แล้วว่า พวกออสเตรีย-ฮังการีคงจะบุกเข้ามาในไม่ช้า พ่อของ
กาฟวริคจึงส่งเด็กชายกาฟวริคไปอยู่กับลุงที่หมู่บ้านอีกแห่งก่อนหน้านั้น

บ้านแตกสาแหรกขาด เด็กชายกาฟวริคไม่มีทางเลือกและไม่มีที่ไป ตัวของเขาในเวลานี้ก็คือ เหยื่อของสงคราม สถานะของเขาคือ เด็กกำพร้า แต่ไม่นานหลังจากนั้น สงครามยังตามมาจองล้างจองผลาญเขาอีก กองทัพข้าศึกบุกเข้ามาเผาหมู่บ้านของลุงที่เขามาอยู่อาศัยด้วย ทุกคนในหมู่บ้านถูกสังหาร เขาเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตด้วยการวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมา เหมือนกับดวงชะตาของเด็กชายคนนี้ยังแข็งพอ
เด็กชายกาฟวริควิ่งมาพบกับทหารเซอร์เบียสังกัดกองพลปืนใหญ่ที่ 6 เข้าโดยบังเอิญ กองพลปืนใหญ่ที่ 6 นี้เอง เป็นที่พักพิงให้แก่เด็กชายคนนี้ ไม่ใช่เพียงในฐานะของเด็กกำพร้าที่มาขออาศัยอยู่ แต่เป็นฐานะของทหารคนหนึ่งในหน่วยนี้

ผู้บังคับบัญชาของหน่วย พันตรีสตีเฟน ทูคอฟนิค รับเด็กชายกาฟวริคเข้าเป็นทหาร แม้มันอาจจะดูเป็นเรื่องตลก หรือแลดูน่ารักที่เห็นเด็กตัวน้อยๆ สวมใส่เครื่องแบบทหาร คอยเดินตามผู้บังคับบัญชาอยู่ตลอด จนมีคนเข้าใจผิดคิดว่าคงเป็นพ่อลูกกัน แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เลย เขากลายมาเป็น “ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของกองพล” แม้เป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆ แต่การมาอยู่ร่วมกับทหารในสนามรบ ได้ทำให้เขาซึมซับความเป็นทหาร และปรับตัวเข้ากับสภาพความเป็นอยู่ได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะมีบางสิ่งบางอย่าง ที่เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับเด็กอายุเพียงเท่านี้ ที่ต้องมาข้องเกี่ยวกับความตายและการทำลายล้าง ซึ่งกาฟวริคมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในบางภารกิจ ตัวอย่างเช่น เขาถูกส่งออกไป เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของหน่วยทหารออสเตรีย-ฮังการี ทำให้ฝ่ายเซอร์เบียระดมยิงปืนใหญ่ถล่มที่ตั้งทหารข้าศึก พร้อมทั้งสังหารทหารออสเตรีย-ฮังการีได้เป็นจำนวนมาก


กาฟวริควัย 10 ปี บาดเจ็บจากการรบ ในปี ค.ศ.1918 ที่มาของภาพ

กาฟวริคยังเข้าร่วมในยุทธภูมิเซอ (The Battle of Cer) และได้รับการแต่งตั้งยศเป็นสิบโท เขากินอยู่หลับนอนร่วมกับทหารในแนวหน้า และยังเคยได้รับบาดเจ็บจากการรบอีกด้วย ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เลื่อนยศเป็นจ่าสิบโท แต่เมื่อจอมพลซิโวจิน มิสิค มาพบผู้หมู่กาฟวริค พอได้รับฟังเรื่องราวของเขา แม้จะทั้งชื่นชมและสงสารในชะตากรรมของทหารเด็กคนนี้ แต่ด้วยวัยเพียงเท่านี้ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะให้เด็กเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ที่สำคัญ หากข้าศึกรู้ว่าทหารเซอร์เบียนำเด็กอายุเพียงแค่แปดขวบมารบ จะถูกเย้ยหยันในหมู่ศัตรูและมิตรว่า เซอร์เบียไม่มีคนหนุ่มหรือผู้ใหญ่เหลืออยู่ในประเทศอีกแล้วหรืออย่างไร ถึงต้องเอาเด็กแปดขวบมาออกรบ

กองทัพจึงรับเขาไปดูแลเป็นอย่างดี พร้อมทั้งให้ที่พักพิงรวมทั้งการศึกษาที่เหมาะสมกับวัย แม้เขาจะถูกส่งไปอยู่ที่เทสซาโลนิกิ และถูกส่งเข้าเรียนในโรงเรียนเหมือนกับเด็กทั่วไป แต่ตัวของเขาก็ยังปรารถนาที่จะกลับไปรบในสงครามครั้งนี้ต่อ กระทั่งในปี ค.ศ. 1916 ด้วยวัย 10 ขวบ เขากลับเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้รักชาติแห่งเซอร์เบีย จนกระทั่งสงครามยุติในอีกสองปีต่อมา


พันตรีสตีเฟน ทูคอฟนิค กับผู้หมู่กาฟวริค ที่มาของภาพ

หลังสงครามเขากลับไปใช้ชีวิตพลเรือนต่อ เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง เขายังมีโอกาสได้รับทุนจากรัฐบาลอังกฤษ ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย ยังโชคดีที่เขายังเหลือพี่อีกสามคนซึ่งรอดตายจากสงคราม กาฟวริคใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเบลเกรด ซึ่งเขาได้งานดีๆ และเริ่มต้นสร้างชีวิตครอบครัวของตนเอง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น เขาถูกเรียกตัวเข้ากองทัพ ขณะนั้น
ดินแดนแถบนี้รวมตัวกันภายใต้ชื่อของ ยูโกสลาเวีย

มอมซิโล กาฟวริค ประคับประคองชีวิตตนเองให้อยู่รอดมาได้ตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาถูกทหารเยอรมันจับส่งเข้าค่ายเชลยถึง 2 ครั้ง ต้องหลบหนีการตามล่าของข้าศึก รวมทั้งยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของประเทศตนเองมาโดยตลอด โชคดีที่ในระหว่างสงครามนำพาให้เขามาพบกับคนที่จะกลายมาเป็นผู้นำยูโกสลาเวียหลังสงครามอย่าง โจเซฟ บรอซ ติโต้ ทำให้เขาได้ใช้ชีวิตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างสงบเรื่อยมา เขาได้รับการระบุว่า เป็นทหารที่อายุน้อยที่สุด ที่เข้าร่วมรบสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ. 1993 รัฐบาลเซอร์เบียยกย่องให้เขาเป็นวีรบุรุษของประเทศ มีการนำชื่อของเขาไปตั้งเป็นชื่อถนน และอาคารสำคัญต่างๆ รวมทั้งมีอนุสาวรีย์ของเขาในกรุงเบลเกรด นครหลวงของเซอร์เบีย มอมซิโล กาฟวริค เสียชีวิตอย่างสงบ ในปี ค.ศ. 1993 ด้วยวัย 87 ปี


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Mom%C4%8Dilo_
Gavri%C4%87

Website : http://www.novosti.rs/vesti/naslovna/drustvo/
aktuelno.290.html:451827-Momcilo-Gavric---najmladji-vojnik-Prvog-svetskog-rata

Website : https://kultivisise.rs/momcilo-gavric/
Website : https://www.warhistoryonline.com/world-war-i/youngest-soldier-wwi-serbian-boy-aged-8.html
Website : https://thesoulsofwarriors.wordpress.com/2013/
09/01/momcilo-gavric-the-youngest-soldier-of-the-first-world-war/