Oriental World

นาโอเอะ คาเนสึงุ ผู้จุดชนวนให้เกิดศึกที่เซกิงาฮาระ

นาโอเอะ คาเนสึงุ (Naoe Kanetsugu) ได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในยอดขุนพลและยอดกุนซือคนหนึ่งของยุคเซ็นโกคุ ด้วยผลงานสำคัญสองเรื่องคือ

การวางผลงานยุทธศาสตร์ให้ อุเอสึงิ คาเคคัตสึ หลานชายของเทพนักรบอุเอสึงิ เคนชิน ได้สืบทอดอำนาจและปกครองดินแดนเอจิโกะต่อมาได้อย่างปลอดภัย

แล้วอีกเรื่องก็คือ เขาเป็นผู้วางแผนอยู่เบื้องหลังจุดชนวนให้เกิดศึกใหญ่ขึ้นที่ทุ่งเซกิงาฮาระ เป็นสงครามในประเทศญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ส่งผลต่อการปิดฉากยุคสงครามระหว่างแคว้นในศตวรรษที่ 15-16

ที่สำคัญคือ แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ตระกูลอุเอสึงิจะอยู่ฝั่งที่แพ้ก็ตาม แต่พวกเขาที่เป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญกลับยังอยู่รอดปลอดภัยต่อมาได้จนถึงยุคเอโดะ


ที่มาของภาพ

อันที่จริงแล้ว ชื่อเสียง และตำนานเกี่ยวกับนาโอเอะ คาเนสึงุ จะเกี่ยวกับการวางแผนด้านยุทธศาสตร์อยู่เบื้องหลังมากกว่าการบัญชาทหารออกศึกในสมรภูมิ ผลงานในสนามรบของเขาก็ไม่ได้เด่นชัดเท่าไรนัก
แม้เขาจะมีชื่อเป็นขุนพลชั้นแนวหน้าของยุคเซ็นโกคุก็ตาม

สำหรับประวัติพื้นเพนั้น นาโอเอะ คาเนสึงุ ในวัยเยาว์มีฉายาคือ โยโรคุ เกิดใน ค.ศ.1559 ที่ปราสาท
ซากาโต้ เมืองเอจิโกะ เป็นบุตรชายคนโตของฮิกุจิ คาเนโตโยะ ข้ารับใช้ของ นากาโอะ มาซาคาเงะ ผู้ครองปราสาทซากาโตะ ส่วนตระกูลนาโอเอะนั้นเป็นข้ารับใช้ของตระกูลนากาโอะที่เป็นเครือญาติใกล้ชิดกับฝ่าย
อุเอสึงิอีกทีหนึ่ง

คาเนสึงุในวัยเยาว์ได้ร่ำเรียนหลักการทหารและการปกครอง มีความรอบรู้สามารถมาก เมื่อเริ่มเติบโตขึ้นจึงได้เข้าทำงานรับใช้ผู้นำตระกูลอุเอสึงิ ซึ่งก็คือ อุเอสึงิ เคนชิน (Uesugi Kenshin) ชายผู้ได้รับฉายาว่า มังกรแห่งเอจิโกะ และได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือในการทำศึกประดุจเป็นร่างอวตารของเทพบิชามอนเท็น

แรกเริ่ม คาเนสึงุได้เข้าทำงานในตำแหน่งโคโช (Kosho) หมายถึง พวกเด็กหนุ่มที่จะได้เป็นคนสนิทใกล้ชิดให้เหล่าซามูไรหรือไดเมียวผู้ครองปราสาท เนื่องจากคาเนสึงุมีรูปโฉมสง่างาม สติปัญญาไหวพริบดีเยี่ยม จึงได้เป็นโคโชที่อยู่ใกล้ชิดกับเคนชินมากที่สุดคนหนึ่ง

มีเกร็ดเล่าว่า คาเนสึงุประเมินว่าศัตรูสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลให้มากที่สุดก็คือ โอดะ โนบุนางะ ซึ่งเวลานั้นกำลังครองอิทธิพลอยู่ในเมืองหลวงเกียวโตและมีอำนาจมากที่สุดในภาคกลาง คาเนสึงุในวัยหนุ่มจึงลอบเดินทางไปถึงเมืองเกียวโต เพื่อเรียนรู้เรื่องต่างๆ ด้วยตนเอง และเพื่อศึกษาให้พบว่า เหตุใดตระกูลโอดะซึ่งไม่ได้เป็นตระกูลใหญ่โตมาก่อน กลับผงาดขึ้นมาจนแทบจะครองแผ่นดินทั้งหมดได้ในเวลาเพียงไม่กี่สิบปี


ภาพนักแสดง นาโอเอะ คาเนสึงุ จาก J-Drama ซีรีย์เรื่อง Tenchijin ที่มาของภาพ

ค.ศ.1578 เกิดเหตุการณ์สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนของแคว้นเอจิโกะ เมื่อเคนชินล้มป่วยและเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ก่อนหน้าที่จะจัดเตรียมกองทัพรุกเข้าภาคกลางและเปิดศึกกับโนบุนางะ เมื่อตระกูลอุเอสึงิต้องเสียผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา พวกเขาจึงต้องปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ และยอมสงบศึกกับฝ่ายโอดะ ระหว่างนั้นยังเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ในตระกูล เป็นผลมาจากการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำ เพราะเคนชินนั้นไร้ทายาท มีเพียงบุตรบุญธรรมสองคนซึ่งเป็นบุตรของพี่สาวที่เคนชินรับเลี้ยงไว้คือ อุเอสึงิ คาเคคัตสึ (Uesugi Kakekatsu) และ อุเอสึงิ คาเงโทระ (Uesugi Kagetora) ทั้งสองได้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำกัน โดยคาเนสึงุนั้นอยู่ฝั่งคาเคคัตสึ หลังจากเอาชนะศึกชิงอำนาจได้ คาเคคัตสึก็ขึ้นเป็นผู้นำตระกูล โดยมีคาเนสึงุเป็นหัวหน้าขุนนางด้วยอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น จากผลงานที่ช่วยวางแผนทางทหารและทำให้เอจิโกะอยู่ในความสงบเรียบร้อยในเวลาสั้นๆ คาเนสึงุยังได้รับการยกย่องว่ามีความรู้ความสามารถเกินวัย เขายังได้เป็นหนึ่งในสี่จ้าวสวรรค์แห่งตระกูลอุเอสึงิ ประกอบด้วย นาโอเอะ คาเนสึงุ, อามาคาสึ คาเงโมจิ, คาคิซาคิ
คาเงเอะ และ ขุนพลเฒ่าอุซามิ ซาดามิตสึ ในสี่คนนี้ คาเนสึงุมีอายุน้อยที่สุด แต่ก็มีผลงานโดดเด่นที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดด้วย

ใน ค.ศ.1582 โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ปกครองเมืองหลวงแทนที่โนบุนางะ ซึ่งถูกลอบสังหาร
ฮิเดโยชิต้องการให้คาเคคัตสึยอมสวามิภักดิ์ มีบันทึกที่แสดงว่า ฮิเดโยชิจะเดินทางมาเข้าเยี่ยมคาเคคัตสึด้วยตนเอง บรรดาที่ปรึกษาส่วนใหญ่ต่างก็คิดว่า นี่เป็นโอกาสดีที่จะสังหารฮิเดโยชิแล้ว แต่มีเพียงคาเนสึงุเท่านั้นที่คัดค้าน

คาเนสึงุเสนอว่า อุเอสึงิควรต้อนรับฮิเดโยชิอย่างสมเกียรติเพื่อรักษาเกียรติยศของพวกเขาไว้ เขาให้เหตุผลว่า เพราะเวลานั้นฮิเดโยชิมีกำลังกล้าแข็งมาก ไม่มีใครในแผ่นดินที่จะต่อกรได้อีก ต่อให้พวกเขาสังหาร
ฮิเดโยชิสำเร็จจริงๆ ขึ้นมา บรรดาขุนศึกในส่วนกลางก็จะกลับมาชิงอำนาจกันเองอีก แล้วชื่อเสียงของ
อุเอสึงิก็จะมัวหมอง

แล้วการตัดสินใจครั้งนั้นก็ถูกต้อง หลังจากฮิเดโยชิเข้าเยี่ยมคาเงคัตสึแล้ว เขาก็ยอมรับอำนาจของฮิเดโยชิในฐานะผู้นำรัฐบาล โดยแลกเปลี่ยนกับการที่อุเอสึงิได้อำนาจปกครองเอจิโกะต่อไป หลังจากนั้นฮิเดโยชิก็เดินทางกลับเมืองหลวงโดยสวัสดิภาพ ภายหลังเรื่องนี้ ทำให้ฮิเดโยชิประทับใจมาก จึงคิดจะชวนคาเนสึงุให้มาอยู่ด้วย แต่คาเนสึงุมีความภักดีต่อตระกูลอุเอสึงิและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคาเงคัตสึมากยิ่งกว่าการเป็นเจ้านายและบริวารทั่วไป เขาจึงได้ปฏิเสธลาภยศที่ฮิเดโยชิจะประทานให้

คาเนสึงุยังได้ชื่อว่าเป็นซามูไรที่มีจิตใจยึดมั่นในหลักคุณธรรมและความรัก เขาไม่ชอบให้ผู้ใต้บัญชาต้องล้มตายในสนามรบมากเกินไป แต่นี่ก็ไม่ได้เป็นจุดอ่อนของเขาในฐานะนักการทหารเลย เพราะมันทำให้เขาเป็นนักกวางยุทธศาสตร์ที่พร้อมใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง ยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ ทั้งหมดนี้ช่วยทำให้ตระกูลอุเอสึงิยังรักษาอำนาจปกครองเอจิโกะต่อมาได้อีกหลายสิบปี แม้ระหว่างนั้นจะต้องเผชิญการผลัดเปลี่ยนขั้วอำนาจของรัฐบาลกลางถึงสามครั้ง และพวกเขาก็ไม่เคยอยู่ฝั่งที่ชนะสักครั้งเลย

กระทั่งต่อมา ฮิเดโยชิล้มป่วยแล้วเสียชีวิตลง ทายาทเพียงคนเดียวในเวลานั้นคือ โทโยโทมิ ฮิเดโยริ
ยังมีอายุเพียง 5 ปี ก่อนสิ้นลม ฮิเดโยชิได้แต่งตั้งคณะองคมนตรีทั้งห้าคน หรือ โงะไทโร เพื่อช่วยดูแลการว่าราชการบ้านเมือง ประกอบด้วย มาเอดะ โทชิอิเอะ, โทกุงาวะ อิเอยาสึ, อุเอสึงิ คาเงคัตสึ, อุคิตะ ฮิเดอิเอะ และ โมริ เทรุโมโตะ

ในทั้งห้าคน คาเงคัตสึมีศักดินาและชื่อเสียงบารมีเป็นลำดับที่สาม (ต่อจาก มาเอดะ
โทชิอิเอะ และ โทกุงาวะ อิเอยาสึ) แต่ไม่ถึงปี โทชิอิเอะก็ป่วยหนักและเสียชีวิต อิเอยาสึจึงกลายเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน อิเอยาสึนั้นมีแนวคิดและนโยบายเรื่องการทำสงครามเกาหลีที่แตกต่างจากสมัยของฮิเดโยชิ รวมถึงกลุ่มไดเมียวต่างๆ ก็พากันสนับสนุนเขา เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายที่สนับสนุน โทโยโทมิ ฮิเดโยริ ไม่พอใจ กลุ่มนี้นำโดยขุนนางหนุ่ม อิชิดะ มิตสึนาริ เป็นอดีตข้ารับใช้ใกล้ชิดที่เคารพรักฮิเดโยชิมาก เขาได้ไปรวบรวมและเจรจากลุ่มซามูไรหนุ่มในคณะปกครองให้เข้าร่วมด้วย นั่นจึงทำให้กลุ่ม
ไดเมียวในประเทศแตกแยกเป็นสองฝั่ง โดยฝั่งตะวันออกเกือบทั้งหมดเข้าร่วมกับอิเอยาสึ ส่วนฝั่งตะวันตกเกือบทั้งหมดเข้าร่วมกับมิตสึนาริ การแตกเป็นสองฝั่งนี้ คือที่มาของทัพบูรพาและทัพประจิม

ด้านคาเนสึงุนั้น เขาเป็นสหายสนิทและเป็นญาติห่างๆ ของมิตสึนาริ อีกทั้งนี่เป็นโอกาสงามที่จะสร้างแนวร่วมเพื่อโค่นอิเอยาสึแล้ว เขาจึงเสนอแผนให้คาเงคัตสึเข้าร่วมกับทัพประจิม แล้วได้เป็นแกนนำอันดับต้นๆ ด้วย

ในภายหลังมีการวิเคราะห์กันว่า แท้จริงแล้วคาเนสึงุคือต้นคิดในการวางแผนให้สร้าง “แนวร่วมพันธมิตร” เพื่อปิดล้อมฝ่ายอิเอยาสึ


ที่มาของภาพ

โดยแผนการก็คือ ใช้ตระกูลอุเอสึงิที่อยู่ในเอจิโกะทางตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นเหยื่อล่อ และเขาก็เป็นคนแรกที่เริ่มจุดชนวนการทำศึกที่เซกิงาฮาระด้วย คาเนสึงุได้เขียนสารส่งถึงอิเอยาสึ กล่าวตำหนิถึงการกระทำของอีกฝ่ายที่หมายจะเข้ายึดอำนาจในปราสาทโอซาก้าอย่างรุนแรง อิเอยาสึอ่านสารนั้นแล้วก็โกรธจัดจนตัวสั่น ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของคาเนสึงุที่ต้องการยั่วยุอิเอยาสึให้ต้องแบ่งกำลังในการเคลื่อนทัพมาทางตะวันออก ขณะที่ทัพฝั่งตะวันตกของมิตสึนาริก็จะเคลื่อนทัพปิดล้อมด้านแนวหลังของอิเอยาสึไว้ ทำให้อิเอยาสึต้องเคลื่อนทัพใหญ่ไปปะทะกับทัพใหญ่ของมิตสึนาริที่ระดมกำลังมาจากขุนศึกฝั่งตะวันตก

ในขณะที่ทัพของอิเอยาสึก็ได้แนวร่วมจากขุนศึกฝั่งตะวันออกเข้าร่วม แต่ด้วยแผนการลับของคาเนสึงุ จะทำให้ทัพตะวันออกส่วนหนึ่งต้องโดนทัพอุเอสึงิและอีกบางส่วนช่วยตรึงกำลังเอาไว้ คาเนสึงุยังวางแผนบุกโจมตีทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮอนซู จากนั้นก็ร่วมกันขนาบกับทัพของมิตสึนาริที่จะโจมตีลงใต้มา ซึ่งมิตสึนาริได้เข้ายึดชัยภูมิในทุ่งที่เซกิงาฮาระ แล้วได้เผชิญหน้ากับทัพใหญ่ของอิเอยาสึในช่วงฤดูหนาวที่หมอกลงจัด

ที่จริงแล้วสถานการณ์และแผนการศึกทุกอย่างที่ฝั่งพันธมิตรของทัพตะวันตกเตรียมการนั้น ได้ทำมาอย่างดี และน่าจะเป็นฝ่ายชนะ แต่สุดท้ายแล้ว มิตสึนาริกลับเป็นพ่ายแพ้ให้อิเอยาสึในศึกทุ่งเซกิงาฮาระ ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างพลิกผันไปหมด เมื่อคาเนสึงุทราบข่าวร้ายนี้ เขารีบแก้ไขสถานการณ์ สั่งถอนทัพทั้งหมดกลับเอจิโกะทันที

หลังจากนั้น อิเอยาสึก็ขึ้นเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในญี่ปุ่น ตระกูลอุเอสึงิซึ่งเป็นหนึ่งในศัตรูสำคัญที่เหลืออยู่ จึงจำเป็นต้องหาทางเอาตัวรอดและจุดยืนใหม่ ใน ค.ศ.1601 คาเนสึงุจึงได้เจรจาเพื่อยอมจำนน คาเงคัตสึยอมรับศักดินา 300,000 โคคุ ส่วนคาเนสึงุยอมรับศักดินา 60,000 โคคุ แล้วทั้งหมดก็ย้ายไปอยู่ที่
โยเนซาวะ ในเขตโทโฮคุ

คาเนสึงุเคยคิดจะวางแผนให้คาเงคัตสึเข้าร่วมศึกที่ปราสาทโอซาก้าอีก ใน ค.ศ.1614 - 1615 แต่ก็เปลี่ยนใจ สุดท้ายแล้วเขาก็เสียชีวิตลงใน ค.ศ.1620 ด้วยอายุ 60 ปี ภรรยาของเขาคือ โอเซ็น ได้ปลงผมบวชเป็นชี มีฉายาว่า ท่านหญิงเทชินนิ จากนั้นก็คอยทำหน้าที่แทนสามีด้วยการสนับสนุน อุเอสึงิ ซาดาคัตสึ ทายาทของคาเคคัตสึ ขณะนั้นยังเยาว์อยู่ ในการเป็นผู้นำของตระกูลอุเอสึงิสืบต่อมา

แม้สุดท้ายแล้ว ตระกูลอุเอสึงิจะไม่เหลืออำนาจและกำลังทหารมากพอที่จะเข้ามาช่วงชิงแผ่นดินได้อีกก็ตาม แต่ด้วยแผนการต่างๆ ของคาเนสึงุทั้งแข็งกร้าวและประนีประนอม ก็ได้ช่วยรักษาตระกูลเอาไว้ให้อยู่รอดต่อมาได้จนถึงยุคเมจิได้ในท้ายที่สุด


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
หนังสือ
ยศไกร ส.ตันสกุล (2560). โทกุงาวะ อิเอยาสึ ผู้รวมญี่ปุ่นด้วยกลยุทธ์ยืมพลัง. กรุงเทพฯ: นานา

Book
Okanoya, Shigezane. (2007). Shogun and Samurai - Tales of Nobunaga, Hideyoshi, and Ieyasu.

Website
https://en.wikipedia.org/wiki/Battle_of_Sekigahara
https://en.wikipedia.org/wiki/Naoe_Kanetsugu