World Clvilization

8 มเหสีเอกของฟาโรห์รามเสสที่ 2

เป็นที่ทราบกันดีว่านอกจากรามเสสที่ 2 (Ramses II) จะเป็นฟาโรห์ยอดนักรบแล้ว พระองค์ยังเป็นฟาโรห์ “ยอดนักรัก” อีกด้วย หนึ่งในหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นยอดนักรักของฟาโรห์องค์นี้ก็คือ จำนวนโอรสและธิดาที่รวมกันแล้วมากกว่าหนึ่งร้อยองค์ จนต้องสร้างสุสานขนาดใหญ่ที่สุดในหุบผากษัตริย์ รหัส KV5 เอาไว้รองรับโอรสธิดาจำนวนมหาศาลเหล่านี้ ครั้งนี้เรามาดูอีกหนึ่งหลักฐานที่ช่วยยืนยันว่า รามเสสที่ 2 เป็นฟาโรห์ยอดนักรักจริงๆ กันบ้างดีกว่า หลักฐานที่ว่านั้นก็คือ “มเหสีเอก” ทั้ง 8 นางนั่นเอง

สำหรับชาวอียิปต์โบราณแล้ว เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะแต่งงานกันเองในหมู่พี่น้อง และบางครั้งก็มีการแต่งงานกับ “ธิดา” ของตัวเองด้วย ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่แต่งงานกับธิดาของตนเอง และด้วยว่าพระองค์ครองราชย์นานถึงราว 67 ปี กว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปเข้าเฝ้าราชันแห่งโลกหลังความตายอย่างเทพเจ้าโอซิริส (Osiris) นั้น ทั้งโอรส ธิดา และ “มเหสี” บางพระองค์ของมหาราชฟาโรห์ก็ชิงสิ้นลมไปก่อนแล้ว ดังนั้น รามเสสที่ 2 จึงมีมเหสีจำนวนมาก แต่ที่น่าสนใจก็คือ มเหสีทั้ง 8 องค์นี้ ล้วนแล้วแต่เป็น “มเหสีเอก” หรือในภาษาอียิปต์โบราณเรียกว่า Hmt nsw wrt หรือ “King’s Great Wife” พวกนางไม่ได้อยู่ในตำแหน่งพร้อมกันในคราวเดียว ทว่า ค่อยๆ ขึ้นสู่อำนาจทีละคน และเมื่อมเหสีเอกองค์ปัจจุบันสิ้นพระชนม์ก็จะมีการแต่งตั้งมเหสีเอกองค์ใหม่ เพราะในแต่ละช่วงเวลาของอียิปต์ ฟาโรห์จะมี
Hmt nsw wrt ได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เรามาทำความรู้จักมเหสีเอกทั้ง 8 พระองค์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 กันเลยดีกว่า


เนเฟอร์ตารีคือ มเหสีเอกที่ฟาโรห์รามเสสที่ 2 รักมากที่สุด ที่มาของภาพ

1. เนเฟอร์ตารี (Nefertary) เชื่อว่า ราชินีองค์นี้น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่สาวกคนรักอียิปต์โบราณ เราทราบว่า เนเฟอร์ตารีคือมเหสีเอกองค์แรก แถมยังเป็นมเหสีที่ฟาโรห์รามเสสที่ 2 รักมากที่สุดอีกด้วย พระองค์สร้างวิหารขนาดเล็กแด่ราชินีองค์นี้ เอาไว้เคียงข้างวิหารของพระองค์เองที่เมืองอบู ซิมเบล
(Abu Simbel) ทางตอนใต้ของประเทศอียิปต์ นอกจากนั้นแล้ว รูปสลักด้านหน้าวิหารนี้ยังแสดงให้เห็นว่า ราชินีเนเฟอร์ตารีนั้นปรากฏพระองค์ด้วยส่วนสูงทัดเทียมองค์ฟาโรห์ นั่นหมายความว่า พระองค์มีความสำคัญเท่ากับฟาโรห์รามเสสที่ 2 เลยทีเดียว นักอียิปต์วิทยาทราบว่า สุสานของเนเฟอร์ตารีอยู่ในหุบผาราชินี รหัสสุสาน QV66 เป็นหนึ่งในสุสานที่สวยที่สุดในหุบผาราชินีอีกด้วย


วิหารของพระนางเนเฟอร์ตารี ที่เมืองอบู ซิมเบล แสดงความสูงของพระนางเท่ากับองค์ฟาโรห์ ที่มาของภาพ

2. ไอเซตโนเฟรตที่ 1 (Isetnofret I) ราชินีองค์นี้อาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าใดนัก แต่ว่าไอเซตโนเฟรตที่ 1 กลับมีบทบาทที่สำคัญยิ่ง นางคือมารดาของว่าที่ฟาโรห์องค์ต่อไป นั่นก็คือฟาโรห์ที่มีพระนามว่า
เมเรนพทาห์ (Merenptah) นอกจากนั้นแล้ว นางยังเป็นมารดาของอีกหนึ่งเจ้าชายคนสำคัญของไอยคุปต์อย่าง คาเอมวาเซต (Khaemwaset) ที่นักวิชาการยกย่องว่า เจ้าชายองค์นี้คือ “นักอียิปต์วิทยาคนแรกของโลก” ด้วยว่าพระองค์ได้ศึกษาและบูรณะโบราณสถานในอียิปต์หลายแห่งเลยทีเดียว เป็นไปได้ว่า ไอเซตโนเฟรตที่ 1 ได้ขึ้นเป็นมเหสีเอกหลังจากที่เนเฟอร์ตารีสิ้นพระชนม์ไปในช่วงประมาณปีที่ 24 ถึง 25 ของการครองราชย์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 และหลังจากนั้นราว 10 ปีนางก็หายออกไปจากประวัติศาสตร์ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครค้นพบสุสานของราชินีองค์นี้เลย


ราชินีไอเซตโนเฟรตที่ 1 ประทับยืนด้านหลังฟาโรห์รามเสสที่ 2 (แถวบน) ที่มาของภาพ

3. บินท์-อนัธ (Bint-Anath) มเหสีเอกองค์นี้คือ ธิดาของราชินีไอเซตโนเฟรตที่ 1 นางได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้หลังจากมารดาของนางสิ้นพระชนม์ไป พระนามของนางค่อนข้างแปลกออกไปจากขนบเดิมอยู่สักหน่อย เพราะมีการนำพระนามของเทพีจากต่างถิ่นนามว่า อนัธ (Anath) เข้ามาไว้ในชื่อด้วย โดยชื่อของนางมีความหมายว่า “ธิดาแห่งอนัธ” นักอียิปต์วิทยาเสนอว่า บางทีรูปสลักฟาโรห์รามเสสที่ 2 พร้อมราชินีองค์เล็กที่ปรากฏในวิหารคาร์นัค (Karnak) อาจจะแสดงภาพของราชินีบินท์-อนัธก็เป็นได้ หลังจากที่นางสิ้นพระชนม์ นางถูกฝังเอาไว้ในสุสาน รหัส QV71 ในหุบผาราชินี


ราชินีองค์เล็กที่ประทับยืนที่เท้ารูปสลักของรามเสสที่ 2 ในวิหารคาร์นัค อาจจะเป็นพระนางบินท์-อนัธ ที่มาของภาพ

4. เมริต-อมุน (Meritamun) มเหสีเอกองค์นี้เป็นธิดาองค์ที่ 4 ในบรรดาธิดาทั้งหมดของรามเสสที่ 2 มารดาของเมริต-อมุน คือ ราชินีเนเฟอร์ตารี เมริต-อมุนจึงเป็นธิดาอีกหนึ่งองค์ที่แต่งงานกับบิดาของตนเอง หลักฐานเกี่ยวกับเมริตอมุนที่ชัดเจนที่สุดคือ รูปสลักที่ค้นพบตั้งแต่ปี ค.ศ. 1896 ใกล้วิหารประกอบพิธีศพชื่อ ราเมสเซียม (Ramesseum) ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ในเมืองธีบส์ เป็นรูปสลักที่งดงามของราชินีนิรนาม นางสวมวิกพร้อมด้วยเครื่องประดับศีรษะที่มีงูยูเรอัส (Uraeus) ปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก นักอียิปต์วิทยาไม่ทราบว่านางเป็นใครจึงเรียกเพียงแค่ “ราชินีขาว” (White Queen) แต่หลังจากนั้นในช่วงปี ค.ศ. 1981 ได้มีการค้นพบรูปสลักในลักษณะเดียวกันจากวิหารของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ในเมืองอัคมิม (Akhmim) สลักพระนามของราชินีเมริต-อมุนเอาไว้ ทำให้นักอียิปต์วิทยาสรุปได้ว่า รูปสลัก “ราชินีขาว” จากวิหารราเมสเซียมก็น่าจะเป็นราชินีเมริต-อมุนองค์นี้ด้วยเช่นกัน ส่วนสุสานของราชินีเมริต-อมุนนั้นอยู่ในหุบผาราชินี รหัส QV68

5. เนเบตทาวี (Nebettawy) เป็นธิดาองค์ที่ 5 ของรามเสสที่ 2 เกิดจากราชินีเนเฟอร์ตารี นักอียิปต์วิทยาไม่ทราบอะไรมากนักเกี่ยวกับนาง นอกจากสุสานที่ตั้งอยู่ในหุบผาราชินี รหัส QV60


รูปสลักนิรนาม “ราชินีขาว” ภายหลังทราบจากจารึกของรูปสลักอีกชิ้นหนึ่งว่านางคือ ราชินีเมริต-อมุน ที่มาชองภาพ

6. เฮนุตมีเร (Henutmire) เป็นราชินีปริศนาที่นักอียิปต์วิทยาไม่ทราบรายละเอียดมากนัก เราทราบเพียงแค่ว่า เฮนุตมีเรเป็นหนึ่งในมเหสีของรามเสสที่ 2 และบางทีอาจจะเป็นน้องสาวของพระองค์ด้วย นางน่าจะมีสุสานอยู่ในหุบผาราชินี รหัส QV75

7. มาอัตฮอร์เนเฟอรูเร (Maathorneferure) เป็นราชินีจากอาณาจักรฮิตไทต์ (Hittite) เราทราบดีว่า
รามเสสที่ 2 ทำสนธิสัญญาสงบศึกฉบับแรกของโลกกับฮิตไทต์ พร้อมกับการยุติสงครามที่คาเดช
(Battle of Qadesh) นางเป็นธิดาองค์โตของกษัตริย์ฮัตตูซิลลิส (Hattusilis) ที่ถูกส่งมาเพื่อเป็นเครื่องบรรณาการ เพื่อผูกสัมพันธไมตรี ภาพสลักจากมหาวิหารอบู ซิมเบล ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 แสดงภาพของ
มาอัตฮอร์เนเฟอรูเรในเครื่องแต่งกายแบบอียิปต์โบราณ ด้านหลังของนางคือ ภาพของกษัตริย์ฮัตตูซิลลิสผู้เป็นบิดา แต่หลังจากนั้นไม่นานเหมือนนางจะหายออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ทำให้นักอียิปต์วิทยาเสนอว่า บางทีนางอาจจะสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังเยาว์ก็เป็นได้


มาอัตฮอร์เนเฟอรูเร คือราชินีจากอาณาจักรฮิตไทต์ที่ส่งมาเจริญสัมพันธไมตรีกับอียิปต์หลังสงบศึกสงคราม ที่มาของภาพ

8. ราชินีนิรนามจากฮิตไทต์ นอกจากมาอัตฮอร์เนเฟอรูเร นักอียิปต์วิทยาทราบว่า รามเสสที่ 2 แต่งงานกับราชินีจากฮิตไทต์อีกหนึ่งองค์ หรืออาจจะอีกสององค์เลยก็เป็นได้ แต่น่าเสียดายที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ได้ระบุพระนามเอาไว้ จึงทำให้ไม่มีใครทราบว่า ราชินีนิรนามเหล่านั้นคือใครบ้าง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
หนังสือ: Chronicle of the Queens of Egypt โดย Joyce Tyldesley
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/
ramesses2squeens.htm

Website: http://www.ancient-egypt-online.com/nefertari.html
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/
ramesses2familygirls.htm

Website: https://www.ancient.eu/Ramesses_II
Website: http://mathstat.slu.edu/~bart/egyptianhtml/
kings%20and%20Queens/Maathorneferure.html