Armies Weapons and Warfare

มิตรภาพในค่ายเชลยศึก เมื่อความเป็นมนุษย์ไม่ได้สูญสิ้นไปจากไฟสงคราม

เมื่อกองทัพญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกาที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ สงครามโลกครั้งที่ 2 ในภาคพื้นแปซิฟิกและตะวันออกไกลจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นเตรียมพร้อมที่จะทำสงครามครั้งนี้มานาน พวกเขากรีฑาทัพบุกดินแดนอาณานิคมของมหาอำนาจยุโรป ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะและฐานทัพน้อยใหญ่ ถูกยึดได้ในเวลาไม่นาน ดูเหมือนกองทัพแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิ และการสร้างวงษ์ไพบูลย์อันยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย ใกล้จะเป็นสิ่งที่กำลังกลายเป็นความจริงในไม่ช้า


ทหารอเมริกันยอมจำนนต่อทหารญี่ปุ่นในฟิลิปปินส์  ที่มาของภาพ

กองทัพญี่ปุ่นยกพลบุกเกาะฟิลิปปินส์ ดินแดนโพ้นทะเลในความดูแลของอเมริกา การโจมตีทั้งทางอากาศและทางบก ทำให้กองกำลังอเมริกันและฟิลิปปินส์ เผชิญกับความสูญเสียอย่างหนัก กองทัพญี่ปุ่นผลักดันและทำลายแนวรับของอเมริกันและฟิลิปปินส์ ให้ถอยไปเรื่อยๆ กรุงมะนิลาถูกกองทัพญี่ปุ่นยึดได้ ในวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1942 กองกำลังอเมริกันและฟิลิปปินส์ ถอยไปรวมกัน ณ ที่มั่นแห่งสุดท้ายที่บาทาน ความช่วยเหลือจากแผ่นดินใหญ่ กองกำลังสหรัฐหรือชาติพันธมิตรอื่นๆ เป็นสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ในขณะนั้น กระสุนและเสบียงรวมทั้งทหารที่บาดเจ็บล้มตายลงทุกวัน ทำให้นายพลเอ็ดเวิร์ด คิง ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ในฟิลิปปินส์ยอมจำนนต่อกองทัพญี่ปุ่น

ทหารอเมริกันและฟิลิปปินส์รวมกันแล้วจำนวนกว่า 80,000 นาย กลายเป็นเชลยสงครามของกองทัพญี่ปุ่น แต่ฝันร้ายของทหารพ่ายศึกเหล่านี้ยังไม่จบเพียงเท่านั้น พวกเขาถูกบังคับให้เดินเท้าจากบาทานสู่ค่ายเชลยศึก โดยระหว่างทาง พวกเขาแทบไม่ได้ดื่มน้ำ หรือทานอาหารแต่อย่างใด ทหารที่บาดเจ็บจะถูกทิ้งให้ตาย หรือใครที่หยุดก็จะถูกทหารญี่ปุ่นทุบตี หากมีความพยายามหลบหนี พวกเขาจะถูกยิงทันที มันคือการเดินเท้าไปสู่ความตายอย่างแท้จริง เชลยศึกเหล่านี้กำลังเดินบนเส้นทางนรก เพื่อไปสู่ค่ายเชลยนรกที่กำลังรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า


ภาพถ่ายของคาร์ล รุส ตอนยังอยู่ในค่ายเชลย ที่มาของภาพ

คาร์ล รุส ทหารจากกองบินทหารบกอเมริกัน คือหนึ่งในเชลยศึกที่กำลังย่างเท้าบนเส้นทางนรกแห่งนี้ ขณะนั้นเขามีอายุ 27 ปี และเพิ่งจะมาฟิลิปปินส์ได้เพียงแค่ 1 เดือน ก่อนที่พวกญี่ปุ่นจะบุกเข้ามา เขาต้องอดทนและพยายามมีชีวิตอยู่ในสภาพการณ์อันโหดร้ายเช่นนี้ เสรีภาพและความเป็นมนุษย์ของเขา กลายเป็นอดีตไปแล้ว ความหดหู่และสะเทือนใจมีอยู่ทุกโมงยามที่เขายังมีลมหายใจ เขาต้องทนเห็นความโหดร้ายที่มนุษย์กระทำกับมนุษย์ด้วยกัน เห็นเพื่อนๆ ต้องถูกสังหารหรือปล่อยให้ตายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เขามิอาจยื่นมือเข้าไปช่วยใดๆ ได้เลย

แม้เขาจะรอดพ้นมาจากการเดินบนเส้นทางนรกแห่งบาทานมาได้ แต่ค่ายเชลยและสภาพความเป็นอยู่ ก็เป็นเหมือนสถานที่ที่เขาและเพื่อนๆ เข้ามาอยู่ เพื่อรอวันตายเท่านั้น เชลยศึกทุกคนถูกใช้ให้ทำงานหนักและอันตราย พวกเขาไม่มีเวชภัณฑ์หรือยารักษาโรคใดๆ รักษายามเจ็บป่วย แม้กาชาดสากลจะนำสิ่งของเหล่านี้มามอบให้ แต่มันก็ถูกทหารญี่ปุ่นยึดไปจนหมดสิ้น รุส ถูกคุมขังในค่ายเชลยศึกที่ชื่อ โยคาอิชิ และถูกบังคับให้ทำงานอยู่ในโรงงานหลอมโลหะ


สภาพของเชลยศึกที่อยู่ในการควบคุมของทหารญี่ปุ่น ที่มาของภาพ

อาหารขาดแคลนมากจนทำให้เขาและเพื่อนเชลยศึก ต้องแบ่งข้าวบาเล่ย์ใส่ถ้วยด้วยการนับเม็ดข้าวแบ่งกัน ร่างกายของเขาผ่ายผอม น้ำหนักของเขาลดลงเหลือ 90 ปอนด์ (40 กิโลกรัม) เขาแทบจะไม่มีแรงในการทำงาน การขาดแคลนอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆ คือสิ่งที่ค่อยๆ สังหารเชลยศึกในค่ายไปทีละคน เชลยศึกทุกคนมิอาจรับรู้ความเป็นไปใดๆ ของโลก พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า กองทัพสหรัฐฯ จะกลับมาช่วยพวกเขาได้อีกหรือไม่ แล้วหากปาฏิหาริย์มีจริง กองทัพของพวกเขาหวนกลับมา เมื่อวันนั้นมาถึง พวกเขาจะยังคงอยู่รอต้อนรับสหายศึก หรือ นอนรออยู่ในหลุมให้ดินฝังกลบหน้า


ฟูมิโอะ นิชิวากิ ที่มาของภาพ

แต่แล้ววันหนึ่ง ในอีกหนึ่งวันของความสิ้นหวังที่รุสกำลังเผชิญ เทวดาที่มาในร่างของเด็กตัวน้อยๆ หยิบยื่นมิตรภาพและความหวังให้แก่เขา เด็กหนุ่มญี่ปุ่นตัวเล็กๆ คนหนึ่ง กลับทำในสิ่งที่เขาเองแทบไม่อยากจะเชื่อ ด้วยการนำอาหารมาให้แก่เขา เด็กหนุ่มคนนี้ คือ ฟูมิโอะ นิชิวากิ เขาคือแรงงานที่ถูกส่งมาทำงานในโรงงานหลอมโลหะแห่งนี้ นิชิวากิและรุส มีโอกาสทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน มิตรภาพและความเป็นมนุษย์ แบ่งบานขึ้นอีกครั้งในไฟสงครามและเถ้าถ่านแห่งการกดขี่ แม้จะพูดคุยกันคนละภาษา แต่พวกเขาก็เข้าใจกันและกันได้เป็นอย่างดี นิชิวากิ ยังคงแอบนำอาหารและผลไม้มามอบให้กับรุสเป็นประจำ แม้จะรู้ว่าบทลงโทษของการกระทำเช่นนี้คือ “ความตาย” ก็ตาม แต่สิ่งที่นิชิวากิได้กระทำลงไปนั้น คือ “มนุษยธรรมที่ไม่มีวันตาย”


ทิโมที่ รุส (ซ้ายสุดเสื้อน้ำตาล) ขณะนำภาพถ่ายไปให้ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นช่วยกันตรวจสอบ ที่มาของภาพ

เมื่อสงครามยุติลง พวกเขาทั้งสองต่างก็รอดชีวิตมาได้ด้วยน้ำใจที่มีให้กัน สิ่งเดียวที่ทำให้รุส ยังรำลึกถึงเทวดาตัวน้อยที่ช่วยชีวิตเขาในค่ายเชลยหลังจากนั้น คือรูปถ่ายของนิชิวากิ ซึ่งเขาเก็บมันเอาไว้รำลึกถึงมิตรภาพ และมนุษยธรรมที่พวกเขามีให้แก่กัน ตลอดช่วงเวลาชีวิตหลังสงคราม รุสมักจะนำรูปถ่ายของ
นิชิวากิ ไปบอกเล่าถึงสิ่งที่เด็กคนนี้ได้ทำเพื่อเขา ให้แก่เพื่อนๆ และทุกๆ คนที่บ้านได้รับรู้ เขากล่าวอย่างหนักแน่นว่า “เด็กคนนี้คือผู้ที่ช่วยชีวิตผมไว้” คาร์ล รุส เสียชีวิตในปี ค.ศ. 2003 ด้วยวัย 89 ปี

เรื่องราวของรุสทำให้หลานของเขา ทิโมที รุส ประทับใจอย่างมาก คุณปู่ของเขาเล่าเรื่องนี้อย่างมีความสุขและชื่นชม พร้อมทั้งโหยหาว่า อยากจะพบกับเทวดาองค์น้อยที่ช่วยชีวิตเขาไว้อีกสักครั้ง แต่น่าเสียดายที่การตามหาโดยภาพเก่าๆ ใบเดียวเช่นนี้ เป็นการยากที่จะรู้ได้ หากเด็กคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ หน้าตาของเขาก็คงจะเป็นคุณปู่ผมขาวคนหนึ่งไปแล้ว แต่ทิโมทีก็ไม่ละความพยายาม เขาพยายามเสาะแสวงหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อต้องการทราบว่า เครื่องแบบที่เด็กคนนี้สวมใส่ มันคือเครื่องแบบอะไร และแล้วเขาก็ได้พบคำตอบว่ามันคือ เครื่องแบบนักเรียนแบบเก่าของโรงเรียนมัธยมโทมิตะ เขานำภาพของเด็กคนนี้ไปประกาศตามหา และติดต่อญาติๆ ของเด็ก ซึ่งยังอาจจะมีชีวิตอยู่ และเขาก็ทำสำเร็จ


ทิโมที รุส (คนที่ 2 จากขวา) และ ครอบครัวนิชิวากิ ที่มาของภาพ

ความพยายามของทิโมทีมาพร้อมกับความจริงที่น่าเสียดาย เขาได้พบกับพี่ชายของนิชิวากิ และภรรยาของเขา ซึ่งได้บอกเล่าให้ทิโมทีได้รู้ว่า ฟูมิโอะ นิชิวากิ เขากลับมาที่ญี่ปุ่นและใช้ชีวิตต่อไปหลังสงครามยุติ เขาเติบโต แต่งงาน และสร้างครอบครัวของตนเอง แต่โชคร้ายที่เขาป่วยและเสียชีวิตเมื่อตอนที่อายุได้เพียง 30 ปีเท่านั้น ครอบครัวของนิชิวากิเอง ก็เคยรับรู้ถึงสิ่งที่เขาเคยทำตอนช่วงสงคราม เกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเขากับเชลยศึกอเมริกันคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าในครั้งนี้ ทิโมทีจะไม่มีโอกาสได้กล่าวขอบคุณเทวดาองค์น้อยของปู่ แต่ครอบครัวของนิชิวากิและทิโมที ต่างเป็นตัวแทนของผู้ล่วงลับทั้งคู่ ที่ได้มีโอกาสพบกัน และขอบคุณถึงมิตรภาพในความเป็นมนุษย์ของกันและกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website : https://listverse.com/2016/09/01/10-people-who-risked-their-lives-to-save-their-enemies-in-world-war-ii/
Website : http://www.us-japandialogueonpows.org/grasnsons'%20tirp%20to%20Japan.htm
Website : https://history4everyone.wordpress.com/2011/04/08/in-search-of-a-savior-wwii-american-captive-and-a-japanese-boy/
Website : https://en.wikipedia.org/wiki/Bataan_Death_March#
The_march

Website : http://www.us-japandialogueonpows.org/Ruse.htm