Oriental World

เหอเซิน "คนโฉด" ที่ประวัติศาสตร์ลงทัณฑ์

พระเจ้าเฉียนหลงทรงครองราชย์ 60 ปี ครองราชย์หลังม่านในฐานะพระมหาชนกาธิราชอีก 3 ปี ถือเป็นหนึ่งในฮ่องเต้ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของจีน สร้างยุคทองด้านการเมืองและศิลปวัฒนธรรมครั้งสุดท้าย ก่อนจีนยุคศักดินาจะโรยราจนล่มสลายในอีก 100 กว่าปีต่อมา ในช่วงปลายรัชกาลเฉียนหลง มักถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของยุคเสื่อมเนื่องจากพระองค์หลงใหลในขุนนางที่ชื่อ เหอเซิน (和珅) มากเกินไป

เพียงพบกันไม่นานเฉียนหลงก็ทรงโปรดปรานเหอเซินอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ภายในปีเดียวหลังจากประสบพบพักตร์ เหอเซินได้เลื่อนจากงานในกองราชองครักษ์ เป็นราชองครักษ์ส่วนพระองค์ จากนั้นเลื่อนเป็น
รองเจ้ากรมพระคลัง อีก 2 เดือนต่อมาเป็นมหาเสนาบดี ทั้งยังดูแลกรมสำคัญๆ ต่างๆ เช่น เจ้ากรมวัง เจ้ากรมราชภัฏ ฯลฯ นับเป็นการเลื่อนตำแหน่งที่ไวเหลือเชื่อ และเป็นการครองตำแหน่งของขุนนางคนเดียวที่มากมายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์


ภาพเหมือนของเหอเซิน ที่น่าจะเป็นภาพเดียวที่เหลืออยู่ โดยวาดไว้ในภาพม้วนชื่อ "ยี่สิบยอดเสนาปราบไต้หวัน"
เพิ่งมีผู้นำออกประมูลในท้องตลาดเมื่อเร็วๆ นี้ ที่มาของภาพ


สาเหตุที่เฉียนหลงโปรดเหอเซินจนประเคนตำแหน่งอำนาจขนาดนี้ เล่าลือกันว่า เหอเซินมีผิวขาวเนียน ปากแดงได้รูปเป็นที่ต้องพระทัย บ้างก็ลือว่า เมื่อ 20 ปีก่อน ตอนที่เฉียนหลงยังเป็นองค์ชาย ทรงเคยหลงเข้าไปในพระราชฐานชั้นใน เห็นพระสนมนางหนึ่งกำลังแต่งองค์ เฉียนหลงนึกสนุกจึงแกล้งหยอกนางให้ตกใจ พระสนมนางนั้นตื่นตกใจจนเผลอทุบตีองค์ชาย นับเป็นการละเมิดกฎมณเฑียรบาลร้ายแรง พอดีกับมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ นางจึงถูกลดฐานันดรเป็นการลงทัณฑ์ ด้วยความอับอายพระสนมจึงแขวนคอฆ่าตัวตาย เฉียนหลงรู้สึกผิดใหญ่หลวง จึงกัดนิ้วใช้โลหิตป้ายไปที่คอของศพ หากภายหน้านางเกิดใหม่จะได้ทราบว่าเป็นผู้ที่พระองค์เคยกลั่นแกล้งจนสิ้นใจ

แต่อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า เมื่อยังทรงพระเยาว์ เฉียนหลงหลงรักพระสนมของพระบิดา หากแต่พระมารดาทรงทราบเรื่อง จึงทรงสังหารสนมเสียเพื่อมิให้เรื่องบานปลาย เฉียนหลงทรงเศร้าโศกมาก จึงป้ายหมึกแดงไว้ที่คอนาง รอคอยวันที่จะพบรักแรกนี้อีกครั้งหากนางกลับชาติมาเกิดอีก


ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าชิงเกาจง เฉียนหลง เมื่อทรงล่วงเข้าสู่วัยชรา วาดโดยจิตรกรในราชสำนัก ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์วังกู้กง กรุงปักกิ่ง ที่มาของภาพ

กล่าวกันว่า เหอเซินเกิดในปีที่พระสนมสิ้นพระชนม์ มีรูปโฉมคล้ายพระสนมผู้นั้น กับทั้งมีปานแดงที่คออีก เฉียนหลงรู้สึกว่าเขาเป็นตัวแทนของนาง จึงคิดจะลบล้างความผิดในอดีต แต่บ้างก็ว่าพระองค์หลงใหลในรูปโฉมของเขาในแบบชายรักชายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางท่านเสนอว่า ที่กล่าวมาข้างต้นล้วนแต่เป็นข่าวลือที่เกิดขึ้นในช่วงปลายรัชกาลเพื่อใส่ไคล้เหอเซิน และดิสเครดิตเฉียนหลง เนื่องจากเขามีอิทธิพลมากเกินไป อีกทั้งยังมี
ผู้กล่าวว่าเหอเซินมิได้เป็นพวกฉ้อฉลหลอกเจ้าแผ่นดินหากิน หากแต่เป็นขุนนางมากความสามารถ พูดได้หลายภาษา เก่งกาจด้านการทูต และการจัดการทรัพยากรบุคคล ในด้านการเงินการคลัง สามารถบริการท้องพระคลังอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เฉียนหลงทรงปรารถนามาก เพราะพระองค์เปิดศึกมากมาย สิ้นพระราชทรัพย์มิใช่น้อย ส่วนทรัพย์อันมั่งคั่งของเหอเซินก็มิใช่มาจากการโกงบ้านเมืองทั้งหมด หากมาจากการพระราชทานเสียเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานเอกสารว่าเขาจงใจลุแก่อำนาจอย่างชัดเจน

เรื่องของเหอเซินนับวันจะกลายเป็นเรื่องถูกท้าทายให้พลิกประเด็นสอบสวนกันใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นเหยื่อทางการเมือง หรือคนฉ้อฉลแห่งศตวรรษกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ
เหอเซินใช้อำนาจเกินขอบเขตจริง และใช้วิธีการนอกระบบแสวงหาความมั่งคั่งจริง ซึ่งข้อหลังอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม เหอเซินจึงหาเงินเข้าคลังได้มากพอๆ กับที่หาเข้ากระเป๋าตัวเอง

สมบัติของเหอเซินที่ถูกยึดมา ส่วนหนึ่งมีดังนี้

คฑาหรูอี้ทองคำ 9,000 ชิ้น หนักชิ้นละ 98 บาท, ทับทิม 288 เม็ด, พลอย 28,000 เม็ด ชุดเครื่องโต๊ะอาหารทองคำ 4,288 ชิ้น, นาฬิกาฝรั่งประดับหินมีค่า 38 เรือน, นาฬิกาตั้งโต๊ะทองคำลงยา 140 เรือน,
ขวดยานัตถุ์ทำจากของมีค่า 2,390 ขวด, หินฝนหมึกอย่างงาม 771 ชิ้น, แผ่นหยก 1,200 ชิ้น, สร้อยมุก 230 เส้น, มุกดาใหญ่เท่าลูกบ๊วย 10 เม็ด, ไพลินเม็ดใหญ่ 40 เม็ด, กัลปังหาสูงกว่าหนึ่งศอก 11 ต้น,
ผ้าไหม 14,300 พับ, เครื่องสำริดโลหะ 361,000 ชิ้น, เครื่องกระเบื้องงานชั้นครู 100,000 ชิ้น, แท่งทองหนักพันตำลึง 100 ก้อน, แท่งเงินหนัก 100 ตำลึง 56,600 ก้อน ฯลฯ ยังไม่รวมนางบำเรอ 600 นาง และจวนขนาด 3,000 ห้อง ที่บัดนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ตำหนักกงหวางฝู่

รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,100 ล้านตำลึงเงิน เท่ากับงบประมาณ 15 ปีของทั้งประเทศ

หลังเฉียนหลงสวรรคต ในวันเดียวกันนั้น เจียชิ่งฮ่องเต้สั่งกักตัวเหอเซินไว้ในวัง เริ่มการสอบสวน อีก 4 วันต่อมาจับขัง ตามด้วยการกวาดล้างเครือข่ายอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่า ขึ้นเร็วก็ลงเร็วปานกัน

และอีก 9 วันต่อมา เหอเซินได้รับพระราชทานผ้าแพรขาวให้ผูกคอฆ่าตัวตาย จบชีวิตไปตามอย่าง
"พระสนม" ในเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับอดีตชาติของตัวเขาเอง


ที่มาของภาพ


ที่มาของภาพ


ภาพชุดตำหนักกงหวางฝู่ (恭王府) หรือ Prince Gong Mansion เคหาสน์เดิมของเหอเซิน สร้างขึ้นในปี 1777 หลังเฉียนหลงสวรรคต เจียชิ่งฮ่องเต้พระโอรสทรงครองราชย์ด้วยอำนาจบริบูรณ์เสียที หลังจากเป็นฮ่องเต้แต่อยู่ภายใต้อำนาจพระมหาชนกาธิราชนานถึง 3 ปี ไม่สามารถกำจัดเหอเซินคนโปรดของพระราชบิดาได้ เมื่อเจียชิ่งฮ่องเต้สั่งยึดทรัพย์เหอเซินแล้ว พระราชทานจวนแห่งนี้ให้กับชิ่งอ๋องพระอนุชาและพระโอรสองค์เล็กสุดของเฉียนหลง ต่อมาตกเป็นของกงอ๋อง หรือ Prince Gong  บุคคลสำคัญในช่วงปลายราชวงศ์ชิง ที่มาของภาพ