World Clvilization

5 ฟาโรห์ยอดนักรบแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์

ตำนานการสร้างโลกของอียิปต์โบราณเล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีโลกใบนี้มีแต่ความอลหม่าน แต่แล้วเทพเจ้าและฟาโรห์ก็ได้นำพา “ระเบียบ” หรือ “มาอัต” (Ma’at) มาขับไล่ความอลหม่านนั้นออกไปจากผืนแผ่นดิน ถ้าฟาโรห์ไม่ดำรงไว้ซึ่งมาอัต เจ้าความอลหม่านก็จะกลับมากลืนกินผืนแผ่นดินอีกครา นั่นจึงเป็นหน้าที่ของพระเอกอย่างฟาโรห์ที่จะต้องดูแลประชาชน ทำพิธีบูชาเทพเจ้า และอีกหนึ่งกรณียกิจสำคัญในการดำรงไว้ซึ่งมาอัตก็คือการ “ขยายดินแดน” เพราะชาวไอยคุปต์เชื่อว่า แผ่นดินของอียิปต์เท่านั้นที่ไม่ไร้ระเบียบ ห่างออกไปจากดินแดนของพวกเขา หรือบรรดาอาณาจักรอื่นล้วนเป็น “ความอลหม่าน” ทั้งสิ้น ดังนั้น การขยายดินแดนออกไป จึงเทียบเท่ากับการขยายระเบียบของจักรวาลให้กว้างใหญ่ไพศาลขึ้น ทำให้ฟาโรห์ต้อง
“ออกรบ” กับต่างถิ่น เพื่อแย่งชิงทั้งดินแดน ทรัพยากรและเป็นการดำรงไว้ซึ่งมาอัตด้วยเช่นกัน

ในหน้าประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณมีฟาโรห์ยอดนักรบปรากฏอยู่มากมาย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราชอาณาจักรใหม่ (New Kingdom) ประมาณ 1,550 ถึง 1,069 ปีก่อนคริสตกาล ด้วยว่าในช่วงนี้ อียิปต์เพิ่งมีกองกำลังทหารที่เข้มแข็ง ประกอบกับเพิ่งมีการนำรถม้าศึกอันเกรียงไกรเข้ามาใช้ ผิดกับยุคก่อนหน้าที่ทหารของอียิปต์เป็นเพียงแค่การเกณฑ์แรงงานชาวบ้านมาออกรบกันแบบง่ายๆ เท่านั้นเอง



จารึกจากสุสานของอาห์โมส บุตรแห่งอีบานา กล่าวถึงสงครามและพระปรีชาสามารถด้านการรบของฟาโรห์อาห์โมส ที่มาของภาพ

ฟาโรห์ยอดนักรบอันดับที่ 5 คือ ฟาโรห์ที่มีพระนามว่า “อาห์โมส” (Ahmose) เรารู้จักฟาโรห์พระองค์นี้กันดีในฐานะผู้ขับไล่ชนเผ่าฮิคซอส (Hyksos) ที่เข้ามารุกรานอียิปต์ในช่วงรอยต่อระยะที่ 2
(2nd Intermediate Period) ให้ออกไปจากอาณาจักร แล้วสถาปนาอียิปต์โบราณยุคราชอาณาจักรใหม่ขึ้นมา ในช่วงประมาณ 1,550 ปีก่อนคริสตกาล นักอียิปต์วิทยาทราบถึงความสามารถทางการทหารของฟาโรห์อาห์โมสจากสุสานของขุนนางในสมัยของพระองค์ที่มีชื่อคล้ายกันว่า “อาห์โมสบุตรแห่งอีบานา”
(Ahmose son of Ibana)

ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองเรือที่รับใช้ฟาโรห์มาหลายรัชกาล นายทหารอาห์โมสบอกเราว่า เขาได้ออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับฟาโรห์อาห์โมส ขณะที่บันทึกอีกชิ้นหนึ่งระบุว่า พระองค์ได้นำทัพทหารถึงกว่า
480,000 นาย ขึ้นเหนือไปล้อมกรุงอวาริส (Avaris) อันเป็นเมืองหลวงของชนเผ่าฮิคซอสในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ จนพวกฮิคซอสต้องร่นถอยไปในที่สุด อาห์โมสได้สร้างป้อมปราการอันแข็งแกร่งทับเอาไว้บนฐานที่มั่นเดิมของพวกฮิคซอส เพื่อที่จะได้มั่นใจว่า ศัตรูของพระองค์จะไม่กลับมาอีกตลอดกาล



ภาพความยุ่งเหยิงในการรบระหว่างฟาโรห์รามเสสที่ 3 กับกองเรือของชาวทะเลปรากฏบนผนังวิหารประกอบพิธีศพ
ของพระองค์ที่เมดิเนต ฮาบู ที่มาของภาพ


ฟาโรห์ยอดนักรบอันดับที่ 4 คือ ฟาโรห์ที่มีพระนามว่า “รามเสสที่ 3” (Ramses III) ฟาโรห์องค์นี้ปกครองอยู่ในราชวงศ์ที่ 20 ช่วงประมาณ 1,180 ปีก่อนคริสตกาล ความสามารถทางด้านการรบของฟาโรห์รามเสสที่ 3 ปรากฏบนผนังวิหารประกอบพิธีศพของพระองค์ที่เมดิเนต ฮาบู (Medinet Habu) ในเมืองธีบส์ฝั่งตะวันตก สงครามครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในสมัยของฟาโรห์รามเสสที่ 3 คือสงครามกับชนเผ่าที่มีชื่อว่า “ชาวทะเล” (Sea Peoples) เป็นที่ทราบกันดีว่า กองเรือของอียิปต์นั้นอ่อนประสบการณ์ จึงไม่ค่อยจะแข็งแกร่งเท่าใดนัก ฟาโรห์รามเสสที่ 3 ก็ทราบความจริงข้อนี้ดี จึงได้วางแผนเพื่อเล่นงานกองเรือของชาวทะเลโดยไม่ใช้เรือเข้าปะทะโดยตรง แต่มีการตระเตรียมป้อมค่ายพร้อมพลธนูที่จะระดมยิงใส่กองเรือของศัตรูทันทีที่ปรากฏเข้ามาในรัศมี และเมื่อเรือของศัตรูรอดเข้ามาได้จะมีการใช้ตะขอเกี่ยวเรือเข้ามาในระยะประชิด แล้วส่งกองทหารราบอาวุธครบมือเข้าไปตะลุมบอนด้วยกระบองและดาบโค้ง ในที่สุดด้วยการวางแผนอันชาญฉลาด ฟาโรห์รามเสสที่ 3 ก็มีชัยเหนือทหารชาวทะเลกว่า 16,000 นาย ได้อย่างง่ายดาย


ฟาโรห์เซติที่ 1 สลักภาพสงครามที่พระองค์นำทัพออกรบเอาไว้บนผนังวิหารคาร์นัค ภาพนี้แสดงให้เห็นศึกสงครามกับชาวลิเบียทางตะวันตก ที่มาของภาพ

ฟาโรห์ยอดนักรบอันดับที่ 3 คือ ฟาโรห์ที่มีพระนามว่า “เซติที่ 1” (Seti I) ฟาโรห์พระองค์นี้อยู่ในราชวงศ์ที่ 19 ปกครองอยู่ในช่วง 1,290 ปีก่อนคริสตกาล ช่วงนี้อียิปต์แผ่ขยายดินแดนออกไปได้กว้างไกล ด้วยว่า ฟาโรห์เซติที่ 1 ได้ส่งกองกำลังทหารออกไปสำรวจทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและซีเรีย ตั้งแต่ปีแรกของการครองราชย์ ภาพสลักมากมายโดยเฉพาะบนผนังวิหารคาร์นัค (Karnak) ทางฝั่งตะวันออกของเมืองธีบส์ (Thebes) บ่งบอกถึงพระราชอำนาจทางด้านการทหาร และการรบของฟาโรห์องค์นี้ พระองค์ประทับบนรถศึกอย่างเกรียงไกร ยกทัพขึ้นไปผ่านฉนวนกาซา ปาเลสไตน์ เข้าตีป้อมทหารในแถบซีเรีย อีกทั้งยังสามารถจับกุมเชลยศึกในแถบนี้กลับมาได้อีกเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะนำเชลยศึกผู้โชคร้ายเหล่านี้มาสังหารต่อหน้าเทพเจ้าอมุน (Amun) ซึ่งเป็นเทพเจ้าอุปถัมภ์แห่งนครธีบส์


ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ประทับบนรถศึก ง้างธนูเตรียมยิงศัตรูในสงครามคาเดช ที่มาของภาพ

ฟาโรห์ยอดนักรบอันดับที่ 2 คือ ฟาโรห์ที่มีพระนามว่า “รามเสสที่ 2” (Ramses II) พระองค์เป็นโอรสของฟาโรห์เซติที่ 1 ที่ครองราชย์อยู่ในช่วง 1,280 ปีก่อนคริสตกาล เชื่อว่ารามเสสที่ 2 น่าจะเป็นพระนามที่คุ้นเคยกันมากที่สุดองค์หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ไอยคุปต์ เราทราบกันดีว่า พระองค์เป็นฟาโรห์ยอดนักรบ (แต่ผู้เขียนยังไม่ถือว่าพระองค์เป็นอันดับที่ 1) ด้วยว่า พระองค์ทำสงครามกับหลากหลายอาณาจักร และที่โดดเด่นที่สุดคือ สงครามกับชนเผ่าฮิตไทต์ (Hittite) ที่รู้จักกันในชื่อ สงครามคาเดช (Battle of Qadesh) ฟาโรห์รามเสสที่ 2 นำทัพกองทหารอียิปต์ 4 กอง รวมทั้งสิ้น 20,000 นาย เข้าประหัตประหารกับกองทหารของฮิตไทต์ นำโดย กษัตริย์มูวาทัลลิส (Muwatallis) ริมแม่น้ำโอรอนเตส (Orontes) ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้ว อียิปต์จะไม่ได้รับชัยชนะที่เด็ดขาด และต้องจบลงด้วยสนธิสัญญาสงบศึกฉบับแรกของโลก แต่การรบที่
คาเดชก็ได้แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านการรบของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ได้เป็นอย่างดี

ภาพสลักแสดงฟาโรห์ทุธโมซิสที่ 3 ในท่าทางของการง้างคทาเตรียมฟาดไปยังศัตรู ปรากฏบนซุ้มประตูของมหาวิหารคาร์นัค
ที่มาของภาพ


ฟาโรห์ยอดนักรบอันดับที่ 1 คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากฟาโรห์ที่มีพระนามว่า “ทุธโมซิสที่ 3” (Tuthmosis III) นั่นเอง พระองค์เป็นฟาโรห์แห่งราชวงศ์ที่ 18 ที่ปกครองอยู่ในช่วงประมาณ 1,480 ปีก่อนคริสตกาล สาเหตุที่ฟาโรห์องค์นี้ได้อันดับที่ 1 ของสุดยอดฟาโรห์นักรบก็เพราะพระองค์ได้รับฉายาว่า
“นโปเลียนแห่งอียิปต์” ฉายาที่ได้มานี้ก็ไม่ใช่เพราะโชคช่วย ทว่า มาจากผลงานด้านการรบและขยายดินแดนของพระองค์ล้วนๆ หนึ่งในการรบที่โดดเด่นในสมัยของทุธโมซิสที่ 3 และได้รับการบันทึกเอาไว้อย่างชัดเจนที่สุดคือ ยุทธการที่เมกิดโด (Battle of Megiddo) พระองค์แสดงความเด็ดเดี่ยวในการเลือกเส้นทางเดินทัพฝ่าช่องแคบกลางหุบเขา เข้าไปสร้างความประหลาดใจให้ศัตรู จนในที่สุดก็สามารถกำชัยชนะได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นทุธโมซิสที่ 3 ยังบันทึกเอาไว้บนซุ้มประตูลำดับที่ 7 ของมหาวิหารคาร์นัคว่า พระองค์สามารถยึดเมืองได้กว่า 350 เมือง และออกศึกสงครามถึง 17 ครั้ง อาณาจักรอียิปต์ในรัชสมัยของฟาโรห์ทุธโมซิสที่ 3 ถือได้ว่าขยายดินแดนออกไปกว้างไกลที่สุดที่เคยมีมาทั้งทางเหนือและทางใต้ ฝีมือโดดเด่นขนาดนี้จะไม่ยกตำแหน่งสุดยอดฟาโรห์นักรบให้กับนโปเลียนแห่งอียิปต์องค์นี้ได้ยังไงล่ะ จริงไหม?


รูปสลักฟาโรห์ทุธโมซิสที่ 3 เจ้าของฉายานโปเลียนแห่งอียิปต์ ผลงานของพระองค์เป็นหลักฐานยืนยันว่า ฟาโรห์องค์นี้สมควรได้รับตำแหน่งสุดยอดนักรบอย่างไม่มีข้อกังขา  ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/ahmose1.htm
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/ramessesiii.htm
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/setiwar.htm
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/
ramessesiimilitary.htm

Website: http://www.touregypt.net/featurestories/tuthmosis3.htm