World Clvilization

ชิบัลบา ดินแดนแห่งความกลัวของชาวมายา

“ตายแล้วไปไหน?” คือคำถามยอดฮิตที่ทุกวัฒนธรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเฝ้าตามหาคำตอบ อารยธรรมโบราณทุกแห่งมีตำนานและเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับโลกหลังความตาย รวมถึงการเดินทางไปยังโลกหน้า ไม่เว้นแม้แต่ชาวมายาโบราณในป่าฝนของทวีปอเมริกากลางอันลึกลับก็มีความเชื่อเกี่ยวกับโลกหลังความตายด้วยเช่นกัน


หน้าหนึ่งของคัมภีร์โพโพล วูห์ ของชาวมายาโบราณที่ถูกเรียบเรียงเขียนขึ้นใหม่ เมื่อปี ค.ศ. 1701 ที่มาของภาพ

โลกหลังความตายของชาวมายาโบราณมีชื่อเรียกขานว่า “ชิบัลบา” (Xibalba) มีความหมายว่า
“ดินแดนแห่งความกลัว” (Place of Fear) พวกเขาเชื่อว่าผู้วายชนม์ที่สิ้นลมหายใจไปแล้วไม่ได้จากไปไหน พวกเขายังอยู่เพื่อคอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางหลังความตายแก่เหล่าทายาทและลูกหลานของตน ตำนานการเดินทางไปในโลกหลังความตายที่ได้รับการบันทึกเอาไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดปรากฏในคัมภีร์โพโพล วูห์ (Popol Vuh) คัมภีร์ฉบับนี้บันทึกตำนานการสร้างโลกของชาวมายาโบราณ อีกทั้งยังพูดถึงตำนานการเดินทางของสองพี่น้องฝาแฝดผู้เก่งกาจด้านเกมบอล (Ball Game) ชื่อว่าฮูนาห์พู (Hunahpu) และชบาลังเก (Xbalanque) ไปยังดินแดนแห่งความกลัวหรือชิบัลบาด้วย

กล่าวกันว่าชิบัลบาคือ ดินแดนของโลกข้างใต้ (Underworld) ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 9 ชั้น ทางเข้าไปยัง
ชิบัลบาถูกผูกโยงเข้ากับทางเข้าถ้ำต่างๆ ที่พบได้ทั่วไปในดินแดนของชาวมายาทั้งในประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา และเบลิซ ชิบัลบาของชาวมายาเปรียบเสมือนจุดหมายปลายทางที่ผู้วายชนม์ทุกคนต้องเดินทางผ่านเข้ามา ใช้ไหวพริบของตนเองเพื่อต่อสู้และ “เอาชนะ” เทพเจ้าแห่งความตายที่ปกครองอยู่ในดินแดนแห่งนี้ให้ได้ เพื่อฟื้นคืนอีกครั้งในโลกหน้า โลกข้างใต้ของชาวมายานั้น ถ้ามองในมุมของความเชื่อก็คือ
ดินแดน“ใต้ผิวโลก” ถ้าว่ากันตามตำนานในโพโพล วูห์แล้ว สาเหตุที่สองพี่น้องฝาแฝด ฮูนาห์พูและชบาลังเก ต้องเดินทางไปยังชิบัลบานั้นก็ด้วยว่า พวกเขาเล่นเกมบอลด้วยลูกบอลที่ทำจากยางตัน มีน้ำหนักมาก เวลาลูกบอลกระทบพื้นครั้งหนึ่งก็ส่งเสียงดังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นลงไปยังโลกข้างใต้ ซึ่งเป็นดินแดนของเหล่าเทพเจ้าแห่งชิบัลบา สร้างความรำคาญ จนพระองค์ทนไม่ไหวก็เลยเชื้อเชิญสองพี่น้องลงมายังดินแดนแห่งความกลัวนี้ เพื่อดวลเกมบอลกันสักตาให้รู้แล้วรู้รอดว่าใครกันแน่ที่เจ๋งกว่ากัน


ชาวมายาโบราณเชื่อว่า ถ้ำที่มีธารน้ำอยู่ข้างในเช่นนี้คือ ปากทางเข้าไปสู่ดินแดนแห่งชิบัลบา ที่มาของภาพ

ตามตำนานเล่าว่า สองพี่น้องพ่ายแพ้เกมบอลให้แก่เทพเจ้าแห่งชิบัลบา ทำให้เขาถูกนำตัวไปยัง “บ้าน” (House) หลายต่อหลายหลัง ซึ่งเป็นสถานที่ทดสอบผู้วายชนม์ที่ย่างกรายเข้ามายังโลกข้างใต้
คัมภีร์โพโพล วูห์ ทำให้เรารู้ว่า ในชิบัลบามีบ้านอยู่ด้วยกัน 6 หลัง ประกอบไปด้วย “บ้านแห่งความมืด” (Dark House) “บ้านเย็นยะเยือก” (Cold House) “บ้านจากัวร์” (Jaguar House) “บ้านค้างคาว”
(Bat House) “บ้านมีดโกน” (Razor House) และ “บ้านแห่งความร้อน” (Hot House) ซึ่งสองพี่น้องในตำนานก็ใช้ความเฉลียวฉลาดที่พวกเขามี จนสามารถผ่านการทดสอบจากบ้านทั้ง 6 หลังมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ปราการด่านสุดท้ายก่อนที่สองพี่น้องจะฟื้นคืนชีพในโลกหน้าได้ก็คือ การเอาชนะ “บอส” ของดินแดน
ชิบัลบา และความเฉลียวฉลาดก็ได้ช่วยฝาแฝดคู่นี้เอาไว้เช่นเดิม สองพี่น้องโชว์ลีลาดุจนักมายากลตัดศีรษะของอีกฝ่าย ก่อนที่จะใช้เวทมนตร์ต่อศีรษะนั้นกลับคืนร่างเดิมได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อท่านลอร์ดแห่ง
ชิบัลบาซึ่งเป็น “บอส” ของดินแดนนี้ได้เห็นเข้าก็ตกตะลึงพรึงเพริด อยากลองโดนตัดศีรษะแล้วต่อกลับคืนเข้าไปใหม่บ้าง ทางด้านสองพี่น้องฝาแฝดก็ไม่ขัดศรัทธา จัดการแยกร่างท่านลอร์ดแห่งชิบัลบาเสร็จสรรพ แต่แล้วก็ไม่ได้ต่อคืนกลับให้ฟื้นขึ้นมาได้ดังเดิม เพียงแค่นี้ฮูนาห์พูกับชบาลังเกก็สามารถโค่นบอสใหญ่แห่งชิบัลบาลงได้อย่างง่ายดาย


ตามความเชื่อของชาวมายา ชิบัลบาคือ ดินแดนแห่งความกลัวที่เต็มไปด้วยความสยดสยอง ที่มาของภาพ

ตำนานที่เขียนเอาไว้ในโพโพล วูห์ เขียนเอาไว้ค่อนข้างชัดเจนถึงการเดินทางลงไปยังโลกหลังความตายและการ “ฟื้นคืนชีพ” ขึ้นมาอีกครั้งหลังจากมีชัยเหนือลอร์ดแห่งชิบัลบาแล้ว ชาวมายาโบราณเชื่อว่าเมื่อพวกเขา หรือกษัตริย์ของพวกเขาสิ้นลมหายใจลงไปก็จะเปรียบเสมือนหนึ่งในสองพี่น้องฮูนาห์พูและชบาลังเกที่ต้องเดินทางลงไปต่อสู้กับเหล่าเทพเจ้าแห่งชิบัลบายังโลกข้างใต้ เพื่อเอาชนะและถือกำเนิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็หมายถึงการฟื้นคืนชีพในโลกหน้า ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เรื่องราวของฮูนาห์พูและชบาลังเกจะได้รับการวาดลงบนภาชนะ เครื่องปั้นดินเผาที่ฝังลงไปกับองค์กษัตริย์ด้วย นั่นก็เพราะว่าผู้วายชนม์จะได้นำเทคนิคและวิธีการที่สองพี่น้องฝาแฝดเคยใช้ไปประยุกต์เข้ากับการเดินทางในชิบัลบาของแต่ละคนนั่นเอง

ภาพของชิบัลบาที่ชาวมายาโบราณแสดงเอาไว้บนภาชนะ สื่อให้เห็นว่าดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยน้ำ และน้ำนั้นก็มีทั้งเลือดและน้ำหนอง ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลชวนคลื่นเหียน เหล่าเทพเจ้าแห่งชิบัลบาที่ได้รับการแสดงภาพเอาไว้ก็ดูน่าสยดสยองไม่แพ้กัน มีทั้งหน้าตาคล้ายมนุษย์และสัตว์ เทพเจ้าบางองค์ผอมแห้งเหลือแต่กระดูก บางองค์ฟันหลอหมดปาก บ้างก็มีจุดกระดำกระด่างบนร่างกาย สื่อถึงเนื้อหนังมังสาที่เริ่มเน่าเปื่อย ส่วนเครื่องประดับที่เหล่าเทพเจ้าแห่งชิบัลบาสวมใส่ก็ไม่ค่อยน่าพิสมัยเช่นกัน ที่เห็นได้บ่อยก็อย่างเช่น ดวงตาที่ยังมีเส้นประสาทห้อยติดอยู่ นอกจากนั้น ชาวมายาโบราณยังแสดงเหล่าเทพเจ้าแห่งชิบัลบาหลายพระองค์ในขณะกำลัง “ผายลม” ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวนยากที่จะบรรยาย อีกทั้งลมหายใจของพวกเขาก็เน่าเหม็นไม่แพ้กัน สรุปว่า ชิบัลบา คือศูนย์รวมแห่งความสกปรก เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉานและสิ่งเน่าเหม็นทั้งปวง เรียกได้ว่า สื่อความหมายถึงความตายได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว


เทพเจ้าแห่งชิบัลบา มีลักษณะน่าเกลียดน่ากลัว บ้างก็ผายลมและส่งกลิ่นลมหายใจอันเหม็นเน่า ที่มาของภาพ

ชิบัลบาหรือดินแดนแห่งความกลัวจึงเป็นอาณาจักรใต้พิภพที่เต็มไปด้วยการทดสอบนานัปการ อีกทั้งยังมีเทพเจ้าที่น่าเกลียดน่ากลัว ระคนสยดสยองกลิ่นตัวเน่าเหม็นรุนแรงอาศัยอยู่ ชาวมายาผู้วายชนม์ทุกคนต้องเดินทางไปยังดินแดนแห่งนี้ ทำการต่อสู้จนมีชัยเหนือเทพเจ้าแห่งโลกข้างใต้ แล้วจะได้ฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในโลกหน้า หากพวกเขาพ่ายแพ้แก่ลอร์ดแห่งชิบัลบา วิญญาณของพวกเขาจะต้องดับสูญและถูกฝังเอาไว้ในโลกที่มีแต่กลิ่นเหม็นมหากาฬของชิบัลบาไปตลอดกาล แต่ถ้าผู้วายชนม์มีไหวพริบและปฏิภาณดั่งเช่นสองพี่น้องฝาแฝดที่สามารถโค่น “บอส” แห่งดินแดนชิบัลบาลงได้ พวกเขาก็จะสามารถเดินทางออกจากโลกข้างใต้ขึ้นมาอยู่ท่ามกลางเหล่าบรรพบุรุษ คอยช่วยเหลือและให้แนะนำแก่เหล่าทายาทของตนในรุ่นถัดไปให้รับมือกับการทดสอบสุดโหดจากลอร์ดแห่งชิบัลบา เพื่อที่จะได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย วนอยู่เป็นวัฏจักรเช่นนี้ต่อไปชั่วนิรันดร์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: https://www.ancient.eu/Xibalba
Website: http://www.bbc.com/travel/story/20120201-journey-into-the-maya-underworld
Website: http://mythology.net/others/concepts/xibalba
Website: http://news.nationalgeographic.com/news/2008/08/080822-maya-maze.html
Website: http://www.ancient-origins.net/ancient-places-americas/secret-underground-cavern-thought-maya-be-portal-underworld-006456
Website: http://www.donquijote.org/culture/mexico/history/maya-underworld