Sport and Entertainment World

เพลย์บอยเกิดในครัว

นิตยสารปลุกใจเสือป่าชื่อดังที่มีอายุยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ มีกำเนิดในครัวที่ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ ใช้เป็นห้องทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ขณะนั้นเขาอายุเพียง 27 ปีเท่านั้น


ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ (Hugh Hefner, 1926-2017) บรรณาธิการสูงสุดนิตยสารเพลย์บอย
ที่มาของภาพ


ครั้งหนึ่ง ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ เคยกล่าวไว้ว่า "ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะเดินตามฝันของใครได้" ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิเพลย์บอยจากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2017 ที่ผ่านมา ขณะอายุ 91 ปี ที่เพลย์บอยแมนชัน ซึ่งเป็น "บ้าน" ของเขา ใกล้เมืองเบเวอรีฮิลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ใคร ๆ ก็รู้ว่าบ้านหลังนั้นเป็นที่เลื่องลือในฐานะคฤหาสน์ที่สร้างขึ้นให้เป็นสถานที่แห่งอิสรภาพทางเพศ
ดังนั้น การที่เขาจะเลือกสิ้นลมที่บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด ที่จริงในทางกฎหมาย บ้านหลังนี้มิได้เป็นของเฮฟเนอร์อีกต่อไปแล้ว


เพลย์บอยแมนชัน “บ้าน” ที่เฮฟเนอร์สร้างให้เป็นสถานที่แห่งอิสรภาพทางเพศ
ที่มาของภาพ


ยุคของสาวงามมีสวมชุดและหูกระต่ายจบลงแล้ว ปีเดียวกันนี้เอง เฮฟเนอร์ขายทรัพย์สินให้เพื่อนบ้าน คือ ดาเรน เมโทรโพโลส (Daren Metropolous) ด้วยมูลค่า 200 ล้านเหรียญพร้อมข้อตกลงว่า เขาจะอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้จนถึงแก่กรรม ประมาณกันว่าทรัพย์สินที่เขามีอยู่เมื่อสิ้นลมราว ๆ 54 ล้านเหรียญ

ในสมัยรุ่งเรือง ยอดจำหน่ายนิตยสารที่ทำเงินได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ คือ เพลย์บอย ฉบับเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1972 ด้วยมูลค่า 7 ล้านเหรียญ อีกทั้งยังมีบทสัมภาษณ์คนดังอย่างจอห์น เลนอน ไปจนถึง มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ และบทความจากนอร์แมน ไมเลอร์ เจมส์ บัลด์วิน และเรย์ แบรดเบอรี รวมไปถึงภาพนางแบบเปลือยที่หน้าคู่กลางเล่ม อีกด้วย


เฮฟเนอร์กับสาว ๆ “นางกระต่าย” (Playmate Bunnies) ที่เพลย์บอยคลับ ลอนดอน เมื่อ ค.ศ. 1969 ที่มาของภาพ 

ก่อนหน้านิตยสารเพลย์บอยฉบับแรกจะตีพิมพ์ เมื่อ ค.ศ. 1953 เคยมีคนตั้งข้อสังเกตว่าเฮฟเนอร์จะก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการสื่อและเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม

ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ เกิดที่ชิคาโก เมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1926 เป็นบุตรชายคนโตในจำนวน 2 คน ของเกรซและเกลน เฮฟเนอร์ สามีภรรยาผู้เคร่งศาสนา เขาเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาลและกลายเป็นประธานสภานักเรียนในระดับมัธยมปลาย เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ของโรงเรียน ยิ่งกว่านั้น เขายังเริ่มทำหนังสือการ์ตูนชื่อ School Daze เป็นเรื่องราวของนักเรียนขี้อายที่ศูนย์กลางของจักรวาลในจินตนาการ

ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 เฮฟเนอร์ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารอยู่ 2 ปีในหน่วยที่ไม่ใช่กำลังรบของ
กองทัพ หลังจากปลดประจำการ เมื่อปี 1946 เขาสมัครเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์
วิทยาเขตเออร์บานา-แชมเปญ ในสาขาวิชาเอกจิตวิทยา


เฮฟเนอร์เมื่อวัยหนุ่ม (ขณะเป็นทหาร) และวัยชรา ที่มาของภาพ 


เฮฟเนอร์เมื่อเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ที่มาของภาพ

 
เขาเป็นบรรณาธิการให้นิตยสารขำขันของคณะ แล้วเริ่มงานเขียนคอลัมน์ประกอบภาพ ที่เรียกว่า Co-ed of the Month จากนั้นเมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเขาก็แต่งงานกับมิลเดรด (Mildred) แฟนคนแรกของเขาในปีเดียวกันนั้นเอง เฮฟเนอร์เคยให้สัมภาษณ์ว่า เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาเคยหลับนอนด้วย

ต่อมาเฮฟเนอร์เลือกเรียนต่อทางด้านสังคมวิทยาที่สถาบันคินซี (Kinsey Institute) เป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา เนื่องจากสนใจสถาบันฯ แห่งนี้ ที่ตั้งขึ้นเพื่อศึกษาทางด้านเพศ ครอบครัว ความรัก และการสืบพันธุ์ รวมไปถึงหนังสืออีก 2 เล่มของสถาบันที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์ ซึ่งวิเคราะห์มาจากบทสัมภาษณ์ผู้คนนับพัน เป็นไปได้ว่า งานวิจัยของสถาบันแห่งนี้ยังเป็นที่ประทับใจเขาเรื่อยมาอีกหลายปี ระหว่างนั้นเขาทำงานเป็นนักประชาสัมพันธ์ให้กับห้างสรรพสินค้า และเข้าทำงานในนิตยสาร Esquire ระหว่างนี้เองที่ภรรยาคนแรก (มิลเดรด) ให้กำเนิดทายาท 2 คน หนึ่งในนั้นคือ คริสตี ที่จะดำรงตำแหน่ง CEO ของเพลย์บอยในอนาคต

เฮฟเนอร์ทุ่มเงินส่วนตัว 6,000 เหรียญ พร้อมเงินที่หยิบยืมจากเพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง รวมกับอีก 1,000 เหรียญที่ขอยืมจากแม่ รวม ๆ แล้วได้เป็นเงิน 8,000 เหรียญ เพื่อทำตามความฝันที่อยากมีนิตยสารแนว lifestyle เป็นของตัวเอง เขาอยากตั้งชื่อนิตยสารนี้ว่า ปาร์ตี้ชายโสด (Stag Party) แต่ติดปัญหาลิขสิทธิ์ที่มีนิตยสารผู้ชายใช้ชื่อ Stag ไปแล้ว

ระหว่างปรึกษาหารือกับเพื่อนฝูงและภรรยาของเขา เอลดอน เซลเลอร์ส (Eldon Sellers) ก็เสนอชื่อ Playboy ขึ้นมา

เฮฟเนอร์ใช้ห้องครัวที่บ้านเป็นสำนักงานตั้งต้นของนิตยสารเพลย์บอย เขาไม่ได้กำหนดวันเปิดตัวนิตยสารเล่มแรก เพราะยังกังวลอยู่ว่าจะมีเล่มที่ 2 ต่อไปหรือไม่ แต่เขาก็คิดล่วงหน้าไว้แล้วว่า จะซื้อลิขสิทธิ์ภาพมาทำเป็นปฏิทิน โดยใช้ภาพนางแบบสาวชื่อดังผู้แสนจะเร่าร้อน มาริลีน มอนโร (Marilyn Monreo) ด้วยราคา 500 เหรียญ


สภาพการทำงานของกองบรรณาธิการเพลย์บอย ช่วง ค.ศ. 1970 แม้จะไม่ใช่ครัวในบ้านของเฮฟเนอร์เหมือนตอนแรกตั้ง แต่ก็ยังเห็นสภาพการทำงานร่วมกันอยู่ ในภาพ ทอม สเตบเลอร์ (Tom Staebler) ผู้กำกับศิลปะ (art director) ของนิตยสารเพลย์บอย
(เสื้อแขนยาว ยืนกลาง) ทำงานกับฮิวจ์ เฮฟเนอร์ (สวมแว่นตา นั่งที่สองจากขวา) ที่เพลย์บอยแมนชันในชิคาโก ที่มาของภาพ


ในที่สุดนิตยสารเล่มแรกก็ปรากฏโฉมขึ้นมาบนแผงหนังสือ เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 1953 พร้อมภาพ
นางแบบสาวผู้นั้นบนปกและหน้าคู่กลางเล่ม


ปกนิตยสารเพลย์บอย ฉบับปฐมฤกษ์ เดือนธันวาคม ค.ศ. 1953 ราคาเล่มละ 50 เซนต์ ที่มาของภาพ


บทสัมภาษณ์มาริลีน มอนโร พร้อมภาพประกอบในนิตยสารเพลย์บอย ฉบับปฐมฤกษ์ ที่มาของภาพ

 
เฮฟเนอร์ตั้งใจให้เพลย์บอยเป็นนิตยสารที่มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ความสนใจเรื่องเพศของ "ชายยุคใหม่" (modern man) ขณะเดียวกันก็ยังมีเรื่องราวของการสนทนาทางปัญญาและเครื่องดื่มคุณภาพดีรวมอยู่ด้วย ดังที่เขาเขียนบทบรรณาธิการในนิตยสารเล่มแรกว่า "เราสนุกกับการรวมค็อกเทลกับออร์เดิร์ฟหนึ่งหรือสองอย่างเข้าด้วยกัน เติมเพลงเร้าอารมณ์บนจานเสียงอีกสักหน่อย แล้วเชื้อเชิญอาคันตุกะสาวมาสนทนากันเงียบ ๆ เกี่ยวกับปิกัสโซ นีทเชอ เพลงแจ๊ส และเซ็กซ์"


ถึงเพลย์บอยจะมีภาพลักษณ์เกี่ยวกับเรื่องเพศ ก็ใช่ว่าจะมีเฉพาะเรื่องปลุกเร้าอารมณ์เท่านั้น ในภาพ เฮฟเนอร์ ทำงานด้วยพิมพ์ดีด ด้านหน้าของเขามีแฟ้มใส่บทความที่แยกเป็นหมวด ๆ สำหรับลงพิมพ์ในนิตยสาร เช่น เพศ การหย่าร้าง โรคทางเพศสัมพันธ์ การคุมกำหนด โรคติดสุรา โทษประหารชีวิต ความอนาจาร การติดยาเสพติดปกิณกะ ผู้หญิง และสตรีนิยม เป็นต้น ที่มาของภาพ 

ผู้คนตอบรับเพลย์บอยฉบับแรกอย่างล้นหลาม ด้วยยอดขายมากกว่า 53,000 ฉบับ ขณะนั้น ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ อายุ 27 ปี

คูเปอร์ เฮฟเนอร์ บุตรชายที่เกิดจากภรรยาคนที่ 2 ของเขา (คิมเบอร์ลีย์ คอนราด) ซึ่งต่อมาเป็นหัวหน้าแผนกครีเอทีฟของเพลย์บอยเอนเตอร์ไพร์ (Playboy Enterprise) กล่าวว่า "พ่อผมใช้ชีวิตอย่างพิเศษและมีผลกระทบอย่างมากในฐานะผู้บุกเบิกสื่อและวัฒนธรรม และยังเป็นผู้นำที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ทางสังคม และวัฒนธรรมสำคัญ ๆ ในยุคของเราด้วยการทุ่มเทให้กับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สิทธิของพลเมืองและอิสรภาพทางเพศ พ่อมีหลักการและรูปแบบการใช้ชีวิตด้วยหัวใจของ ‘เพลย์บอย’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนสมัยใหม่รู้จักและอยู่รอดมาได้ในประวัติศาสตร์”


เฮฟเนอร์ในฐานะผู้นำการใช้ชีวิตด้วยรสนิยม (style icon) และนี่คือ American Playboy ที่แท้จริง ที่มาของภาพ

แม้เฮฟเนอร์และเพลย์บอยจะถูกโจมตีจากนักคิดแนวสตรีนิยมอยู่ตลอดมา ว่าเป็นการลดฐานะของผู้หญิงจากความเป็นมนุษย์ไปสู่วัตถุทางเพศ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นิตยสารของเฮฟเนอร์เป็นการเปิดโลกสำหรับ "ชายยุคใหม่" ที่มาพร้อมกับวัฒนธรรมทางความคิดหลายอย่างที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกในรอบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

นอกจากข้ามกำแพงภาษาไม่ได้แล้ว ยังมีคนอีกไม่น้อยที่เข้าไม่ถึงสิ่งที่เฮฟเนอร์ต้องการสื่อสาร เพียงเพราะติดอยู่ที่ภาพปกและหน้าคู่กลางเล่ม...เท่านั้น

ขอบคุณคุณปู่ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ที่ทำให้เพลย์บอยเกิดขึ้น และเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมร่วมสมัย...RIP หลับให้สบายนะปู่


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.thevintagenews.com/2017/09/28/married-dad-hugh-hefner-launched-playboy-magazine-in-his-chicago-kitchen-at-age-27/ https://www.smithsonianmag.com/smart-news/hugh-hefners-complicated-legacy-180965068/