Sport and Entertainment World

คาสึโอะ อิชิงุโระ ผู้คว้าโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 2017

ต้องขอแสดงความเสียใจต่อ ฮารูกิ มูราคามิ ที่พลาดจากโนเบลสาขาวรรณกรรมไปอีกแล้ว ทั้งที่เป็นหนึ่งในตัว Candidate มาหลายปี สำหรับปีนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมของปี 2017
คือ คาสึโอะ อิชิงุโระ นักเขียนสัญชาติอังกฤษเชื้อสายญี่ปุ่น ซึ่งได้มาอย่างชนิดที่เจ้าตัวก็คาดไม่ถึงนั้น ถ้าประเมินจากผลงานการเขียนของเขาแล้ว ก็ถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เกินเลยไป เพราะแม้ว่าเขาจะเป็นนักเขียนที่ผลิตผลงานออกมาน้อยมาก โดยทั้งชีวิต เขามีนวนิยายออกมาเพียงแค่ 7 เล่ม กับเรื่องสั้น 1 เล่มเท่านั้น แต่ผลงานของเขาก็สร้างอิมแพ็คบางประการให้วงการ ซึ่งไม่ใช่แต่ของญี่ปุ่น แต่เป็นในระดับโลกด้วย

แล้วเหตุใดเขาจึงได้รางวัลนี้ เราคงเดาใจคณะกรรมการได้ยาก เอาเป็นว่ามารู้จักกับเรื่องของเขากันทีละข้อๆ รวมถึงผลงานดังๆ ของเขากัน เผื่อผู้ที่สนใจอาจจะได้ไปตามหามาอ่าน


ที่มาของภาพ

1.คาสึโอะ อิชิงุโระ เกิดที่เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ใน ค.ศ. 1954 แต่ก็ต้องย้ายไปอยู่ประเทศอังกฤษพร้อมกับครอบครัวตั้งแต่ 5 ขวบ เนื่องจากบิดาได้งานด้านสมุทรศาสตร์ที่อังกฤษ ภายหลังอิชิงุโระได้โอนสัญชาติเป็นชาวอังกฤษไป

2.เขาเริ่มศึกษาภาษาอังกฤษและวิชาปรัชญาที่มหาวิทยาลัยเคนท์ จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์จากมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ว่ากันว่าในระหว่างเรียน เขาเคยไปทำงานในพระราชวังอังกฤษด้วย


ที่มาของภาพ

 3.งานทำวิทยานิพนธ์ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย แต่ปรากฏว่าเขาได้ปรับปรุงงานวิชาการของตนให้กลายเป็นนวนิยายเล่มแรก เรื่อง A Pale View of Hills พิมพ์ใน ค.ศ. 1982 และได้สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างรวดเร็ว โดยชนะรางวัล Winifred Holtby Memorial Prize ได้รับเงิน 1,000 ปอนด์ เป็นค่าผลงานเล่มแรก จากสำนักพิมพ์ Faber and Faber ซึ่งไม่แน่ชัดว่า นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ใช้ตัวละครชาวญี่ปุ่นโดยมีฉากพื้นหลักเป็นต่างแดนในประเทศอังกฤษหรือไม่

4.นิยายเรื่องที่สอง An Artist of the Floating World ได้รับรางวัล Whitbread Prize ใน ค.ศ. 1986

5.นิยายเรื่องที่สาม The Remains of the Day ได้รางวัล Booker Prize ใน ค.ศ. 1989 เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของเขา มีฉบับแปลไทยใช้ชื่อว่า เถ้าถ่านแห่งวารวัน นอกจากนี้ยังได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย มีดารารุ่นใหญ่อย่างแอนโทนี ฮ้อบกินส์ แสดงนำ ซึ่งภาพยนตร์ก็ประสบความสำเร็จ ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีมาก หลังจากผลงานเรื่องนี้ ดูเหมือนว่า อิชิงุโระ จะสถาปนาตนเป็นนักเขียนแนวหวนรำลึกเรื่องความทรงจำ และความโศกเศร้าได้อย่างสวยงามลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่ง


ที่มาของภาพ

6.ผลงานเรื่องสำคัญที่น่าจะเรียกได้ว่าโด่งดังและได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดของเขาก็คือ นิยายแนวไซไฟโรแมนติกเรื่อง Never let me go พิมพ์ใน ค.ศ. 2005 ได้รับรางวัล Book Prize นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสาร Time ให้เป็นหนึ่งในวรรณกรรมภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 20 อีกด้วย นิยายเรื่องนี้ยังนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ใน ค.ศ. 2010 นำแสดงโดย แอนดริว การ์ฟิลด์ (อดีตแมงมุมเองจ้า) ร่วมกับ คาเร่ มัลลิแกน ซึ่งได้รับรางวัลในหลายสาขาด้วย เรื่องนี้ยังมีฉบับแปลไทยด้วย ใช้ชื่อว่า แผลลึก หัวใจสลาย

7.ผลงานทั้งหมดของเขา ได้ชื่อว่าเป็นวรรณกรรมญี่ปุ่นภาษาอังกฤษ ที่มีความละเอียดอ่อน โหยหา ลึกซึ้ง ซึ่งหาได้ยากนัก เรื่องส่วนใหญ่ก็มักเลือกเอาช่วงก่อนและหลังสงครามโลกเป็นฉาก เขาเคยกล่าวว่า ตัวเขาในตอนนั้นต้องจินตนาการภาพของญี่ปุ่นเองอยู่ไม่น้อย เพราะเขาไม่ได้กลับไปเลยหลังจากมาอยู่ที่อังกฤษตั้งแต่ 5 ขวบ จวบจนกระทั่งอายุเกือบ 30 ปี จึงได้กลับไปครั้งแรกใน ค.ศ. 1989

8.เขาให้สัมภาษณ์ไว้หลังจากรับรางวัลว่า แม้ว่าเขาจะเติบโต ใช้ชีวิต และร่ำเรียนในโลกตะวันตก แต่เขาก็มักมองโลกด้วยสายตาของความเป็นคนญี่ปุ่นอยู่เสมอ เพราะเขาเกิดจากบิดามารดาชาวญี่ปุ่น พูดภาษาญี่ปุ่น เขาจึงมักมองโลกนี้ด้วยสายตาของบิดามารดาที่ต่างก็เป็นชาวญี่ปุ่นนั่นเอง

9.นักวิจารณ์และกรรมการตัดสินรางวัลโนเบล ยกย่องว่า เขาเล่าเรื่องได้สนุก ไม่ต่างจาก เจน ออสเตน เลย ทั้งยังใช้ภาษาได้งดงามราวกับ มาร์แซล เพร๊าซ์ และมีพล็อตเรื่องหักมุมในสไตล์เหมือน ฟรานซ์ คาฟคา


ที่มาของภาพ

10.ความสำเร็จประการหนึ่งของอิชิงุโระที่เหนือกว่านักเขียนญี่ปุ่นคนอื่นๆ รวมถึงเหนือกว่ามูราคามิคือ การยอมรับผลงานในระดับนานาชาติที่ไม่ได้เป็นเพียง Best Seller จากชื่อของผู้เขียน (ซึ่งต้องยอมรับว่าชื่อของมูราคามิเหมือนเป็นแบรนด์ หรือศาสดาของอะไรบางอย่างไปแล้ว) รวมถึงความได้เปรียบในเวทีนานาชาติ เนื่องจากอิชิงุโระเป็นนักเขียนชาวญี่ปุ่นที่เขียนงานเป็นภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม เพราะเติบโตมาในสังคมอังกฤษ อีกทั้งนิยายของเขาก็ได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ชั้นดีที่ได้ดารานักแสดงชื่อดังมาเล่น และได้รับ
คำชมมากด้วย


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website

https://en.wikipedia.org/wiki/Kazuo_Ishiguro