Sport and Entertainment World

ก่อนจะเป็น “รถด่วนอันตราย"

ปีนี้ (พ.ศ. 2560) คนไทยจะได้ดูหนังฟอร์มใหญ่ …ใหญ่จริง ๆ ตั้งแต่ชื่อเรื่องไปจนถึงคนเขียน แต่รู้ไหมว่า แรงบันดาลใจให้ราชินีนิยายสืบสวนสอบสวนเขียน เรื่อง Murder on the Orient Express หรือชื่อในพากย์ภาษาไทยชื่อหนึ่งว่า "รถด่วนอันตราย" ขึ้นมานั้น คืออะไร?

เมื่ออากาธา คริสตี เขียนเรื่อง รถด่วนอันตราย นั้น เธอโด่งดังในโลกนิยายสืบสวนสอบสวนมาถึง 14 ปีแล้ว นิยายเรื่องนี้พิมพ์ออกมาวางจำหน่ายครั้งแรกในอังกฤษเมื่อเดือนมกราคม 1934 ก่อนจะปรากฏตัวในสหรัฐฯ เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน ในราคาเล่มละ 2 เหรียญ นอกจากนี้ยังลงตีพิมพ์เป็นนิยายชุดในหนังสือพิมพ์ยอดนิยม Saturday Evening Post ของอเมริกา และได้รับความนิยมอย่างมากจนกลายเป็นข้อเขียนที่ทำยอดขายสูงสุด (bestseller) กันเลย


อากาธา คริสตี (15 กันยายน 1890 - 12 มกราคม 1976) นักเขียนชาวอังกฤษ ผู้ให้กำเนิด “รถด่วนอันตราย” ที่มาของภาพ 


“รถด่วนอันตราย” ฉบับละครเวที ที่มาของภาพ

ในตอนแรก ผู้คนพากันเดาว่า โครงเรื่องน่าจะว่าด้วยการฆาตกรรม ซามูเอล แร็ตเช็ตต์ นักธุรกิจผู้ทำตัวน่ารังเกียจบนรถไฟนั้น ได้อิทธิพลมาจากคดีลักพาตัวลินด์เบิร์ก (Lindbergh kidnapping case) ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1932 โดยที่ ในเหตุการณ์จริง บรูโน เฮาพต์มานน์ (Bruno Hauptmann) คนร้ายถูกจับตัวไปสอบสวนและประหารชีวิตในความผิดฐานลักพาตัวและฆาตกรรมบุตรชายวัย 20 เดือน ของชาร์ลส์และ
แอนน์ มอร์โรว ลินด์เบิร์ก ซึ่งเป็นการคาดเดาที่ไม่เกินจริงนัก


คดีลักพาตัวและฆาตกรรมลินด์เบิร์ก เมื่อ ค.ศ. 1932 ที่เป็นต้นทางของนวนิยายเรื่อง “รถด่วนอันตราย” ที่มาของภาพ

ตามท้องเรื่องในนิยาย แร็ตเช็ตต์ไม่ได้ถูก "ทำร้าย" แต่เรียกว่าถูก "ทำโทษ" จากคนที่ชีวิตแตกสลายจากการถูกลักพาตัวตั้งแต่เด็ก แต่ในที่สุดฆาตกรรมปริศนาก็ถูกเปิดเผยให้กระจ่างโดยนักสืบชาวเบลเยียมผู้เป็นที่รักของคริสตี นั่นคือ แอร์กูล ปัวโร (Hercule Piorot) หรือ เฮอร์คิว ปัวโรต์ ที่คนไทยคุ้นกับชื่อนี้มากกว่า นั่นเอง

การคลี่คลายคดีเกิดขึ้นระหว่างที่รถไฟต้องจอดนิ่งสนิทบนรางในโครเอเชียท่ามกลางพายุหิมะ


ฉากการไขคดีของนักสืบแอร์กูล ปัวโร ในภาพยนตร์ ฉบับ ค.ศ. 1974 ที่มาของภาพ

แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่า ที่จริงแล้วราชินีนิยายสืบสวนสอบสวนเคยเดินทางตามลำพัง แล้วต้องติดอยู่บนรถไฟ Orient Express ที่ไปถึงที่หมายล่าช้าถึง 24 ชั่วโมง เพราะฝนตกหนัก อีกทั้งเธอยังได้ยินข่าวว่า เคยมีพายุหิมะทำให้รถไฟต้องจอดตายอยู่นานถึง 6 วัน ในจดหมายที่เขียนถึงสามีคนที่สอง แม็กซ์ มัลโลแวน (Max Mallowan) นักโบราณคดี (ซึ่งต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์อัศวิน ใช้คำนำหน้าว่า Sir ทำให้คริสตีได้ใช้คำนำหน้านามว่า คุณหญิง (Lady หรือ Dame) ด้วย) เธออธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ในตู้โดยสาร ทั้งมือจับประตู ผนัง สวิตช์ไฟ และทุกสิ่งทุกอย่างที่ทั้งหมดปรากฏอยู่ในนิยายเล่มนี้


การตกแต่งตู้เสบียงในปัจจุบันของรถไฟสาย Orient Express ที่มาของภาพ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการโดยสารรถไฟทางไกลของเธอ ทุกครั้งที่นั่งรถไฟสายนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นและมีแรงบันดาลใจในการเขียนนวนิยายขึ้นมา ดังที่เธอเล่าไว้ในอัตชีวประวัติ ว่า "ฉันฝันถึงการได้นั่งรถไฟ Orient Express มาตลอด เมื่อฉันเดินทางไปฝรั่งเศส สเปน หรืออิตาลี รถไฟมักจะจอดที่สถานีคาไลส์ (Calais) ซึ่งฉันรอจะขึ้นรถอยู่ที่นั่น" เธอเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ กับสามีคนแรก อาร์ชี คริสตี (Archie Christie) แต่ชีวิตคู่ต้องยุติลง เมื่อเขาไปสมัครรักใคร่กับหญิงอื่น แล้วเอ่ยปากขอแยกทางกับอากาธา เมื่อปี 1928 จากนั้นท่ามกลางภาวะหัวใจแตกสลาย เธอรวบรวมพละกำลังเพื่อฟื้นฟูชีวิตกลับมาอีกครั้ง ด้วยการออกเดินทางข้ามทวีปยุโรปและเอเชียซึ่งเป็นการนั่งรถไฟ Orient Express เป็นครั้งแรก จากนั้นเธอก็พบมัลโลแวนและแต่งงานกับเขา เมื่อปี 1930 และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขยาวนาน กระทั่งเธอสิ้นลมเมื่อปี 1976

อากาธาชอบไปกับสามีระหว่างการขุดค้นทางโบราณคดี เธอเล่าว่า "ฉันอยากมีโต๊ะของตัวเองในตลาดบาซาร์ ฉันจะเก็บเสื้อผ้าในไว้กล่องส้มก็ได้ ใช้กล่องส้มเป็นที่นั่งก็ได้ หรือวางไว้ข้าง ๆ เตียงก็ได้ แต่สิ่งที่ฉันอยากมีจริง ๆ ถ้าจะต้องทำงานของตัวเองก็คือ โต๊ะแข็งแรง ๆ สักตัว ที่ฉันพิมพ์ดีดและสอดขาไว้ได้"

เชื่อกันว่าเธอเขียนเรื่อง รถด่วนอันตราย ขณะที่ติดตามสามีไปในการขุดค้นที่อิรัก เธออุทิศนิยายเรื่องนี้ให้กับผู้ที่มีชื่อย่อว่า M.E.L.M. (ย่อมาจาก Max Edgar Lucien Mallowan ซึ่งก็คือชื่อเต็มของ เซอร์แม็กซ์ มัลโลแวน สามีคนที่สองของเธอนั่นเอง) นิยายเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จอย่างมากของคริสตี ทั้งยังมีประโยคยอดนิยมของปัวโรที่ว่า "สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ไม่อาจเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้จึงต้องเป็นไปได้ทั้งที่เห็นต่อหน้า"


ห้องหมายเลข 411 โรงแรมเปราพาเลซ (Pera Palace Hotel) ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ที่กล่าวกันว่า เป็นสถานที่ที่คริสตีใช้เขียนเรื่อง รถด่วนอันตราย ที่มาของภาพ

ด้วยยอดพิมพ์กว่า 2 พันล้านเล่ม อากาธา คริสตี เป็นรองเพียงคัมภีร์ไบเบิลและเช็กสเปียร์เท่านั้น ผลงานของเธอได้รับการนำมาเป็นบทละครเวที บทละครโทรทัศน์ บทละครวิทยุ บทภาพยนตร์ หรือแม้แต่เกมคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อปี 1974 มีการนำ "รถด่วนอันตราย" มาทำเป็นบทภาพยนตร์ นำแสดงโดย อัลเบิร์ต ฟินนีย์ (Albert Finney) รับบทเป็น นักสืบปัวโร ร่วมกับนักแสดงชื่อดังในเวลานั้นจำนวนมาก เช่น ลอเรน บัลคอล (Lauren Bacall) ฌอน คอนเนอรี (Sean Connery) อินกริด เบิร์กแมน (Ingrid Bergman) วาเนสสา เรดเกรฟ (Vanessa Redgrave) วินดี ฮิลเลอร์ (Wendy Hiller) เป็นต้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ถึง 6 รางวัล โดยมี อินกริด เบิร์กแมน ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบหญิง
ยอดเยี่ยม


โปสเตอร์ “รถด่วนอันตราย” ฉบับภาพยนตร์ ค.ศ. 1974 ที่มาของภาพ

ในสหรัฐฯ สำนักพิมพ์วิลเลียม มอร์โรว (William Morrow) จะพิมพ์เรื่อง รถด่วนอันตราย ออกมาในเดือนตุลาคม และในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2017 นี้ บทภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายของคริสตีก็จะปรากฏขึ้นในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง โดยมี เคเนธ บรานาจ (Kenneth Branagh) รับบทเป็น นักสืบปัวโร จอห์นนี เดพพ์ (Johnny Depp) รับบทเป็น แรตเช็ตต์ ร่วมกับนักแสดงเจ้าบทบาทอีกจำนวนมาก


โปสเตอร์ภาพยนตร์ที่จะฉายในเดือนพฤศจิกายน 2560 นี้ ที่มาของภาพ

เคเนธ บรานาตจ ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย กล่าวว่า "ผมหลงใหลนวนิยายประเภทเรื่องเล่า เมื่อคุณกลับมาอ่านงานของอากาธา คริสตี คุณจะบังเกิดความบันเทิงมหาศาล สัมผัสได้ถึงความสูญเสีย ความอาลัยและการแก้แค้นที่แฝงอยู่ลึก ๆ ไปพร้อมกัน

หมายเหตุ
ภาพยนตร์เรื่อง Murder on the Orient Express มีชื่อภาษาไทยว่า “ฆาตกรรมบนรถด่วน โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส” มีกำหนดฉายในประเทศไทย วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560


เเหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.thevintagenews.com/2017/09/15/agatha-christie-inspired-by-her-own-train-delay-to-write-murder-on-the-orient-express/