Armies Weapons and Warfare

สองพ่อลูกซานาดะ ใช้ทหาร 2,000 เอาชนะ 40,000 คน

ในประวัติศาสตร์โลก มียุทธการศึกที่ใช้กำลังทหารน้อยกว่าแต่สามารถต้านทาน หรือเอาชนะฝ่ายที่เหนือกว่าหลายสิบเท่าได้อยู่หลายครั้ง ครั้งหนึ่งที่โด่งดังมากในประวัติศาสตร์สงครามประเทศญี่ปุ่นก็คือ ยุทธการที่ปราสาทอุเอดะ ซึ่งสองพ่อลูกตระกูลซานาดะสามารถใช้กำลังทหารแค่ 2,000 คน ต้านทานการบุกของทหาร 40,000 คน แล้วตีโต้กลับไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ศึกครั้งนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า ยุทธการที่ปราสาทอุเอดะ

สองพ่อลูกซานาดะก็คือ ซานาดะ มาซายูกิ และ ซานาดะ ยูคิมูระ ยุคปัจจุบันได้กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาก เป็นตัวแทนของสติปัญญาและความกล้าหาญในเวลาเดียวกัน ปัจจุบันที่ปราสาทอุเอดะก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญด้วย


ซานาดะ มาซายูกิ เจ้าของปราสาทอุเอดะ ที่มาของภาพ

ที่จริงแล้ว หากไม่ใช่เพราะวีรกรรมของสองพ่อลูกซานาดะที่ทำไว้อย่างเหลือเชื่อ ศึกนี้ไม่น่าจะได้เป็นศึกสำคัญในประวัติศาสตร์เลย เพราะเป็นเพียงหนึ่งในฟันเฟืองของยุทธการศึกใหญ่ที่สุดภายในประเทศที่คนญี่ปุ่นแทบทุกคนต้องรู้จัก นั่นคือ “ศึกที่ทุ่งเซกิงาฮาระ” ผลของศึกนี้จะตัดสินใจว่า ระหว่างตระกูลโทกุงาวะและโทโยโทมิ ฝ่ายใดจะได้ครองแผ่นดินต่อไป

ทัพบูรพา นำโดย โทกุงาวะ อิเอยาสึ เปิดศึกกับ ทัพประจิม นำโดย อิชิดะ มิตสึนาริ

ทั้งสองเป็นไดเมียวต่างวัย อิเอยาสึมีตำแหน่ง บารมี ประสบการณ์ เหนือกว่า 20-30 ปี เขามีตำแหน่งเป็นหนึ่งในห้าไทโระ หรือผู้สำเร็จราชการในรัฐบาลโทโยโทมิ

แต่เนื่องจากทายาทของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ คือ โทโยโทมิ ฮิเดโยริ มีอายุน้อยมาก ยังไม่สามารถสืบทอดอำนาจบริหารประเทศต่อได้ ทำให้เหล่าไดเมียวและขุนศึกแคว้นต่างๆ พากันเข้าสนับสนุนอิเอยาสึกันมาก โดยเฉพาะไดเมียวทางภาคตะวันออก

กระนั้น มิตสึนาริซึ่งเป็นอดีตขุนนางหนุ่มใกล้ชิดของฮิเดโยชิก็พยายามรวบรวมคนหนุ่มที่มีความภักดีต่อตระกูลโทโยโทมิ แล้วเกลี้ยกล่อมพวกไดเมียวในแคว้นฝั่งตะวันตกให้มาเข้าร่วมกันสนับสนุนตระกูล
โทโยโทมิต่อไป นี่จึงเป็นศึกที่เกิดขึ้นโดยมีอนาคตของบ้านเมืองเป็นประกันว่า ทิศทางปกครองประเทศหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

ที่จริงยุทธการนี้ได้ทำให้เกิดศึกน้อยใหญ่ไปทั่วประเทศ ส่วนการตัดสินชี้ขาดนั้นเกิดที่ทุ่งเซกิงาฮาระ ทั้ง
อิเอยาสึและมิตสึนาริต่างก็เคลื่อนทัพใหญ่ไปเผชิญหน้ากันที่นั่น

อิเอยาสึจึงให้บุตรชายของตนคือ โทกุงาวะ ฮิเดทาดะ นำทัพ 40,000 คน (บ้างก็ว่าเป็นทัพหน้าของ
ฮิเดทาดะ 16,000 คน แล้วรวมกับทัพหนุนอีก จึงเป็น 40,000 คน) เคลื่อนทัพไปสมทบกันที่ทุ่งเซกิงาฮาระ โดยระหว่างทางนั้น ทัพของฮิเดทาดะจะต้องผ่านไปทางปราสาทอุเอดะ เจ้าของปราสาทคือ สองพ่อลูก ซานาดะ มาซายูกิ และ ซานาดะ ยูคิมูระ เฝ้ารักษาอยู่ด้วยทหารไม่เกิน 2,000 คนเท่านั้น


โทกุงาวะ ฮิเดทาดะ ที่มาของภาพ

เมื่อคำนึงถึงจำนวนที่แตกต่างกันขนาดนี้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ฮิเดทาดะน่าจะได้ชัยชนะไม่ยาก แต่การณ์กลับเป็นตรงกันข้าม เพราะสองพ่อลูกซานาดะ ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดนักกลยุทธ์และขุนพลอันดับต้นๆ ของยุค มาซายูกิได้วางแผนใช้ประโยชน์จากลักษณะของปราสาทให้เป็นประโยชน์ เพราะแม้ว่าจะเป็นปราสาทเล็กๆ จุทหารได้ไม่มากนัก แต่มาซายูกิเข้าใจถึงจุดประสงค์ของการศึกครั้งนี้ดี เพราะเป้าหมายหลักของพวกเขาไม่ใช่การเอาทหาร 2,000 คน ไปออกศึกสู้กับทหาร 40,000 คน

แต่เป้าหมายหลักคือ วางกลยุทธ์เพื่อชะลอฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เดินทัพไปยังทุ่งเซกิงาฮาระได้

ฮิเดทาดะคุมกำลังทหารมาจำนวนมาก มีความมั่นใจสูง แต่ตัวเขาเองค่อนข้างไร้ประสบการณ์นำทัพ แม้จะมีกุนซือที่มีความสามารถติดตามมาเช่น ฮอนดะ มาซาโนบุ แต่ก็ไม่อาจควบคุมฮิเดทาดะได้ ทำให้ปราสาท
อุเอดะสามารถต้านทานและซุ่มโจมตีทหารของฮิเดทาดะจนปั่นป่วน ฝ่ายฮิเดทาดะรีบร้อนอยากจะยึดปราสาทแล้วเดินทัพผ่าน เพื่อไปร่วมทำศึกกับบิดาตามที่นัดหมายไว้ แต่ด้วยความใจร้อนก็ทำให้หลงกลมาซายูกิ เมื่อตัดสินใจจะถอนการโจมตีปราสาทแล้วยอมเดินทางอ้อม ก็โดนยูคิมูระที่เฝ้ารอโอกาสนี้อยู่แล้ว ใช้ทหารม้าไม่กี่พันคน เคลื่อนทัพโจมตีฉับพลัน ผลคือ ทหาร 40,000 คน แตกพ่ายไม่เป็นขบวน

ฮิเดทาดะจำต้องยอมเปลี่ยนเส้นทางเดินทัพใหม่เพื่ออ้อมหลบไป สุดท้ายทำให้เขาไปร่วมศึกที่เซกิงาฮาระไม่ทันการ แม้ว่าอิเอยาสึจะเป็นฝ่ายชนะไปแล้ว เรื่องนี้กลายเป็นรอยด่างพร้อยของตระกูลโทกุงาวะอย่างมาก

วีรกรรมของสองพ่อลูกซานาดะ ยิ่งทำให้อิเอยาสึมีความหวาดระแวง แม้ว่าเขาจะกุมอำนาจบริหารประเทศแล้วก็ตาม จึงคิดกำจัดทั้งสองคนออกไป แต่เนื่องจากซานาดะ โนบุยูกิ บุตรชายคนโตของมาซายูกิ ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงอินะ ลูกสาวของฮอนดะ ทาดาคัตสึ ขุนพลสำคัญของตน โนบุยูกิจึงได้ขอร้องให้ทาดาคัตสึช่วยออกหน้าเกลี้ยกล่อมอิเอยาสึไม่ให้ประหารพ่อและน้องชายของตนเอง ซึ่งที่จริงแล้ว นี่คือแผนทางการเมืองอันแยบยลที่ตระกูลซานาดะได้วางไว้ล่วงหน้า นั่นคือ พวกเขายึดถือจุดยืนต่อสู้เพื่อปกป้องฝ่ายโทโยโทมิก็จริง แต่ถ้าหากแพ้ขึ้นมา ก็จะมีโนบุยูกิที่แต่งงานเข้าตระกูลฮอนดะบริวารสำคัญของโทกุงาวะ ก็จะช่วยให้รักษาตระกูลซานาดะไว้ได้ อิเอยาสึจึงเพียงแค่เนรเทศทั้งสองคนไปที่ภูเขาโคยะเท่านั้น

ปัจจุบันปราสาทอุเอดะกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของผู้ที่สนใจตามรอยเรื่องราวใน
ยุคเซ็นโกคุ


ที่มาของภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิ
Book
Stephen Turnbull. War in Japan 1467 - 1615. Oxford: Osprey. 2002.
Stephen Turnbull. Samurai Commander 1577 - 1638. Oxford: Osprey.
2005.

Website
https://en.wikipedia.org/wiki/Ueda_Castle