Sport and Entertainment World

จูบนี้แด่ท่านผู้นำ

หญิงอเมริกันวัย 40 ปี จูบท่านผู้นำทีเผลอ ท่ามกลางคนที่มาชมการแข่งขันว่ายน้ำในกีฬาโอลิมปิก เจ้าตัวเผยทนความ “ใจดีและสง่างาม” ของฮิตเลอร์ไม่ไหว

เมื่อกล่าวถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อ ค.ศ. 1936 หลายคนคงนึกถึงการนำอุดมคติและแนวคิดแบบนาซีมาใช้ในการออกแบบ การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อเผยแพร่ความคิดดังกล่าว ตลอดจนบทบาทของอดล์ฟ ฮิตเลอร์ ในฐานะผู้นำที่ยกย่องความเป็น "อารยัน" ว่า เหนือกว่าเชื้อชาติอื่นอย่างออกหน้าออกตา กล่าวคือ ฮิตเลอร์ใช้งานกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ให้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อให้ชาวโลกรับรู้ถึงลัทธิแห่งนาซี และกล่าวว่าชาวเยอรมันผู้เป็นอารยันเหนือกว่าชาติอื่นในทุกด้าน ส่วนชาติอื่นนั้นอ่อนแอและไร้ความสามารถด้านกีฬา ซึ่งถือว่าเป็นคำสบประมาทต่อนักกีฬาของนานาชาติเป็นอย่างมาก และยังเหยียดผิวสีด้วย


ตัวอย่างโปสเตอร์กีฬาโอลิมปิก ค.ศ. 1936 ที่ประเทศเจ้าภาพ (เยอรมนี) สอดแทรกอุดมคติความเหนือกว่าของชนชาติอารยันไว้ด้วย ที่มาของภาพ

แน่นอน เรายังเคยได้เห็นได้ยินบทบาทของนักกีฬาผิวดำชาวสหรัฐฯ คือ เจสซี โอเวนส์ (Jesse Owens) ลบคำสบประมาทของฮิตเลอร์ ด้วยการคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกรีฑาได้ถึง 4 เหรียญ สร้างความฉุนเฉียวให้กับท่านผู้นำมากและกลายเป็นที่น่าจดจำของโลกมาจนถึงปัจจุบัน


เจสซี โอเวนส์ (ยืนกลาง) บนแท่นรับเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ค.ศ. 1936 ที่มาของภาพ 

แต่คงมีอีกไม่น้อยที่ยังไม่ทราบว่าในคราวเดียวกันนั้น เกิดเหตุการณ์สุภาพสตรีอเมริกันคนหนึ่งรู้สึกว่า
ฮิตเลอร์ “เป็นกันเองและสง่างาม" จนอดที่จะโน้มตัวไปจุมพิตท่านผู้นำประเทศไม่ได้ ท่ามกลางเสียงปรบมือจากผู้คนรอบข้าง เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันว่ายน้ำฟรีสไตล์ 1,500 เมตร นอกจากท่านผู้นำและคณะ ตลอดจนผู้สนใจคนอื่น ๆ ในที่นั้นก็ยังมีคุณนายคาร์ลา เดอ ไวรส์ (Carla de Vries) วัย 40 ปี
นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันจากเมืองนอร์วอล์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย กับสามีเข้าชมการแข่งขันดังกล่าวด้วย


ภาพคุณนายคาร์ลา เดอ ไวรส์ สตรีอเมริกันผู้จูบฮิตเลอร์ทีเผลอ ที่มาของภาพ

เธอคิดแผนที่จะเข้าถึงตัวฮิตเลอร์ซึ่งอยู่ในคอกที่นั่งถัดไปทางด้านหน้า แม้เธอจะลองอยู่หลายครั้ง เพื่อเข้าไปใกล้ในระยะที่เธอจะถ่ายรูปเขาได้ แต่ทุกครั้งก็ถูกองครักษ์หน่วยเชิ้ตดำกั้นเอาไว้เสมอ ในที่สุดเธอก็แหวกผ่านแถวรักษาความปลอดภัยในระหว่างที่ทุกคนกำลังลุ้นผลการแข่งขันด้วยความตื่นเต้น ในช่วงท้ายเกม เธอเข้าไปสัมผัสมือและจุมพิตท่านผู้นำ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้คน

ด้านฮิตเลอร์เองก็มีสปิริตไม่ใช่น้อย ไม่โวยวายร้องแรกแหกกระเชอ แต่กลับชอบใจปรบมือให้ขณะที่เธอเดินกลับไปที่นั่งอย่างผู้มีชัย


ปฏิกิริยาของฮิตเลอร์หลังถูกคุณนายเดอ ไวรส์ จูบทีเผลอ ที่มาของภาพ

คุณนายเดอ ไวรส์ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า "ฉันก็แค่สวมกอดท่าน เพราะท่านดูเป็นกันเองและสง่างามมาก ก็ไม่รู้เหมือนกันทำลงไปได้ยังไง แน่นอน ฉันไม่ได้วางแผนมาก่อนเลย ฉันก็แค่เป็นผู้หญิงที่ทนแรงกระตุ้นไม่ไหวละมั้ง …มันเกิดขึ้นตอนที่ฉันเดินทางไปถ่ายรูปฮิตเลอร์ด้วยกล้องถ่ายหนังอันเล็ก ๆ ของฉัน ท่านโน้มตัวมาแล้วยิ้ม ดูเป็นกันเองมาก ฉันก็ก้าวเข้าไปหาแล้วขอลายเซ็น ซึ่งท่านก็เขียนลงบนตั๋วชมกีฬาว่ายน้ำของฉัน นั่นแหละ…ท่านยังยิ้มอยู่ ฉันก็เลยจูบท่านทีเผลอเสียเลย คนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ เริ่มส่งเสียงเชียร์และปรบมือดังขึ้น ๆ ตอนที่ฉันวิ่งกลับไปหาสามีพร้อมกับบอกว่า เราออกไปจากที่นี่ดีกว่า"

ทั้งนี้ หน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นำประเทศในเวลานั้น เป็นของหน่วยชุทซ์ชทัฟเฟิล (Schutzstaffel) หรือที่ต่อมาเรียกกันว่า หน่วยเอสเอส (SS) ที่เป็นองค์กรขนาดมหึมา มีสมาชิกกว่าล้านคน และกลายเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีอิทธิพลที่สุดในเยอรมัน หน้าที่ขององค์กรนี้คือ สอดส่องดูแลความมั่นคงภายในไรช์ ทว่า เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และไม่มีใครห้ามหญิงอเมริกันวัยกลางคนผู้นี้ได้ทัน

คุณนายเดอ ไวรส์ คงไม่รู้หรอกว่าหลังจากเธอและสามีออกจากที่นั้นไปแล้ว ท่านผู้นำแสดงบุคลิกภาพส่วนตัวที่แท้จริงออกมา ด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรและไม่สง่างาม ส่งผลถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนถูกไล่ออก และมีอีกไม่น้อยที่ถูกลดตำแหน่ง เพราะการกระทำของเธอ

แต่ก็ต้องนับถือสปิริตของฮิตเลอร์อย่างหนึ่งคือ นอกจากการเล่นงานลูกน้องของตนเองที่ทำให้เกิดเรื่องน่าอายเช่นนี้ขึ้นแล้ว เขาไม่ได้ใส่ใจจะตอแยคุณนายเดอ ไวรส์ อีกเลย เช่นเดียวกับที่สื่อเยอรมันก็ไม่มีการประโคมข่าวให้ครึกโครม ผิดกับสื่ออเมริกันที่ต้องมีข่าวและบทสัมภาษณ์คุณนายท่านนี้ด้วยกันแทบทุกฉบับ

แน่นอน สิ่งที่ทุกคนในเวลานั้นไม่คาดคิดคือ หลังจบการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนั้นแล้ว อีกเพียง 2 ปี เยอรมนีประเทศเจ้าภาพก็กลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำฝ่ายอักษะที่ทำให้เกิดก่อสู้รบรุนแรงและยังทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตพลเรือนผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนมาก ทั้งยัง ทำให้โฉมหน้าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เคยคิดว่าสามารถใช้กีฬาในการลดทอนความขัดแย้งได้นั้น เปลี่ยนไปตลอดกาล


ตัวอย่างข่าวคุณนายเดอ ไวรส์ จูบฮิตเลอร์ ที่ตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกา จากหนังสือพิมพ์ The Milwaukee Sentinel, วันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1936 ที่มาของภาพ 

ปิดท้ายด้วยคลิปวีดิโอ ที่มีผู้รวบรวมภาพที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมา ติดตามชมกันได้ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=VzxROFlh5e4&
(ที่มา https://youtu.be/VzxROFlh5e4 )

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.onthisday.com/articles/a-kiss-for-adolf-hitler
http://worldwartwo.filminspector.com/2016/01/the-fuhrer-gets-kiss.html http://ci47.blogspot.com/2014/10/hitlers-olympic-kiss-1936.html