Sport and Entertainment World

โกงกีฬา…มีมาแต่ช้านาน

การลงโทษในความผิดโกงและจ่ายสินบนแก่กีฬาโอลิมปิกครั้งกรีกโบราณมีตั้งแต่การปรับ การเฆี่ยนต่อหน้าสาธารณะ และถูกห้ามลงแข่งขันพร้อมจารึกชื่อประจานก็มี

เมื่อไม่นานมานี้มีเรื่องราวอันเนื่องมาจากการแข่งขันกีฬาระดับภูมิภาคอาเซียนของเราให้ได้พบเห็นทั้งทางสื่อต่าง ๆ ตลอดจนโลกออนไลน์กันอย่างคึกคัก จนทำให้บางคนพลอยเกลียดชังประเทศเจ้าภาพที่ดูเหมือนจะทำทุกอย่างให้ตนได้เป็นเจ้าเหรียญทอง ย้อนกลับไปไกลกว่านั้น เราก็มีตัวอย่างการนำผลการตรวจสารกระตุ้นในนักกีฬามาใช้ยึดเหรียญรางวัลจากการแข่งขันระดับโลกให้เห็นอยู่


เมืองโอลิมเปียสมัยกรีกโบราณ ที่มาของภาพ 

บางคนว่าการโกงกับเกมกีฬาดูจะเป็นของคู่กัน แต่พูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกเสียทีเดียวนัก เพราะถึงแม้ในอดีตจะไม่มีการตรวจฉี่หรือสารกระตุ้นเป็นเรื่องเป็นราวอย่างในปัจจุบัน แต่ศาสตราจารย์ สาขาวิชาโบราณคดีสมัยกรีก เดวิด กิลแมน โรมานโน แห่งมหาวิทยาลัยแอริโซนา ให้ความเห็นว่า ถ้าคนกรีกโบราณใช้สารกระตุ้นจริงละก็ รับรองว่าต้องตรวจพบในนักกีฬาแทบทุกรายเลยทีเดียว

ถึงเราจะรู้ไม่มากเกี่ยวกับการโกงการแข่งขัน แต่ก็ต้องถือว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ในทางกลับกัน สังคมกรีกโบราณมีกระบวนการทางสังคมในการใช้ "กฎหมาย คำสาบาน กติกา กรรมการ จารีตประเพณี ความกลัวที่จะถูกเฆี่ยนตี พิธีกรรมทางศาสนาในการแข่งขัน เกียรติภูมิของนักกีฬา สิ่งเหล่านี้เมื่อรวมกันย่อมทำให้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโบราณ ‘สะอาด’ ขึ้นมาได้" คลาเรนซ์ เอ. ฟอร์บส์ ศาสตราจารย์ สาขาวิชาคลาสสิก มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ กล่าวเพิ่มเติม

กระนั้น คำว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ก็เอาด้วยคาถา ก็ยังใช้ได้กับกรณีนี้ด้วยเช่นกัน เพราะชาวกรีกบางคน ทำให้นักกีฬาประสบโชคร้ายจะได้แข่งไม่สำเร็จ "มีเครื่องรางคำสาปแช่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการกีฬา เช่น จารคำสาปลงบนแผ่นตะกั่วแล้วพับก่อนจะนำไปไว้ใต้พื้นสถานที่ที่เป็นจุดสำคัญของการแข่งขัน"

ข้อเขียนของนักเดินทางสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 2 ชื่อว่า เพาซานิอัส (Pausanias) กล่าวว่า การโกงที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการให้สินบน หรือการเล่นไม่ซื่อของนักกีฬา ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ตำนานอันเป็นต้นกำเนิดของกีฬาโอลิมปิกก็มีเรื่องทำนองเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน กล่าวคือ เพล็อปส์ (Pelops) ผู้จัดให้มีกีฬานี้ขึ้นมา เพื่องานแต่งงานของเขาและชัยชนะที่เขามีเหนือกษัตริย์โออิโนมาออส (Oinomaos) ในการแข่งขันรถศึกนั้น ว่ากันว่า เขาได้ชัยชนะมาเพราะการติดสินบนคนขับรถศึกของกษัตริย์ให้ทำลายรถพระที่นั่งนั้นเสีย

แม้ว่าตำนานจะกล่าวว่ากีฬาโอลิมปิกครั้งแรกเริ่มขึ้นเมื่อปี 776 ก่อนคริสต์ศักราช แต่หลักฐานทางโบราณคดีเสนอว่า กีฬาดังกล่าวเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้นหลายศตวรรษมาแล้ว

หลักฐานในตำนานยังกล่าวถึงการโกงที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องนับศตวรรษ ไม่ว่าจะเป็นภาพนักมวยปล้ำที่พยายามใช้นิ้วทิ่มตาคู่ต่อสู้และกัดอีกฝ่ายหนึ่ง หรือการใช้ไม้พลองหรือไม้เรียวหวดคู่ต่อสู้ ก็มีวาดอยู่บนภาชนะดินเผาที่มีอายุราวปี 490 ก่อนคริสต์ศักราช


ภาพวาดบนภาชนะดินเผา เป็นรูปกรรมการใช้ไม้เรียวเฆี่ยนนักกีฬาขี้โกง สังเกตว่า นักกีฬาทั้งคู่ใช้มือทิ่มตาอีกฝ่ายหนึ่ง ที่มาของภาพ

ในประเทศกรีซปัจจุบันนี้ ยังมีฐานที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ตั้งประติมากรรมรูปมหาเทพซูสตั้งเป็นแนวไปตามถนนที่มุ่งสู่สนามแข่งขันโบราณ แต่ไม่ใช่การประกาศเกียรติคุณของผู้ชนะ หากแต่ประติมากรรมเหล่านั้นสร้างจากเงินค่าปรับของนักกีฬาที่โกงการแข่งขัน เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจเหล่านักกีฬาและผู้ฝึกสอนอีกด้วย


ฐานที่ครั้งหนึ่งเคยประดิษฐานประติมารูปหล่อสัมฤทธิ์ของมหาเทพซูส ที่สร้างจากเงินค่าปรับของนักกีฬาและผู้ฝึกสอนที่โกงการแข่งขัน ซึ่งได้รับการสลักชื่อไว้ที่ฐานหินเหล่านั้นด้วย ที่มาของภาพ


ภาพสามมิติที่จำลองขึ้นใหม่ แสดงประติมากรรมสัมฤทธิ์ของเทพซูสตั้งอยู่บนฐาน เรียงไปตามทางเข้าสู่สนามแข่งขัน ที่มาของภาพ

ข้อเขียนของเพาซานิอัส กล่าวว่า การโกงในกีฬาโอลิมปิก มีอยู่ 3 วิธีหลัก ๆ ได้แก่ วิธีแรก นครรัฐบางแห่งให้สินบนแก่นักกีฬาฝีมือเยี่ยมให้โกหก และอ้างว่าตนแข่งขันในนามนครรัฐนั้น เช่น นักกีฬาชั้นยอดคนหนึ่งลงแข่งในนามนครรัฐซีราคิวส์ (Syracuse) แทนที่จะเป็นนครรัฐโครตอน (Croton) ซึ่งเป็นมาตุภูมิ ทำให้ผู้บริหารนครรัฐโครตอนสั่งให้ทำลายรูปปั้นนักกีฬาคนนั้น พร้อม "ยึดบ้านเอาไปทำเป็นคุกของเมือง"

วิธีที่สอง เป็นการให้สินบนระหว่างนักกีฬาด้วยกันเอง หรือระหว่างคนใกล้ชิดนักกีฬา เพื่อให้ได้ผลอย่างที่ต้องการ เช่น เมื่อปี 388 ก่อนคริสต์ศักราช ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 98 นักมวย นามว่า ยูโพลุสแห่งเทซซาลี (Eupolus of Thessaly) จ่ายสินบนให้คู่ต่อสู้ 3 คน เพื่อให้เขาได้เป็นฝ่ายชนะ เมื่อความแตก ปรากฏว่าทั้งหมดถูกลงโทษปรับอย่างหนัก จนนำมาสร้างเป็นรูปหล่อสัมฤทธิ์ของมหาเทพซูสได้ถึง 6 องค์ ทั้งยังจารึกชื่อและเรื่องน่าอับอายของคนทั้งสี่ไว้บนฐานเทวรูปเหล่านั้น พร้อมคำเตือนแก่นักกีฬาคนอื่น ๆ ที่คิดจะทำเรื่องแบบนี้อีกในอนาคต

วิธีสุดท้ายเป็นการ "เล่นไม่ซื่อและผิดกติกา" ซึ่งปรากฏอยู่ในบทละครเสียดสีที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน เป็นเรื่องของตัวละคร 4 คน ที่ตกลงกันแข่งขัน แต่ละคนมี "ทักษะด้านมวยปล้ำ ขี่ม้า วิ่ง ชกมวย กัด และบิดลูกอัณฑะ" (สองอย่างสุดท้ายนี่คงไม่ใช่กีฬา แต่เป็นกลโกงที่อาจนำมาใช้ทำร้ายคู่ต่อสู้) ถ้าใครถูกจับได้ว่าโกงจะถูกเฆี่ยนด้วยไม้เรียว


ภาพวาดบนภาชนะดินเผาเป็นรูปนักกีฬา "พันคราทีออน" (Pankration) ซึ่งเป็นกีฬาที่นำกลวิธีของมวยปล้ำกับชกมวยมารวมกัน ในภาพจะเห็นว่า ขณะที่นักกีฬาคนซ้ายมือกำลังล็อกคอคนขวามืออยู่นั้น ถ้าคนขวาใช้ปากกัดแขนคู่ต่อสู้ขึ้นมา กรรมการ (ที่เห็นมือถือ
ไม้เรียวอยู่ทางขวามือ) ก็รอหวดคนโกงอยู่แล้ว ที่มาของภาพ


ภาพวาดบนภาชนะดินเผาเป็นรูปนักกีฬาชกมวย (สังเกตจากการใช้ผ้าพันมือ ซึ่งเป็นข้อกำหนดของกีฬาประเภทนี้) มีกรรมการยืนถือ
ไม้เรียวอยู่ด้านขวามือ ส่วนคนที่ยืนอยู่ด้านซ้ายในภาพ น่าจะเป็นพี่เลี้ยงหรือผู้ฝึกสอน ที่มาของภาพ 


ขณะเดียวกันเรื่องการ "ซื้อตัว" จากนครรัฐหนึ่งไปแข่งให้กับอีกแห่งหนึ่งก็ถือเป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน ตามข้อเขียนของ เพาซานิอัส เมื่อปี 420 ก่อนคริสต์ศักราช สปาร์ตา (Sparta) ถูกห้ามเข้าร่วมแข่งกีฬาโอลิมปิก เนื่องจากฝ่าฝืนสนธิสัญญาสันติภาพ แต่ก็ยังมีนักกีฬาชาวสปาร์ตาคนหนึ่งเข้าร่วมแข่งรถศึก โดยทำทีเป็นว่าตนเป็นตัวแทนของนครรัฐธีบส์ (Thebes) และผลการแข่งขันเจ้ากรรมก็กลายเป็นว่า ชาวสปาร์ตาคนนั้นชนะการแข่งขันเสีย ดังนั้น ด้วยความดีใจเขาจึงประกาศตนว่า แท้จริงแล้วตนเป็นนักแข่งจากที่ใด ผลที่ตามมาคือ เขาถูกเฆี่ยนประจานในที่สาธารณะ รางวัลแห่งชัยชนะถูกส่งมอบให้กับนครรัฐธีบส์โดยไม่มีการกล่าวถึงชื่อของชายชาวสปาร์ตาผู้นั้นเลย ซึ่งก็ถือเป็นการลงโทษที่เพิ่มเข้าไปอีกด้วย

แม้ปัจจุบันเราจะอยู่ในยุคใหม่ที่เรียกตนเองว่าอารยะกว่าผู้คนเมื่อหลายพันปีก่อนแล้วเป็นอย่างมาก กระนั้นเรื่องน่าอับอายเกี่ยวกับการโกงด้วยวิธีต่าง ๆ นานา เพียงเพื่อให้ตนชนะก็ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ แม้แต่ในการแข่งขันกีฬาแห่งภูมิภาคอาเซียนเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ต้องหันกลับมาว่า เราต้องการอะไรจากการแข่งขันกันแน่


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.smithsonianmag.com/history/ancient-history-cheating-olympics-180960003/
https://www.jstor.org/stable/3293316?seq=1#page_scan_tab_contents https://www.penn.museum/sites/expedition/boycotts-bribes-and-fines/

Hood, J. (2015). How to Win a Roman Chariot Race: Lives, Legends, and Treasures from the Ancient World. London: Icon Books.

Rupp, R. (2011). How Carrots Won the Trojan War: Curious (but True) Stories of Common Vegetables. Massachusetts: Storey Publishing.