Sport and Entertainment World

สุขก่อนตาย: เมื่อชาวเน็ตมโน (อีกครั้ง)

ร่างชายผู้หนึ่งที่สันนิษฐานว่ากำลังทำให้ตัวเองมีความสุขเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิตจากความร้อนสูงที่เกิดขึ้นระหว่างการระเบิดของภูเขาไฟวิสุเวียส เมื่อเกือบ 2,000 ปีมาแล้ว…เป็นเรื่องจริง หรือแค่กระแสมโนของชาวเน็ต

การทึกทักหรือคิดไปเอง อย่างที่เรียกกันว่า “มโน” ของผู้คนที่ใช้สื่อออนไลน์ หรือ ชาวเน็ต นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก กลับกัน มีให้เห็นอยู่เป็นประจำจนหลายคนอดคิดไม่ได้ว่า แท้จริงแล้ว ชาวเน็ตวินิจฉัยสิ่งที่ตนได้พบเห็นบ้างหรือไม่

ล่าสุดเกิดกระแส “มโน” บนโลกทวิตเตอร์ที่บังเอิญมาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในอดีต จึงขอนำมาฝากไว้เป็นข้อคิด อย่างน้อยก็เพื่อให้เราตระหนักว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการโพสหรือแชร์ข้อมูลใด ๆ เราในฐานะผู้รับ ย่อมต้องมีความหนักแน่น และมีภูมิคุ้มกันที่ดีพอที่จะตั้งรับข้อมูลเหล่านั้นด้วยสติเสียก่อน ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นเรื่องขำไม่ออกรายวัน อย่างกรณีนี้


ภาพต้นทางบนอินสตาแกรมของพิพิธภัณฑ์โบราณคดีปอมเปอี ถ่ายโดย ศาสตราจารย์มาซซิโม ออสซานา ที่มาของภาพ

ภาพที่เห็นนี้มาจากทวิตเตอร์ เป็นภาพของผู้ชายที่ชาวทวิตเตอร์บอกว่าเขากำลัง “ช่วยตัวเอง” อยู่ ขณะภูเขาไฟวิสุเวียส ที่เมืองปอมเปอี (ใกล้เมืองเนเปิล ประเทศอิตาลี ในปัจจุบัน) ระเบิดเมื่อ ค.ศ. 79 หรือเกือบ 2,000 ปีมาแล้ว

ครั้งแรกภาพนี้ถ่ายโดย ศาสตราจารย์มาซซิโม ออสซานา ปรากฏครั้งแรกบนอินสตาแกรมของพิพิธภัณฑ์โบราณคดีปอมเปอี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา แต่การที่ภาพนี้ไปปรากฏบนทวิตเตอร์ และกลายเป็น “ไวรัล” ที่ฮือฮากันอยู่ได้อย่างไรนั้น ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนนัก กระนั้นเมื่อชาวเน็ตเห็นภาพดังกล่าวต่างก็พยายาม “มโน” หรืออภิปรายทึกทักกันไปตามจริตของตัวเอง ต่อเหยื่อภูเขาไฟผู้น่าสงสารรายนี้


ตัวอย่างทวิตเตอร์ถึงภาพเหยื่อภูเขาไฟรายนี้ ที่มาของภาพ

ที่น่าสนใจคือ ทุกคนเห็นด้วยที่ว่าเขากำลัง ‘ช่วยตัวเอง’ ก่อนตาย

และไม่ใช่เพียงทวิตเตอร์เท่านั้น สื่อสังคมออนไลน์หลาย ๆ ยี่ห้อ ต่างเผยแพร่ภาพดังกล่าวพร้อมความเข้าใจที่สร้างขึ้นมาอย่างมีสีสันออกไปอย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นการสร้างทฤษฎีแบบออนไลน์ว่า ด้วยการตายของบุคคลดังกล่าว

ตัวอย่างข้อความที่ชาวเน็ตกล่าวถึงร่างชายผู้นี้ มีว่า…

“เถ้าถ่านภูเขาไฟห่อหุ้มร่างเขาไว้ ขณะอยู่ในท่าทางที่เขากำลังมีความสุข” “เขาจับไว้มั่นจนนาทีสุดท้าย…ผู้กล้า” “เขาตายขณะถือของรักเอาไว้” “ถ้าคุณรู้ว่าความตายจากภูเขาไฟระเบิดจวนตัวขนาดนั้น คุณจะใช้เวลาที่เหลือบนโลกทำอะไร” ฯลฯ

การระเบิดของภูเขาไฟครั้งนั้น ทำให้มีซากของผู้คน สัตว์ สิ่งของ ที่ถูกเถ้าภูเขาไฟห่อหุ้มไว้ในอาการสุดท้ายก่อนสิ้นใจ แต่กรณีที่นำไปสู่การตั้งชื่อว่า “ตายอย่างมีสุข” ขณะช่วยตัวเองอยู่นั้น กลับทำให้เกิดความกังขาไปทั่ว


ปล่องภูเขาไฟวิสุเวียส ในอิตาลี ที่มาของภาพ

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีบทสัมภาษณ์นักวิชาการด้านภูเขาไฟวิทยา ดร.ปิแอร์ เปาโล เปโตรเน (Dr. Pier Paolo Petrone) ที่ยืนยันว่า เหยื่อภูเขาไฟระเบิดรายนี้เสียชีวิตจากความร้อนสูงจนทำให้ช็อก อวัยวะ “สุก” เพราะความร้อนสูงถึง 260 องศาเซลเซียสจากการระเบิดครั้งที่ 4 ของภูเขาไฟ

“ไม่มีทางที่จะเรียกว่า ‘คนกำลังช่วยตัวเอง’ เด็ดขาด” ดร.เปโตรเน กล่าว พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องเสียเวลายิ่งที่ต้องอภิปรายเพื่อยืนยันเรื่องไร้สาระของชาวเน็ต เช่นนี้

“คนในภาพเป็นผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตเพราะคลื่นความร้อนที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ก๊าซร้อนและกลุ่มเถ้าที่พ่นออกมาจากภูเขาไฟ ทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบเสียชีวิตเกือบทั้งหมด แขนและขาบิดงอจากความร้อน” เขาอธิบาย

ส่วนลักษณะที่คล้ายกับท่าทางในการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองของร่างดังกล่าวนั้น ดร.เปโตรเนอธิบายว่า “แขนขาของเหยื่อภูเขาไฟระเบิดที่ปอมเปอีส่วนใหญ่ มักจะอยู่ในท่า “แปลก ๆ” เสมอ เนื่องมาจากการหดตัวของแขนขาที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนที่มีต่อร่างกายหลังตายแล้ว” เรียกได้ว่า เป็นท่าที่เกิดขึ้นหลังจากบุคคลนั้นตายลง ไม่ใช่ท่าที่เป็นอยู่ในขณะสิ้นใจ


ใช่เพียงร่างมนุษย์ แต่กับสุนัขที่ตายจากคลื่นความร้อนก็มีลักษณะไม่ต่างกัน
ที่มาของภาพ


ทั้งนี้ ข้อมูลทางวิชาการสรุปได้ว่า นักโบราณคดีพบร่างเหยื่อที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่ปอมเปอี เมื่อ ค.ศ.79 เท่าที่ค้นพบแล้วมีอยู่ 1,150 ร่าง ในจำนวนนี้มี 394 ร่างที่เสียชีวิตจากการถูกหินภูเขาไฟ และโครงสร้างอาคารพังทับจนตาย ที่เหลืออีก 756 ร่าง เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนสูงจากการระเบิด รวมไปถึงก๊าซร้อนและเถ้าที่พ่นออกมาจากภูเขาไฟที่เคลื่อนที่ด้วยอัตราความเร็วหลายร้อยไมล์ต่อชั่วโมง

เถ้าและก๊าซอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการขาดอากาศหายใจ (asphyxiation) หรืออาจทำให้เสียชีวิตจากความร้อนสูงจนร่าง “สุก” ผลที่ตามมาคือ เกิดการแข็งตัวของกล้ามเนื้อทันทีอย่างที่เกิดขึ้นกับการแข็งตัวของศพ


ร่างเหยื่อภูเขาไฟวิสุเวียสจำนวนมากในท่า “แปลก ๆ” ที่เกิดจาการแข็งตัวของกล้ามเนื้อหลังสิ้นใจ ได้รับการนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ที่มาของภาพ

แม้นักภูเขาไฟวิทยาผู้ใช้เวลากว่า 25 ปี ศึกษาร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยเถ้าแห่งปอมเปอีรายนี้อาจกล่าวถูกต้อง แต่ชาวเน็ตก็ยังไม่ยอมแพ้ด้วยการบิดประเด็นว่า “คิดแล้วก็อดขำไม่ได้ว่า ชายคนนั้นอาจอยากช่วยตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตายก็ได้”

ถึงรู้อยู่ว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ครั้ง แรกและย่อมไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของชาวเน็ตที่ “มโน” กันไปก็ตาม แต่เมื่อวิทยาศาสตร์คือการอธิบายด้วยหลักเหตุผลที่ตรวจสอบได้ และเมื่อประวัติศาสตร์คือ เรื่องของข้อมูลจากอดีตที่มีหลักฐานรองรับ โดยพยายามใช้จินตนาการ (ที่ปราศจากหลักฐานและเหตุผล) ให้น้อยที่สุดแล้ว ก็เชื่อว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นแค่กระแสที่รอวันถูกลืมไปพร้อมกับการเกิดขึ้นของ “มโน” รายใหม่ต่อไปอีก ตราบที่ชาวเน็ตส่วนใหญ่ยังอาศัยสื่อออนไลน์เป็นแค่แหล่งระบายอารมณ์อยู่ตราบนั้น

อาการมโนปนขำขันเรื่องนี้ ถึงจะไม่มีใครถือเป็นจริงเป็นจัง เพราะเห็นว่าเป็นความตลกชั่วครู่ชั่วยาวก็ตาม กระนั้นก็นับเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่แสดงวัฒนธรรมการเลียนแบบของผู้คนในโลกออนไลน์ได้ดี ไม่แพ้อีกหลายเรื่องเลยทีเดียว

หมายเหตุ
เรื่องการตีความแบบนึกทึกทักเอาเองมิใช่มีเพียงเรื่องนี้ กรณี “สองสาวน้อย” ก็เป็นตัวอย่างที่ดีอีกตัวอย่างหนึ่ง ดูเพิ่มเติมที่นี่ http://www.gypzyworld.com/article/view/647


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.bbc.co.uk/bbcthree/item/dfc9cea4-137b-440f-aa8c-5a16d7cb4f4d
https://www.dailydot.com/unclick/pompeii-masturbator-vesuvius-volcano-meme/
https://instagram.com/p/BVHhxpyhlPo http://www.complex.com/life/2017/07/pompeii-masturbator-meme https://www.reddit.com/r/funny/comments/6l1uq8/masturbating_man_pompeii_79_ce/