Art World

26 ปี…ปิดคดีนาซีปล้น “ศิลป์ทราม”

80 ปีก่อน นาซียึดภาพเขียนจำนวนมากด้วยข้อหาว่าเป็น “ศิลป์ทราม” ทายาทของผู้ครอบครองผลงานที่ถูกปล้นไป ต้องใช้เวลากว่า 20 ปี ฟ้องร้องจนคดีถึงที่สุด

(26 ก.ค. 2560)--หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ รายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์พรรคนาซียึดตัวอย่างงาน “ศิลป์ทราม” (degenerate art) เมื่อ 80 ปีที่ผ่านมา ก็มีต่อสู้ทางกฎหมายอยู่หลายปี และคดีก็มาถึงที่สุด

คดีที่ทายาทของโซฟี ลิซซิตสกี-คึบเพิร์ส (Sophie Lissitzky-Küppers, สกุลเดิม ชไนเดอร์) นักประวัติศาสตร์ศิลปะ ฟ้องร้องครั้งนี้ได้รับการบันทึกว่า เป็นคดีที่เกี่ยวกับการยึดผลงานศิลปะโดยพรรคนาซี ซึ่งมีการต่อสู้ในชั้นศาลยาวนานที่สุดของเยอรมนี


โซฟี ลิซซิตสกี-คึบเพิร์ส นักประวัติศาสตร์ศิลปะชาวเยอรมัน ผู้มีชีวิตบั้นปลายที่น่าสงสารยิ่งนัก (ภาพนี้ถ่ายเมื่อ ค.ศ. 1932)
ที่มาของภาพ


ทั้งนี้ เมื่อ ค.ศ. 1919 พอล คึบเพิร์ส (Paul Küppers) สามีของโซฟี ซื้อภาพ “ตำนานหนองน้ำ” (Swamp Legend) จาก พอล คลี (Paul Klee) หลังจากศิลปินผู้นี้วาดภาพดังกล่าวเสร็จไม่นาน ภาพดังกล่าวเป็นภาพสีน้ำมันขนาดเล็ก ศิลปินใช้สีสันสดวาดภาพนามธรรมออกมาตามแนวคิวบิสม์ (cubism)


ภาพ “ตำนานหนองน้ำ” (ค.ศ. 1919) ผลงานของพอล คลี ที่ถูกนาซีปล้น ที่มาของภาพ

หลังจากสามีเสียชีวิตด้วยวัณโรค เมื่อ ค.ศ. 1922 สี่ปีต่อมา ลิซซิตสกี-คึบเพิร์ส ก็ออกจากเยอรมนีไปอยู่ที่รัสเซีย และให้พิพิธภัณฑ์แห่งเมืองฮันโนเวอร์ (Hanover) ยืมภาพดังกล่าว ตลอดจนงานศิลปะชิ้นอื่น ๆ ในครอบครอง (ภาพเขียน 20 ชิ้นและประติมากรรม 1 ชิ้น) ไปจัดแสดงเรื่อยมา จนกระทั่งพรรคนาซีเห็นว่าไม่นานศิลปะสมัยใหม่ทั้งหมดจะทำค่านิยมแบบนาซีตกต่ำลงอย่างแน่นอน จึงยึดบรรดางานศิลปะราว 20,000 ชิ้น รวมถึงภาพ “ตำนานหนองน้ำ” ที่พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวด้วย

จากนั้นในฤดูร้อน ค.ศ. 1937 มีการนำภาพดังกล่าวไปจัดแสดงร่วมกับงาน “ศิลป์ทราม” จำนวนมากที่ยึดมาจากพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ นิทรรศการที่จัดโดยพรรคนาซีเพื่อประณามและลดคุณค่างานศิลปะเหล่านั้น ซึ่งกรณีของภาพ “ตำนานหนองน้ำ” ถูกเรียกว่าเป็นผลงานของ “คนโรคจิต”


นิทรรศการ “ศิลป์ทราม” ของนาซีที่มิวนิก เมื่อ ค.ศ. 1937 ภาพ “ตำนานหนองน้ำ” ของพอล คลี จัดแสดงไว้ที่ตำแหน่งกลาง-ล่างบนผนังดาดา (Dada) ที่มาของภาพ


อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำพรรคนาซีขณะกำลังชมนิทรรศการ “ศิลป์ทราม” เมื่อ ค.ศ. 1937 บุรุษสวมเสื้อคลุมถือหมวกที่อยู่กลางภาพ คือ เพาล์โยเซฟ เกิบเบลส์ (Paul Joseph Goebbels) ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาแถลงข่าวและโฆษณาชวนเชื่อ เขาเปรียบได้กับมือซ้ายของฮิตเลอร์ ที่มาของภาพ

หลังจากนิทรรศการเสร็จสิ้นแล้ว มีหลักฐานว่า ดร.ฮิลเดบรานด์ กูร์ลิตต์ (Dr. Hildebrand Gurlitt) สมาชิกพรรคนาซีที่มีชื่อเสียงไม่สู้ดีนัก แถมยังเป็นนายหน้าซื้อขายงานศิลปะ เป็นผู้ซื้อภาพดังกล่าวไป ต่อมาเปลี่ยนมือไป 3 ครั้ง จนในที่สุดนครมิวนิกและมูลนิธิศิลปะซื้อไปเมื่อ ค.ศ. 1982


ดร.ฮิลเดบรานด์ กูร์ลิตต์ (กลาง) นายหน้าซื้อขายงานศิลปะ หนึ่งในผู้ซื้อภาพ “ตำนานหนองน้ำ” ก่อนจะเปลี่ยนมือไปยังเจ้าของ
รายอื่นๆ ที่มาของภาพ


ส่วนที่รัสเซีย ลิซซิตสกี-คึบเพิร์ส ซึ่งไม่เคยได้งานศิลปะชิ้นใดคืนมาเลย กลับถูกเนรเทศไปอยู่ไซบีเรีย เพียงเพราะเป็นชาวเยอรมัน และต้องสิ้นใจในสภาพยากจน ตั้งแต่ ค.ศ. 1978

ทว่า ลูกและหลานของเธอไม่ย่อท้อ พวกเขาฟ้องร้องนครมิวนิกให้ยึดภาพดังกล่าวกลับคืนมาจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะสาธารณะ แต่แล้วในการพิจารณาของศาล นครมิวนิกเป็นฝ่ายชนะคดีโดยอ้างว่า เมื่อตอนซื้อภาพดังกล่าวนั้น ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นของที่ถูกขโมยมา แม้แต่เมื่อเยอรมนีลงนามในข้อตกลงนานาชาติ เมื่อ ค.ศ. 1998 ที่กำหนดให้พิพิธภัณฑ์สาธารณะต้องให้ความยุติธรรมแก่เจ้าของที่แท้จริง ในกรณีที่งานศิลปะถูกนาซีปล้นไป นครมิวนิกกลับต่อสู้ว่า “ข้อตกลงดังกล่าว ใช้บังคับเฉพาะกับงานศิลปะที่ยึดมาจากชาวยิว ไม่ใช่ผลงานที่ถูกกวาดล้างในข้อหาเป็น ‘ศิลป์ทราม’”

คดียังคงดำเนินเรื่อยมา จนกระทั่งมีนักวิจัยค้นพบเอกสาร เมื่อ ค.ศ. 1938 ที่แสดงว่า พรรคนาซีมีแนวโน้มจะคืนงานศิลปะที่ยึดมาจากลิซซิตสกี-คึบเพิร์สและคนอื่น ๆ ที่เป็นคนของต่างชาติ (ลิซซิตสกี-คึบเพิร์ส ได้รับสิทธิดังกล่าว เพราะเมื่อย้ายไปอยู่รัสเซีย ใน ค.ศ. 1926 เธอแต่งงานใหม่กับชาวรัสเซีย) ซึ่งในเวลานั้น นาซีมีความคิดว่า “เราต้องคืนสมบัติของต่างชาติ”


พิพิธภัณฑ์ลีนบักเฮาส์ (Lenbachhaus) สถานที่จัดแสดงภาพ “ตำนานหนองน้ำ” และงานศิลปะอีกจำนวนมาก ที่มาของภาพ

เอกสารดังกล่าวนำไปสู่การยุติคดีระหว่างทายาทของลิซซิตสกี-คึบเพิร์สกับนครมิวนิกด้วยข้อตกลงที่ว่า ภาพ “ตำนานหนองน้ำ” จะจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ลีนบักเฮาส์ (Lenbachhaus) ต่อไป แต่นครมิวนิกต้องจ่ายเงินให้กับทายาทเท่ากับมูลค่าของภาพเขียนดังกล่าว ซึ่งคาดกันว่าเป็นเงินประมาณ 2–4 ล้านยูโร (2.33–4.65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

ยิ่งไปกว่านั้น พิพิธภัณฑ์ต้องยินยอมเพิ่มคำอธิบายรายละเอียดของภาพดังกล่าว โดยระบุว่าผู้เป็นเจ้าของ คือ ลิซซิตสกี-คึบเพิร์ส และภาพดังกล่าวถูกนาซีปล้นไป ไว้บนป้ายนิทรรศการและรายการศิลปวัตถุ (catalague) ของพิพิธภัณฑ์ด้วย ซึ่งถือว่า “สำคัญอย่างยิ่งต่อผู้เป็นทายาทของลิซซิตสกี-คึบเพิร์ส”


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.smithsonianmag.com/smart-news/legal-fight-over-nazi-looted-painting-ends-after-26-years-180964244/?no-cache%2F%3Futm_source=facebook.com&utm_medium=socialmedia
https://www.nytimes.com/2017/07/26/arts/design/after-26-years-munich-settles-case-over-a-klee-looted-by-nazis.html
https://news.artnet.com/art-world/nazi-looted-paul-klee-settlement-1033238

http://www.smithsonianmag.com/smart-news/germany-reworking-commission-handles-restitution-nazi-looted-art-180960087/