Inventions That Changed the World

สงครามคาเดชกับสนธิสัญญาสงบศึกฉบับแรกของโลก

เมื่อกล่าวถึงเรื่องราวของสงครามในหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าสามพันปีของชาวไอยคุปต์ คงจะไม่มีสงครามครั้งไหนยิ่งใหญ่ไปกว่าศึกสงครามคาเดช (Qadesh) ในยุคสมัยของฟาโรห์รามเสสที่ 2 (Ramses II) ผู้เกรียงไกรแห่งราชวงศ์ที่ 19 ในสมัยอาณาจักรใหม่เมื่อประมาณ 1,274 ปีก่อนคริสตกาลเป็นแน่แท้ ศัตรูตัวฉกาจของฟาโรห์รามเสสที่ 2 คือ ชนเผ่าฮิตไทต์ (Hittite) ซึ่งในขณะนั้นกำลังครองความเป็นใหญ่อยู่ในพื้นที่ของประเทศตุรกีปัจจุบัน


ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ประทับบนรถศึกออกสู้รบกับพวกฮิตไทต์ในศึกสงครามคาเดช
ที่มาของภาพ


เดิมทีในรัชสมัยของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมนนั้น อียิปต์และฮิตไทต์ยังคงรักใคร่ชอบพอกันอยู่ ด้วยเรามีหลักฐานจากพระราชสาส์นที่พระนางอังค์เซนอมุน (Ankhsenamun) มเหสีของตุตันคาเมนส่งไปให้กับกษัตริย์แห่งฮิตไทต์เพื่อขอเจ้าชายมาสมรสด้วย หลังจากที่ยุวฟาโรห์เกิดสิ้นพระชนม์ไปอย่างไม่คาดฝัน และเมื่อดูจากการตอบรับของฝ่ายฮิตไทต์ที่ยอมส่งเจ้าชายซันนันซา (Zannanza) มายังอียิปต์แต่โดยดี นั่นหมายความว่า ฮิตไทต์ยังคงเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นต่อแดนฟาโรห์ในสมัยของตุตันคาเมน แต่ดูเหมือนว่า การส่งตัวเจ้าชายซันนันซาจะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะว่าเจ้าชายซันนันซาเดินทางมาไม่ถึงอียิปต์ ด้วยว่าฟาโรห์องค์ต่อไปคือ “อัย” (Ay) เสนาบดีเฒ่าได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากตุตันคาเมน แต่ไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับซันนันซา บ้างก็ว่ากันว่าเจ้าชายจากฮิตไทต์อาจจะถูกนายพลฮอร์เอมเฮบ (Horemheb) ว่าที่ฟาโรห์องค์ต่อไปสังหารระหว่างทางแล้วก็เป็นได้ และนี่อาจจะเป็นชนวนความบาดหมางระหว่างอียิปต์กับฮิตไทต์ที่ปะทุต่อเนื่องยาวนาน ไปจนถึงรัชสมัยการครองราชย์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 นั่นเอง


แผนผังแสดงให้เห็นจังหวะที่กองทหารของฮิตไทต์บุกเข้าตีกองทัพเทพเจ้ารากลางขบวนจนแตกกระเจิง ที่มาของภาพ

ในช่วงการครองราชย์ของฟาโรห์เซติที่ 1 (Seti I) พระบิดาของรามเสสที่ 2 นั้น อียิปต์กับฮิตไทต์ก็ได้ทำสงครามแย่งชิงดินแดนกันบ้างแล้ว เซติที่ 1 สามารถยึดครองดินแดนที่เรียกว่า “คาเดช” (Qadesh) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณประเทศซีเรียปัจจุบันเอาไว้ได้เป็นที่เรียบร้อย แต่เมื่อถอนทหารออกมา ชาวฮิตไทต์ก็กลับเข้าไปยึดเมืองคาเดชเอาไว้ได้อีกครั้ง นครแห่งนี้คือ จุดสำคัญในทางยุทธศาสตร์ เพราะเป็นจุดศูนย์กลางในการควบคุมเส้นทางการค้าจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ดังนั้นการยึดครองนครคาเดชเอาไว้ภายใต้การปกครอง จึงเปรียบเสมือนเส้นทางสู่ความมั่งคั่งของอาณาจักร อียิปต์และฮิตไทต์จึงหมายปองที่จะยึดนครคาเดชมาเป็นของตน และเมื่อต่างฝ่ายต่างต้องการที่จะมีชัยเหนือดินแดนแห่งนี้ “สงคราม” จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้


ภาพวาดแสดงให้เห็นว่า ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ได้รับความช่วยเหลือจากเทพเจ้าอมุนจนสามารถตีฝ่าวงล้อมของพวกฮิตไทต์ออกมาได้สำเร็จ ที่มาของภาพ

สงครามคาเดชปะทุขึ้นตั้งแต่ปีที่ 5 แห่งการครองราชย์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 พระองค์นำทัพใหญ่อันประกอบไปด้วยทหารมหาศาลถึง 20,000 นาย แบ่งเป็น 4 กองทัพ ทัพละ 5,000 นาย ตั้งชื่อกองด้วยพระนามของเทพเจ้าเพื่อปลุกขวัญและกำลังใจประกอบไปด้วยกองที่ใช้ชื่อของเทพเจ้าอมุน (Amun) รา (Ra) พทาห์ (Ptah) และเซธ (Seth) เมื่อทหารพร้อม รามเสสที่ 2 ก็ยกทัพขึ้นเหนือไปตั้งค่ายพักแรมห่างจากนครคาเดชเพียงแค่ประมาณ 16 กิโลเมตรเท่านั้น เมื่อตั้งค่ายเรียบร้อย ทหารของฝ่ายอียิปต์ก็สามารถจับสายลับชาวเบดูอินมาได้ 2 นาย เมื่อไต่สวนก็ทราบว่าชาวฮิตไทต์กำลังตั้งทัพรออยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปทางเหนือราว 100 กิโลเมตร เมื่อได้ยินความลับนั้น มีหรือรามเสสที่ 2 ผู้เกรียงไกรจะทนอยู่นิ่งเฉยได้ไหว พระองค์เคลื่อนพลทันที เพื่อหมายจะถล่มค่ายของฮิตไทต์ให้ราบคาบ


ภาพสลักแสดงให้เห็นป้อมค่ายของนครคาเดชที่โอบล้อมไปด้วยแม่น้ำ ที่มาของภาพ

รามเสสที่ 2 พร้อมด้วยเหล่าทหารจากกองทัพเทพอมุน 5,000 นาย เคลื่อนพลขึ้นเหนือข้ามแม่น้ำโอรอนเตส (Orontes) เพื่อเตรียมโจมตีค่ายฮิตไทต์แบบสายฟ้าแลบ ทว่า หลังจากนั้นไม่นานทหารของอียิปต์ก็จับสายลับได้อีกกลุ่มหนึ่ง และพบว่ารามเสสที่ 2 “ติดกับ” พวกฮิตไทต์เข้าอย่างจัง ด้วยว่าสายลับชุดแรกนั้น ส่งมาเพื่อหลอกล่อให้ฝ่ายอียิปต์เข้าใจผิดจนเคลื่อนพลเข้าไปหา “กับดัก” ที่ฝ่ายฮิตไทต์วางเอาไว้ และมันก็ได้ผลเสียด้วย! กองทหารของฝ่ายฮิตไทต์นำโดยกษัตริย์มูวาตัลลิส (Muwatallis) พร้อมด้วยทหารราบสองกอง รวมแล้ว 37,000 นาย รถศึกเทียมม้าอีก 2,500 คัน พร้อมอาวุธที่ทำจาก “เหล็ก” อันแสนแข็งแกร่ง พุ่งเข้าโจมตีกองทัพเทพราที่เคลื่อนพลตามทัพเทพอมุนมาติดๆ แต่ทหารอียิปต์กลับไม่รู้เลยว่ากำลังเคลื่อนทัพไปสู่หายนะครั้งใหญ่ ผลลัพธ์ก็คือกองทหารของอียิปต์แตกกระเจิง กองทัพแห่งเทพอมุนเหลือทหารอยู่ไม่กี่นายเท่านั้น ฟาโรห์รามเสสที่ 2 อยู่ในสถานการณ์คับขัน พระองค์คิดทางออกสุดท้ายได้นั่นก็คือ การสวดอ้อนวอนขอพลังจากเทพเจ้าอมุนเพื่อตีฝ่าวงล้อมของพวกฮิตไทต์ออกมา นักอียิปต์วิทยาทราบถึงเหตุการณ์อันแสนระทึกในครั้งนี้ด้วยว่า รามเสสที่ 2 ได้บันทึกถึงความช่วยเหลือจากเทพเจ้าอมุนเอาไว้ว่า “เทพเจ้าอมุนทรงเอ่ยเรียกข้าอยู่เบื้องหลัง ท่านกล่าวว่า ‘ลุยออกไปเลย ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า!!’” และนั่นทำให้ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ตีฝ่าวงล้อมของฮิตไทต์ออกมาได้สำเร็จ แต่ผลลัพธ์ของสงครามในครั้งนั้นอียิปต์ยังไม่สามารถยึดครองดินแดนคาเดชเอาไว้ได้แต่อย่างใด และในขณะเดียวกันทางฝ่ายฮิตไทต์ก็ได้ถอยร่นกลับไปด้วยเช่นกัน เรียกว่าบทสรุปของสงครามคาเดชในครั้งแรกกับกษัตริย์มูวาตัลลิสแห่งฮิตไทต์นี้จบลงด้วยการ “ถอยคนละก้าว” เท่านั้นเอง


สนธิสัญญาสงบศึกรูปแบบของอียิปต์สลักเอาไว้บนผนังวิหารคาร์นัคในเมืองธีบส์
ที่มาของภาพ


ถัดมาในสมัยการครองราชย์ของกษัตริย์ฮัตตูซิลลิสที่ 3 (Hattusillis III) แห่งฮิตไทต์ ทั้งสองอาณาจักรต่างก็คิดเห็นตรงกันว่า ถ้ายังคงสู้กันต่อไปแบบนี้ก็คงจะมีแต่เสียกับเสีย เพราะอียิปต์เองก็คงจะไม่สามารถยึดครองดินแดนทางตอนเหนือได้ แถมฮิตไทต์ก็มีมหาอำนาจอย่างชาวอัสซีเรียกำลังขยายดินแดนอยู่ทางฝั่งตะวันออก และฮิตไทต์คงจะไม่สามารถรับศึกสองด้านได้แน่ เมื่อได้ความดังนั้น “สนธิสัญญาสงบศึกฉบับแรกของโลก” ระหว่างอียิปต์กับฮิตไทต์จึงได้ถือกำเนิดขึ้นในปีการครองราชย์ที่ 21 ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ทางฝ่ายฮิตไทต์มีการส่งธิดาของตนเองถึงสองพระองค์มาอภิเษกสมรสกับฟาโรห์รามเสสที่ 2 เพื่อเป็นการเจริญสัมพันธไมตรีว่า ทั้งสองอาณาจักรจะเป็นพันธมิตรกันนับแต่นี้ต่อไป


สนธิสัญญาสงบศึกรูปแบบของฮิตไทต์สลักเอาไว้ด้วยอักษรลิ่มบนแผ่นดินเหนียว
ที่มาของภาพ


แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่นักวิชาการค้นพบก็คือ สนธิสัญญาสงบศึกนี้มีอยู่
2 รูปแบบด้วยกัน รูปแบบแรกคือ จารึกจากทางฝ่ายของอียิปต์ซึ่งฟาโรห์รามเสสที่ 2 ได้สั่งให้สลักเอาไว้บนผนังวิหารต่างๆ ของเมืองธีบส์ โดยเฉพาะมหาวิหารคาร์นัค รูปแบบที่สองเป็นของฝ่ายฮิตไทต์ที่จารึกเอาไว้ด้วยอักษรลิ่มบนแผ่นดินเหนียวที่นครหลวงของฮิตไทต์ แต่ข้อเท็จจริงอันแสนแสบสันก็คือ สนธิสัญญาสงบศึกของทางอียิปต์กล่าวว่า กษัตริย์ฮิตไทต์เป็นฝ่ายร้องขอสงบศึกก่อน แต่ฉบับของฮิตไทต์กลับให้ข้อมูลตรงกันข้ามว่า ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ต่างหากเล่าที่เป็นคนส่งทูตมาเจรจากับฮิตไทต์ก่อน แหม่... สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครยอมใครจริงๆ สินะเนี่ย...


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.ancient.eu/Kadesh
Website: https://www.britannica.com/event/Battle-of-Kadesh
Website: http://www.reshafim.org.il/ad/egypt/
ramseskadeshcampaign.htm
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/kadesh.htm
Website: http://www.reshafim.org.il/ad/egypt/ramses-hattusili-treaty.htm
Website: http://www.reshafim.org.il/ad/egypt/egyptian-hittite-peace-treaty.htm