World Clvilization

ค้นพบหอคอยกะโหลกมนุษย์ใจกลางเมืองหลวงจักรวรรดิแอสเท็กซ์

คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า ใต้ผืนดินของนครเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก อดีตเมืองหลวงของจักรวรรดิแอสเท็กซ์อันเกรียงไกรเมื่อหลายร้อยปีก่อน ยังคงซุกซ่อนหลักฐานทางโบราณคดีอันน่าขนหัวลุกเอาไว้อีกนับไม่ถ้วน เราทราบกันดีว่า ชาวแอสเท็กซ์เป็นชนเผ่าที่โหดร้าย พวกเขามีพิธีกรรมบูชายัญมนุษย์อันน่าสยดสยอง ซึ่งหลักฐานที่แสดงออกในเรื่องนี้ได้ชัดเจนที่สุดก็คือ สิ่งที่เรียกว่า “ราวแขวนกะโหลก” หรือที่เรียกกันในภาษานาวาเติล (Nahuatl) ของชาวแอสเท็กซ์ว่า “ทซมปันทลิ” (Tzompantli) นั่นเอง



อีกหนึ่งภาพวาดทซมปันทลิจากเอกสารยุคล่าอาณานิคมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16
ที่มาของภาพ


ทซมปันทลิคือ ราวแขวนกะโหลกที่ชนเผ่าในเมโสอเมริกา ไม่เพียงแค่ชาวแอสเท็กซ์ ทว่า รวมถึงชาวมายาโบราณ และชาวทอลเท็กซ์ใช้เพื่อ “โชว์” กะโหลกมนุษย์ของเหยื่อ ซึ่งอาจจะเป็นข้าศึกผู้โชคร้าย ในช่วงที่ชาวสเปนยุคล่าอาณานิคมบุกเข้าไปยังประเทศเม็กซิโก เมืองหลวงของจักรวรรดิแอสเท็กซ์ เมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 16 นั้น พวกเขาก็ต้องอกสั่นขวัญแขวน เมื่อได้เผชิญหน้ากับราวแขวนกะโหลกอันน่าสะพรึงกลัว เอกสารที่จดบันทึกในยุคล่าอาณานิคม แสดงภาพของราวแขวนกะโหลกเช่นนี้มากมาย นอกจากนั้นอันเดรส เด ทาปีอา (Andres de Tapia) หนึ่งในนายทหารที่ติดตามคณะของเฮอร์นันโด คอร์เตส (Hernando Cortes) เข้าไปในเม็กซิโกก็ได้พูดถึงราวแขวนกะโหลกเอาไว้ด้วยเช่นกัน โดยเขาได้จดบันทึกเอาไว้ว่า กะโหลกที่แขวนอยู่บนราวนั้นมีมากมายมหาศาลถึงกว่าหนึ่งแสนชิ้นเลยทีเดียว! จากการขุดค้นทางโบราณคดีในเม็กซิโกตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาก็ช่วยยืนยันว่า ภาพที่ปรากฏในเอกสารยุคล่าอาณานิคมเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่จินตนาการ เพราะราวแขวนกะโหลก และอาคารที่ “จัดแสดง” กะโหลกของเหยื่อผู้โชคร้ายนั้นมีอยู่จริง แถมยังกระจัดกระจายออกไปทั่วอาณาจักรของเมโสอเมริกาอีกด้วย


ภาพวาดราวแขวนกะโหลกหรือทซมปันทลิ จากเอกสารยุคล่าอาณานิคม ในปี ค.ศ. 1587 ที่มาของภาพ

จากหลักฐานที่ค้นพบทำให้นักโบราณคดีทราบว่า เมื่อนักบวชชาวแอสเท็กซ์สังหารเหยื่อผู้โชคร้ายของเขาแล้ว จะนำกะโหลกมาเจาะรูเอาไว้ทั้งสองข้าง ซ้าย-ขวา เพื่อให้สามารถร้อยเข้าไปในราวได้คล้ายกับเรากำลังร้อยลูกปัด เมื่อกะโหลกเข้าไปอยู่ในที่ทางของมันด้วยจำนวนที่เหมาะสมแล้ว นักบวชก็จะนำไม้สองแผ่นมาประกบปิดหัวปิดท้ายเอาไว้ให้เป็นโครงขนาดยักษ์ที่ละลานตาไปด้วยกะโหลกชวนสยอง ซึ่งสามารถข่มขวัญศัตรูของชาวแอสเท็กซ์ และแสดงให้เห็นถึงความองอาจทางการทหารของพวกเขาได้เป็นอย่างดี


ส่วนหนึ่งของกะโหลกจากโครงสร้างหอคอยกะโหลกขนาดใหญ่ที่นักโบราณคดีเพิ่งค้นพบ ที่มาของภาพ

นักโบราณคดีจากสถาบันมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์แห่งชาติ (INAH) ได้เริ่มต้นโครงการขุดค้นใกล้กับมหาวิหารเทมพลอ มายอร์ (Templo Mayor) ในกรุงเม็กซิโกซิตี อันเป็นที่ตั้งของมหานครทีโนชติตลาน (Tenochtitlan) เมืองหลวงของจักรวรรดิแอสเท็กซ์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 พวกเขาเพิ่งค้นพบหลักฐานสำคัญที่อาจจะเปลี่ยนความเข้าใจของเราต่อวัฒนธรรมการบูชายัญของชาวแอสเท็กซ์นั่นก็คือ “หอคอย” ทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลางราว 6 เมตร ประดับโดยรอบด้วยกะโหลกมนุษย์ เท่าที่ค้นพบแล้วจำนวนมากถึง 676 ชิ้น เดิมทีนักโบราณคดีเสนอกันว่า กะโหลกเหล่านี้น่าจะเป็นของนักรบผู้ปราชัยที่ถูกจับมาบูชายัญ ก่อนจะนำกะโหลกมาจัดเรียงเอาไว้ เพื่อข่มขวัญศัตรู เหมือนราวแขวนกะโหลกชิ้นอื่นๆ ทว่า ข้อเท็จจริงที่ค้นพบจากหอคอยขนาดยักษ์ ทำให้นักโบราณคดีต้องกลับมาคิดทบทวนกันใหม่อีกครั้ง


กะโหลกที่ค้นพบแล้วจำนวน 676 ชิ้น ถูกนำมาฉาบด้วยปูนขาวเรียงต่อกันเป็นอาคารทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลางราว 6 เมตร
ที่มาของภาพ


กะโหลกที่เคยค้นพบในอดีตนั้น ล้วนเป็นของบุรุษทั้งสิ้น แต่หอคอยกะโหลกที่ชาวแอสเท็กซ์สร้างขึ้นมา บริเวณหัวมุมของห้องพิธีแห่งเทพเจ้าเวทเซลโอพอคทลิ (Huitzilopochtli) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งดวงสุริยา สงครามและการบูชายัญกลับมีกะโหลกของ “เด็กและสตรี” ปรากฏอยู่ด้วย นั่นจึงทำให้นักโบราณคดีต้องตามหาคำอธิบายกันยกใหญ่ว่า เหตุใดจึงมีกะโหลกของเด็กและสตรีปะปนมากับกะโหลกของบุรุษนักรบได้ นั่นจะหมายความว่า เด็กและสตรีเคยต้องออกรบด้วยหรือไม่ หรือจะหมายความว่า เหยื่อในการบูชายัญจะไม่ได้มีเพียงแค่บุรุษอกสามศอกเท่านั้นกันแน่ แต่คำถามอันแสนซับซ้อนนี้คงต้องใช้เวลาในการค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำมาวิเคราะห์กันอีกสักพักใหญ่ๆ แน่นอน


แหล่งขุดค้นทางโบราณคดีตั้งอยู่บริเวณโบสถ์ใกล้กับมหาวิหารเทมพลอ มายอร์ของชาวแอสเท็กซ์ ที่มาของภาพ


ส่วนหนึ่งของกะโหลกที่นักโบราณคดีนำมาศึกษาพบว่า มีกะโหลกของเด็กและสตรีปะปนอยู่กับกะโหลกของบุรุษนักรบด้วย
ที่มาของภาพ


นักโบราณคดีเสนอกันว่า หอคอยกะโหลกนี้น่าจะสร้างขึ้นมาในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1485 ถึง ค.ศ. 1502 โดยวิธีการสร้างแตกต่างออกไปจากราวแขวนกะโหลกเล็กน้อย ด้วยว่านักบวชไม่ได้เพียงแค่นำกะโหลกมาร้อยเรียงต่อกันง่ายๆ อีกต่อไป ทว่า เป็นการฉาบกะโหลกจำนวนมหาศาลด้วยปูนขาวให้เชื่อมติดกันเป็นโครงสร้างขนาดมหึมา ถึงแม้ว่านักโบราณคดีจะทราบถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแล้ว แต่พวกเขายังไม่รู้แน่ชัดว่า หอคอยนี้จะมีความลึกลงไปอีกเท่าไรกันแน่ เพราะในปัจจุบันพวกเขายังขุดค้นลงไปไม่ถึงระดับฐานรากของอาคารเลยด้วยซ้ำ นักโบราณคดีเสนอว่า หอคอยนี้อาจจะบรรจุกะโหลกเอาไว้มากถึงกว่าหกหมื่นชิ้น ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะค้นพบกะโหลกแล้วเพียงแค่ 676 ชิ้นก็ตาม แต่เชื่อสิว่าในอนาคตอันใกล้นี้ กะโหลกอีกจำนวนมหาศาลใต้พื้นดินจากหอคอยสยองขวัญใจกลางอดีตเมืองหลวงของจักรวรรดิแอสเท็กซ์นี้ จะต้องเผยโฉมออกมาให้พวกเราได้ทึ่งกันอีกอย่างแน่นอน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: http://www.ancient-origins.net/news-history-archaeology/gruesome-remains-aztec-skull-tower-discovered-mexico-include-women-and-021474?nopaging=1
Website: http://www.smithsonianmag.com/smart-news/aztec-skull-tower-contains-remains-women-and-children-180963905
Website: http://www.bbc.com/news/world-latin-america-40473547
Website: https://www.thesun.co.uk/news/3928951/aztec-shrine-skulls-women-and-children-mexico-city
Website: https://www.reuters.com/article/us-mexico-archaeology-skulls-idUSKBN19M3Q6
Website: https://arstechnica.com/science/2017/07/archaeologists-uncover-tenochtitlans-legendary-tower-of-skulls