Animal and Monster World

บทบาทอันน่าทึ่งของ 'แมลงวัน' ในอียิปต์โบราณ

Quick Facts

เชื่อไหมว่า แมลงตัวเล็กๆ ที่บินฉวัดเฉวียนสร้างความรำคาญให้กับพวกเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างเจ้า 'แมลงวัน' นั้น จะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชาวอียิปต์โบราณเมื่อหลายพันปีก่อน สำหรับชาวไอยคุปต์แล้ว พวกเขามองแมลงวันเหล่านี้อย่างไร ?
แมลงวันมีบทบาทในอียิปต์โบราณมาตั้งแต่สมัยก่อนราชวงศ์ (Predynastic Period) หรือเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาลแล้ว เรียกได้ว่าเก่าแก่ร่วมสมัยกับยุคเริ่มต้นของประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณเลยก็ว่าได้ ชาวไอยคุปต์เรียกแมลงวันว่า 'อเฟฟ' (aff) และที่น่าทึ่งยิ่งไปกว่านั้นก็คือ อักษรภาพรูปแมลงวันเป็นหนึ่งในอักษรเฮียโรกลิฟฟิคของชาวไอยคุปต์ด้วย ! พวกเขาแสดงภาพของแมลงวันจากมุมมองด้านบนทำให้เราเห็นเพียงแค่ส่วนของศีรษะและปีกที่ลู่ไปทางด้านหลังเท่านั้น

นักอียิปต์วิทยาค้นพบหลักฐานจากยุคก่อนราชวงศ์เป็นเครื่องรางที่ทำเป็นรูปแมลงวัน คาดว่าอาจจะช่วยให้ผู้สวมใส่ปลอดภัยจากบรรดาแมลงร้ายทั้งปวง สำหรับในยุคราชอาณาจักรเก่า และราชอาณาจักรกลางจะมีการวาดรูปแมลงวันลงไปบนวัตถุสิ่งของที่ใช้ในพิธีกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ทั้งหลาย เช่นบนไม้คทาที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ด้วยเช่นกัน

เครื่องรางรูปแมลงวันจากอียิปต์โบราณสมัยราชอาณาจักรใหม่ ที่มาของภาพ

แต่ที่เจ๋งที่สุดคงจะหนีไม่พ้นบทบาทที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนราชอาณาจักรใหม่ เพราะว่าฟาโรห์จะมอบเครื่องประดับรูป 'แมลงวัน' ที่ทำขึ้นมาจากทองคำให้เหล่าทหาร โดยแมลงวันทองคำนี้เปรียบเสมือนเหรียญกล้าหาญที่แสดงว่าทหารเหล่านั้นได้ยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูในสนามรบแบบไม่มีถอย เหมือนกับเหล่าแมลงวันที่ไล่ตอมไม่เลิกนั่นเอง ช่างเป็นการเปรียบเทียบที่ 'เห็นภาพ' เอาเสียมากๆ และนั่นทำให้เราจินตนาการได้ว่า แมลงวันในสมัยไอยคุปต์ก็ไล่ตอมไม่เลิก จนสร้างความรำคาญได้ไม่ต่างจากแมลงวันในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้

หลักฐานเกี่ยวกับเครื่องประดับรูปแมลงวันทำจากทองคำอย่างประณีตชิ้นหนึ่ง คือสร้อยของ พระนางอาห์โฮเทป (Ahhotep) สมัยราชวงศ์ที่ 17 ตอนปลาย สร้างเป็นรูปแมลงวันตามแบบฉบับอักษรภาพเฮียโรกลิฟฟิค แสดงให้เห็นแมลงวันจากมุมมองด้านบนทั้งหมดสามตัวห้อยร้อยต่อกันด้วยสายสร้อย โดยมีปีกลู่ไปทางด้านหลังดูงดงามไม่น้อยเลยทีเดียว

นอกจากนั้นแล้วชาวไอยคุปต์ยังเชื่อว่า แมลงวันมีพลังพิเศษทางด้านเวทมนตร์อีกด้วย เพราะนักอียิปต์วิทยาพบว่า หนึ่งในคาถาที่นักบวชใช้ร่ายระหว่างพิธีการเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยของคนไข้นั้น จะต้องท่องประโยคที่แปลความหมายได้ว่า “ข้าจะเข้าไปในร่างกายของเจ้าประหนึ่งแมลงวัน ข้าจะมองเห็นร่างกายของเจ้าจากภายใน”

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะว่าชาวไอยคุปต์อาจจะใช้ประโยชน์จากแมลงวันในการรักษาโรคบางชนิดอีกด้วย และวัตถุดิบที่ชาวไอยคุปต์ใช้เพื่อการนี้ ถ้าอ้างอิงตามคำศัพท์ที่พวกเขาเขียนเอาไว้ในปาปิรัสทางการแพทย์เลยก็คือ 'มูลของแมลงวัน' นั่นเอง!

สูตรยาที่กล่าวถึง 'มูลของแมลงวัน' นั้น แท้ที่จริงแล้วอาจจะหมายถึง 'พรอพอลิส' จากผึ้งก็เป็นได้ ที่มาของภาพ

เอ้า! ชาวไอยคุปต์ใช้มูลแมลงวันมาทำอะไร เราลองมาดูกัน สูตรยาลึกลับนี้ปรากฏในปาปิรัสทางการแพทย์ที่มีชื่อว่า 'ปาปิรัสอีเบอร์ส' (Ebers Papyrus) พูดถึงวิธีการรักษาโรคต่างๆ ด้วยสมุนไพร และเวทมนตร์ แต่จะมียาอยู่สูตรหนึ่งที่สามารถช่วยให้เด็กหายจากอาการงอแงได้ สูตรยานี้ระบุว่าให้ใช้ “ส่วนหนึ่งของต้นเชเพน ร่วมกับมูลแมลงวันจากบนผนัง” มาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นให้นำมากรองแล้วก็ 'ดื่ม' ติดต่อกันสี่วัน

คำว่า 'เชเพน' นั้นเป็นภาษาอียิปต์โบราณหมายความถึงฝิ่น นั่นจึงหมายความว่า บางทีส่วนผสมแรกอาจจะหมายถึงเมล็ดของต้นฝิ่นก็เป็นได้ แต่ส่วนผสมที่สอง ถ้าว่ากันตามภาษาอียิปต์โบราณว่า 'เฮส เอน อเฟฟ' แล้วก็จะแปลความหมายตรงตัวได้ว่า 'มูลของแมลงวัน' แถมสูตรนี้บอกว่า ต้องใช้มูลของแมลงวันจาก 'บนผนัง' เสียด้วยสิ

จะว่าไปแล้ว การใช้มูลของสัตว์ชนิดต่างๆ มาเป็นส่วนผสมในสูตรยา ปรากฏให้เห็นหลากหลายครั้งในปาปิรัสทางการแพทย์ของชาวไอยคุปต์ แต่สูตรยาทั้งหลายที่ใช้มูลสัตว์เป็นส่วนผสม ก็ไม่มีสูตรใดที่ให้ 'กิน' มูลนั้นเข้าไปด้วย จะมีก็เพียงแค่สูตรที่ทำให้เด็กหายงอแงนี่ล่ะ ด้วยเหตุนี้นักอียิปต์วิทยาจึงตั้งข้อสงสัยกันว่า การแปลความนี้ถูกต้องแล้วจริงๆ น่ะหรือ?

ดร.เธียรี บาร์ดิเนต (Dr.Thierry Bardinet) ผู้เชี่ยวชาญด้านการถอดความปาปิรัสทางการแพทย์เสนอว่า การแปลความเอกสารโบราณโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยารักษานั้น จะแปลตรงตัวแบบนี้เลยไม่ได้ เพราะถ้ามองในมุมของการเยียวยารักษาแล้วนั้น 'เฮส เอน อเฟฟ' ควรจะหมายความถึง 'พรอพอลิส' (Propolis) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากผึ้งเสียมากกว่า

เจ้าพรอพอลิสที่ว่านี้คือ สารเหนียวสีน้ำตาลแก่ที่ผึ้งเก็บยางไม้และของเหลวจากพืชมาผสมกับเอนไซม์ เฉพาะที่ผลิตออกมาจากต่อมส่วนหัวและช่องท้องของมัน ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่นการใช้คลุมเซลล์ตัวอ่อนของผึ้งให้ปลอดจากเชื้อโรค นั่นหมายความว่าถ้า 'เฮส เอน อเฟฟ' หมายความถึง 'พรอพอลิส' จากผึ้ง ก็จะทำให้สูตรยาชวนยี้นี้ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใครฟันธงได้ 100% ว่าคำว่า 'อเฟฟ' ในสูตรยานี้ควรจะหมายถึงผึ้งหรือแมลงวันกันแน่

รูปสลัก ฟาโรห์เปปิที่ 2 ประทับนั่งบนตักมารดา มีตำนานเล่าว่า ฟาโรห์องค์นี้มีกลเม็ดในการต่อกรกับแมลงวันด้วยการเทน้ำผึ้งลงไปบนร่างอันเปลือยเปล่าของเหล่าทาส
ที่มาของภาพ

 
นอกจากนั้นแล้วชาวไอยคุปต์ยังมีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับแมลงวันที่ฟังดูน่าสงสารระคนขบขันอยู่ด้วย เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า แมลงวันไอยคุปต์นั้นอึด และตอมไม่เลิก "จนต้องนำมาเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของเหรียญกล้าหาญ"

ดังนั้น พวกเขาเลยต้องคิดหาวิธีต่อกรกับเจ้าแมลงวันเหล่านี้ด้วยเช่นกัน ขณะที่ในปัจจุบัน เรามีสารพัดสูตรในการไล่แมลงวันดังที่แชร์กันให้ว่อนตามหน้าอินเทอร์เน็ต ในอดีตชาวไอยคุปต์เองก็มีวิธีเจ๋งๆ ไม่แพ้กัน ตำนานเล่าว่า ฟาโรห์ เปปิที่ 2 (Pepi II) แห่งราชอาณาจักรเก่าที่ครองราชย์อยู่ในช่วงประมาณ 2,250 ปีก่อนคริสตกาล ได้คิดค้นวิธีที่จะทำให้แมลงวันเลิกตอแยพระองค์ ด้วยวิธีการสุดประหลาด นั่นก็คือการเปลื้องผ้าเหล่าทาสให้เปลือยเปล่า แล้วจัดแจงเทน้ำผึ้งลงไปบนร่างของทาสเหล่านั้น เพียงเท่านี้แมลงวันทั้งหลายก็จะไปตอมทาสแทน และไม่มายุ่งกับพระองค์อีกต่อไป !

สำหรับองค์ฟาโรห์ วิธีนี้อาจจะสบาย แต่สำหรับทาสแล้วไซร้... ชีวิตของเขาคงจะหวาน (และเหนอะหนะ) ไปอีกนานแสนนาน. 


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
นิตยสาร: : Ancient Egypt Magazine Issue: 93 บทความ The Efficacy of Eating Fly Specks!
Website: http://www.reshafim.org.il/ad/egypt/bestiary/fly.htm
Website: http://www.reshafim.org.il/ad/egypt/bestiary/insects.htm Website: http://www.creatinghistory.com/pharoah-pepi-ii-flies-and-honey
Website: http://www.historyonthenet.com/7-amazing-facts-about-ancient-egypt