World's Famous People

เปลื้องกี่เพ้าแอบดู...ซูซี่ วอง

ก่อนปี 1960 เขตหว่านไจ๋ ฮ่องกง คงเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนแผนที่โลกที่ไม่อยู่ในความสนใจของผู้คน แต่แล้วผู้หญิงขายบริการคนหนึ่ง ก็ทำให้ หว่านไจ๋ กลายเป็นที่รู้จักของทั้งโลก ชื่อของเธอติดปากผู้คนในยุคนั้น เรื่องราวของเธอมีอิทธิพลต่อยุคสมัย เธอชื่อ ซูซี่ วอง 苏丝黄

จากนิตยสารโปรโมทซูซี่ วอง ที่มาของภาพ

ซูซี่ วอง ทำให้ผู้หญิงธรรมดาในฮ่องกงที่ใช้ชื่อ ซูซี่ ต้องเปลี่ยนชื่อกันจ้าละหวั่น แทบจะทุกบาร์ในเวลานั้นที่ฮ่องกง ต้องมีสาวบริการชื่อ ซูซี่ อย่างน้อยหนึ่งคน ผมบลอนด์สไตล์บริจิตต์ บาร์โดต์ ถูกแทนที่ด้วยผมยาว ตรง ดำขลับแบบ ซูซี่ วอง ใครต่อใครที่มาเยือนหว่านไจ๋สมัยนั้น มักถามหา ซูซี่ วอง


แนนซี่ กวาน เป็น ซูซี่ วอง ที่มาของภาพ

แล้วเธอผู้นี้แท้จริงเป็นใคร?... คงไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีไปกว่า ริชาร์ด เมสัน Richard Mason (ค.ศ. 1919–1997) ผู้ทำให้ ซูซี่ วอง มีชีวิตขึ้นมา เพราะเขาคือผู้ประพันธ์นวนิยายเรื่อง THe World of Suzie Wong 苏丝黄的世界 ริชาร์ด เมสัน เป็นนักเขียนชาวอังกฤษ ในปี
1955 เขากำลังหาวัตถุดิบในการเขียนหนังสือเล่มใหม่ เมสันตัดสินใจเดินทางมาที่ฮ่องกง เขาเช็คอินที่โรงแรม Luk Kwok 六国酒店 ถนน Gloucester หว่านไจ๋ (ปัจจุบันโรงแรมนี้ยังอยู่ แต่กลายเป็นตึกระฟ้าใหญ่โตไปแล้ว)


โรงแรม Luk Kwok ที่ริชาร์ด เมสันมาพัก ที่มาของภาพ

เมสันเคยให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เขาเลือกที่นี่เพราะราคาถูก เพียงคืนละ 16 ดอลลาร์ฮ่องกง ตกราว 1 ปอนด์ในสมัยนั้น (ค.ศ. 1955) และเขาไม่ระแคะระคายเลยว่า โรงแรมนี้มีกิตติศัพท์ด้านแหล่งโลกีย์ จนกระทั่งเขาเดินลงไปในบาร์ชั้นล่างของโรงแรม ที่นั่นเอง ที่เขาได้พบกับสาวๆ ชาวจีนที่มาเป็นบาร์เกิร์ล เขารู้ได้ทันทีว่าเขาเจอพล็อตที่กำลังตามหาแล้ว (เรื่องนี้ผิดจากข้อเท็จจริง เพราะ Luk Kwok จริงๆ แล้ว ไม่ใช่โรงแรมจิ้งหรีดอย่างที่เมสันให้สัมภาษณ์ ไม่แน่ใจว่าเขาพยายามใส่สีตีไข่ หรือลืมอะไรไป แต่ที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ หลังจากเมสันกลับไปแล้ว เขาไม่เคยมาเยือนฮ่องกงอีกเลยตลอดชีวิต เมสันเสียชีวิต ใน ค.ศ. 1997 อายุ 78 ปี)


โรงแรม Luk Kwok ปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในที่ตั้งเดิม ที่มาของภาพ

ริชาร์ด เมสัน ใช้เวลาอยู่ที่ฮ่องกง เก็บเกี่ยวประสบการณ์และข้อมูลจากย่านหว่านไจ๋ ที่เป็นแหล่งเริงรมย์สำคัญของฮ่องกงมาตั้งแต่อดีต และแล้วริชาร์ด เมสัน ก็ได้เขียนถึงสาวบริการที่ชื่อ ซูซี่ วอง ผู้เป็นดาวเด่นอยู่ที่โรงแรม Nam Kok แห่งย่านหว่านไจ๋ (แปลงจากชื่อโรงแรม Luk Kwok ที่เมสันพักนั่นเอง)

ซูซี่ วอง พบรักกับโรเบิร์ต โลแมกซ์ ศิลปินหนุ่มชาวอังกฤษ นี่คือเรื่องราวความรักของสาวจีนที่เป็นหญิงบริการกับชายชาวตะวันตกที่จบลงอย่างแฮปปี้ เอนดิ้ง ริชาร์ด เมสันสร้างตัวละคร ซูซี่ วอง ให้เป็นสาวที่มีพื้นเพเป็นชาวเซี่ยงไฮ้ ตัวมาจากตระกูลที่ยากจน แต่ซูซี่มีหัวใจเป็นทอง แม้ซูซี่ วอง จะเป็นแค่ตัวละคร แต่เมสันเขียนจนซูซี่ วองดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา


ฉากจากในภาพยนตร์ ป้ายสีแดงด้านขวามือคือป้ายโรงแรม Nam Kok ที่มาของภาพ

เขาให้สัมภาษณ์ว่า ซูซี่ วองเป็นตัวละครที่มาจากจินตนาการล้วนๆ ไม่มีตัวตนจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เคยมีคนมาแอบอ้างว่าเป็นซูซี่ วอง ซึ่งริชาร์ด เมสันให้สัมภาษณ์ว่า เขาเลือกชื่อวองหลังจากกลับมาอังกฤษแล้ว โดยบอกว่าเลือกแซ่วอง Wong เพราะฟังใกล้เคียงกับคำว่า World ซึ่งจะทำให้ชื่อ THe World of Suzie Wong ฟังติดหูง่าย

“โลกของซูซี่ วอง” โด่งดังเป็นพลุแตกแทบจะในทันทีที่วางจำหน่ายในปี 1957 จนถูกทำเป็นละครเวทีในลอนดอนตอนปี 1959 แล้วจากนั้นในปี 1960 ฮอลลีวู้ดก็เอาไปทำเป็นภาพยนตร์ นำแสดงโดย วิลเลียม โฮลเด้น และ แนนซี่ กวาน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มาถ่ายที่สถานที่จริง ในหว่านไจ๋ และนี่เองที่ทำให้หว่านไจ๋กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนรู้จักไปค่อนโลก แนนซี่ กวาน กลายเป็นผู้หญิงในชุดกี่เพ้าที่ผู้ชายหลงใหล


ซูซี่ วอง (แสดงโดย แนนซี่ กวาน) โรเบิร์ต โลแมกซ์ (แสดงโดย วิลเลียม โฮลเด้น)
ที่มาของภาพ


หว่านไจ๋นั้นเคยเป็นแหล่งโลกีย์มาแต่อดีต เพราะย่านนี้ใกล้กับท่าเรือ โกดังของบริษัทต่างชาติ บรรดากลาสีที่อยู่กลางทะเลมาแรมปี เห็นที่นี่เป็นสวรรค์ พอหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พวก GIs ก็เข้ามา บาร์ และไนต์คลับผุดขึ้นมารองรับบรรดาลูกค้าเหล่านี้ มีผู้หญิงมาเป็นสาวบริการมากมาย ยิ่งเมื่อหนังเรื่อง “โลกของซูซี่ วอง” ออกฉาย สีสันยามราตรีของที่นี่ยิ่งคึกคัก บาร์ชื่อซูซี่ วอง เกิดขึ้นที่นั่น ที่นี่ ในเวลานั้น หว่านไจ๋ มีบาร์ที่มีสาวบริการอยู่ประมาณหนึ่งร้อยแห่ง สามร้อยแห่งในจิ่มซาโจ่ย ถ้านับรวมเอาแดนซ์ ฮอล์, โฮสเตส คลับ, อาบอบนวด, ร้านตัดผมผิดกฎหมาย, ซ่อง ฯลฯ ทุกแห่งจะมีหญิงบริการใช้ชื่อ ซูซี่ วอง อยู่อย่างน้อย 1 คน คำนวณแล้วทั้งฮ่องกงเวลานั้นมี ซูซี่ วอง อยู่นับพันๆ คน


ใบปิดหนัง โลกของซูซี่ วอง ที่มาของภาพ

ในประเทศไทยเอง นับตั้งแต่เรื่อง โลกของซูซี่ วอง เข้าฉายที่โรงหนังพาราเมาท์ ประตูน้ำ ชื่อ ซูซี่ วองก็ดังติดปากชาวไทย แน่นอนมีบาร์และภัตตาคารที่ใช้ชื่อ ซูซี่ วอง เปิดให้บริการตามมา เกร็ดอีกเรื่องในไทยที่เกี่ยวกับหนัง ซูซี่ วอง คือคำแสลง “ดิงดอง” ซึ่งยุคหนึ่งใช้ในความหมายว่า มีเพศสัมพันธ์กัน ทำนองเดียวกับคำว่า ฟีเจอริ่ง ในสมัยนี้ คำนี้จริงๆ แล้วมาจากเพลง Ding Dong Song ในหนังเรื่องนี้ และ Ding Dong จริงๆ ก็แค่ เสียงระฆังเท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าพี่ไทยจินตนาการไปเป็นเรื่องพรรณอย่างว่าได้อย่างไร