Inventions That Changed the World

ทำไมอเมริกันต้องจับหน้าอกเวลาเคารพเพลงชาติ

มีใครรู้ไหมว่าทำไมเวลาเคารพเพลงชาติ คนอเมริกันต้องเอามือขวาทาบบนหน้าอกตรงหัวใจ อ่านความเป็นมาที่ซับซ้อน และเงื่อนงำที่ผูกโยงไปถึงการเมืองระหว่างประเทศในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนเรียกว่าได้ท่านี้เกิดขึ้นมาเพราะความไม่อยากเป็นนาซีโดยแท้

ในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติหลายต่อหลายครั้ง เราจะพบว่านักกีฬาอเมริกันจำนวนหนึ่งที่ได้เหรียญทองวางมือขวาทาบหน้าอกซ้ายที่ตำแหน่งของหัวใจ เพื่อแสดงความเคารพต่อเพลงชาติ “The Star-Spangled Banner” ขณะยืนบนแท่นรับรางวัล แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้ทำเช่นนั้น แต่กลับยืนตรงแขนแนบลำตัวตามปกติ


นักกีฬายิมนาสติกสหรัฐฯ ใช้มือขวานาบบนอกซ้ายในตำแหน่งหัวใจ ขณะเพลงชาติสหรัฐฯ บรรเลง ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ประเทศบราซิล ค.ศ. 2016 ที่มาของภาพ 

เป็นไปได้ว่า นักกีฬาเหล่านี้อาจไม่ทราบว่ามีกฎหมายที่เรียกว่า พระราชบัญญัติธงชาติสหรัฐ (U.S. Flag Code) ค.ศ. 1942 ที่กำหนดให้ทุกคนต้องแสดงความเคารพทั้งในการปฏิญาณตน (Pledge of Allegiance) ว่าจะรักชาติหรือไม่เมื่อได้ยินเพลงชาติ (ไม่ว่าจะเห็นธงชาติปรากฏอยู่หรือไม่ก็ตาม) ด้วยการวางมือขวาทาบเหนือหัวใจ


อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ทำท่าแสดงความเคารพตามพระราชบัญญัติธงสหรัฐฯ
ที่มาของภาพ 


กระนั้นกลับไม่มีข้อกำหนดว่านักกีฬาควรทำเช่นไร ดังเช่นที่ศาสตราจารย์มาร์ก ไดร์สัน (Mark Dyreson) ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาโอลิมปิกจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลเวเนียกล่าวว่า การละเลยไม่ปฏิบัติเช่นนี้เป็นผลมาจากธรรมเนียมของการแสดงออกซึ่งเสรีภาพในประเทศแห่งนี้ ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่ชาวอเมริกันว่า บรรดานักกีฬาที่ได้เหรียญทองในการแข่งขันระดับโลกอย่างกีฬาโอลิมปิกนั้น ควรปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อกำหนดกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อเป็นแบบอย่างหรืออย่างน้อยก็เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการมีเสรีภาพควบคู่กับการเคารพกฎเกณฑ์ของบ้านเมืองไปด้วย

แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่บทความต้องการนำเสนอเพียงอย่างเดียว….

เราจะไปดูกันว่าความคิดที่อยู่เบื้องหลังของการที่คนอเมริกันเลือกที่จะวางมือขวาทาบเหนือหัวใจนั้นมาจากไหนต่างหาก

อย่างน้อยเราก็รู้แน่ว่า พระราชบัญญัติธงชาติสหรัฐฯ มิได้มีอายุเกินกว่า ค.ศ. 1942 แน่ๆ การตัดสินใจออกกฎหมายดังกล่าวเริ่มด้วยการให้สัตยาบันอันเป็นพิธีกรรมที่ใช้เกี่ยวข้องกับการแสดงความเคารพที่กำหนดให้คนปฏิญาณตนต้องยกมือขวาขึ้น คว่ำฝ่ามือลง แล้วชี้ไปที่ธงชาติสหรัฐฯ ในท่าแสดงความเคารพ (salute) แล้วจึงเอ่ยคำปฏิญาณตน เป็นลำดับต่อไป

การแสดงความเคารพธงชาติและลำดับขั้นตอนที่พูดมา ดูจะไม่ค่อยเป็นประเด็นสำคัญสำหรับเราในปัจจุบันเท่าไหร่นัก เพียงแต่เตือนให้เรานึกถึงการเข้าแถวแสดงความเคารพต่อท่านผู้นำ (Fuhrer) ของเหล่าผู้ฝักใฝ่พรรคนาซีอย่างปฏิเสธไม่ได้

แต่เชื่อหรือไม่ว่า สองอย่างนี้ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด

ที่จริงท่าแสดงความเคารพธงชาติด้วยการยกแขนเหยียดตรงและคว่ำฝ่ามือลงนั้น เรียกว่า การทำความเคารพแบบเบลลามี (Bellamy Salute) ซึ่งดัดแปลงมาจากการแสดงความเคารพแบบโรมันนั้น ใช้ประกอบการให้สัตยาบันหรือการปฏิญาณตนที่เขียนโดยฟรานซิส เบลลามี (Francis Bellamy) ซึ่งเป็นนักเทศน์แนวสังคมนิยมชาวคริสต์ที่ได้รับมอบหายให้เขียนคำปฏิญาณตน ที่แสดงความรักชาติต่อธงชาติสหรัฐฯ อันเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดของแดเนียล ชาร์พ ฟอร์ด (Daniel Sharp Ford) เจ้าของนิตยสารรายใหญ่ในเวลานั้น ที่เรียกร้องให้มีการประดับธงชาติไว้ในโรงเรียนของรัฐทุกแห่ง คำปฏิญาณตนดังกล่าวและท่าแสดงความเคารพแบบเบลลามี เริ่มใช้ครั้งแรกในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1892


ฟรานซิส เบลลามี ผู้ให้กำเนิดคำปฏิญาณตนและท่าแสดงความเคารพที่ใช้อยู่นานถึง 50 ปี ที่มาของภาพ 

เบลลามีและฟอร์ดมีความเห็นตรงกันว่า สงครามกลางเมือง (the Civil War) ทำให้เกิดความแตกแยก และทำให้ความรักชาติลดลง ดังนั้น ธงชาติจึงน่าจะเป็นสะพานเชื่อมช่องว่างที่เกิดขึ้นนั้นได้ จึงจัดงานรณรงค์ขึ้นในวาระ 400 ปีที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสค้นพบโลกใหม่ ด้วยการตีพิมพ์คำปฏิญาณที่แต่งขึ้นใหม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของงานเฉลิมฉลองวันโคลัมบัสในเดือนกันยายน ค.ศ. 1892 โดยลงตีพิมพ์ในนิตยสารยอดนิยมชื่อ Youth’s Companion ที่มียอดตีพิมพ์ถึง 500,000 เล่ม

เบลลามีบันทึกไว้ว่า เมื่อได้สัญญาณ นักเรียนที่เข้าแถวตามลำดับชั้น แขนแนบลำตัว หันหน้าเข้าหาธง จากนั้นก็จะแสดงความเคารพธงแบบทหาร ด้วยการยกแขนขวาขึ้น คว่ำฝ่ามือลง ให้มืออยู่ระดับหน้าผาก ยืนพูดคำปฏิญาณตนพร้อมกันช้าๆ ว่า ‘ข้าฯ ปฏิญาณตนต่อธงของข้าฯ…’ ทั้งนี้ การยกมือขึ้นในลักษณะนี้ นักเรียนจะปฏิบัติทั้งที่โรงเรียน และในที่สาธารณะยามมีงานเทศกาลต่างๆ อีกด้วย


นักเรียนประถมในเมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย แสดงความเคารพและปฏิญาณตนต่อธงชาติ แบบที่เรียกว่า การทำความเคารพแบบเบลลามี (Bellamy Salute) (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 1933) ที่มาของภาพ


นักเรียนในเมืองเซาติงตัน รัฐคอนเนตทิคัต ปฏิญาณตนต่อธงชาติ ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1942 ที่มาของภาพ 

การปฏิญาณตนค่อยๆ ได้รับความนิยมและขยายการมากขึ้นในวงกว้าง เมื่อมีการอพยพขนานใหญ่เข้าสู่สหรัฐฯ ในศตวรรษที่ 19 ซึ่งดูเป็นวิธีการที่แนบเนียนที่สุดของการสอดแทรกความรักชาติ และความรู้สึกเป็นกลุ่มก้อนภายใต้ความคิดเรื่อง คนชาติเดียวกันที่ต้องเห็นอกเห็นใจและช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน

เมื่อลัทธิฟาสซิสม์ปรากฏขึ้นพร้อมกับการทำความเคารพของบรรดาผู้สนับสนุนนักการเมืองผู้มีวาทะจับใจคนอย่าง “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ซึ่งดูเหมือนผู้เผด็จการรายนี้จะให้กำเนิดการแสดงความเคารพที่เรียกว่า การทักทายแบบเยอรมัน (Deutscher Gruß) พร้อมกับการกล่าววาจาว่า "Heil Hitler" (ฮิตเลอร์จงเจริญ) ด้วยการยกแขนขึ้นนั้น เป็นท่าแสดงความเคารพอย่างเป็นทางการ หลังจากได้เห็นพันธมิตรชาวอิตาลีแสดงความเคารพมาแล้ว


เบนิโต มุสโสลินี ทำท่าแสดงความเคารพแบบโรมัน ที่มาของภาพ 


อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมันทำท่าการแสดงความเคารพแบบนาซี (Nazi salute) ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงเบอร์ลิน ค.ศ. 1936 ที่มาของภาพ 

ชาวอิตาลีอ้างว่า ท่าแสดงความเคารพแบบนี้มีที่มาจากประวัติศาสตร์โรมัน ขณะที่ชาวเยอรมันอ้างที่มาว่า จากประวัติศาสตร์เยอรมันสมัยกลาง (ทั้งที่ทั้งคู่ล้วนมีกำเนิดในสมัยใหม่นี่เอง) แต่ผลที่ตามมาน่าสนใจมาก เพราะความสับสนระหว่างการทำความเคารพแบบฟาสซิสต์ กับการทำความเคารพธงโอลิมปิก ทำให้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพ เมื่อ ค.ศ. 1936 ถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมืองมากขึ้น


เจสซี โอเวน (กลาง) นักกรีฑาสหรัฐฯ แสดงความเคารพด้วยการทำท่าวันทยาหัตถ์ขณะบรรเลงเพลงชาติสหรัฐฯ ขณะที่นักกีฬาญี่ปุ่นใช้ท่ายืนตรงแขนแนบลำตัว ส่วนนักกีฬาเยอรมันยกมือทำความเคารพแบบ “นาซี” ระหว่างการมอบเหรียญรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ค.ศ. 1936 ที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพ ที่มาของภาพ 


นักกรีฑาหญิง ประเภท 4x400 เมตร จากสหรัฐฯ ทำท่าวันทยาหัตถ์ขณะบรรเลงเพลงชาติสหรัฐฯ ในกีฬาโอลิมปิก ค.ศ. 1936 (โปรดสังเกตเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันและผู้ชมบนอัฒจันทร์จำนวนหนึ่งที่ยกมือทำความเคารพแบบ “นาซี”) ที่มาของภาพ 

ในเมื่อการแสดงความเคารพด้วยการยกแขนข้างเดียวเป็นที่เข้าใจว่า เป็นส่วนหนึ่งของลัทธินิยมเผด็จการ แทนที่จะเป็นการแสดงความรักชาติแบบอเมริกัน ในที่สุดก็มีการยกเลิกท่าแสดงความเคารพที่ครั้งหนึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์ความเป็นเอกภาพของชาติอยู่นานถึง 50 ปี กล่าวได้ว่า พระราชบัญญัติธงชาติสหรัฐฯ ค.ศ. 1942 พยายามแยกการปฏิญาณตนเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อชาติให้ห่างจากวิธีของศัตรู ด้วยการกำหนดให้ยกมือขวาทาบเหนือหัวใจขณะกล่าวคำปฏิญาณ พร้อมทั้งกำหนดให้ใช้ท่าเดียวกันในการแสดงความเคารพ เมื่อได้ยินเพลงชาติ (ซึ่งได้รับการลงมติให้เป็นเพลงชาติ เมื่อ ค.ศ. 1931 ขณะที่เพลงดังกล่าวมีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1814 แล้วก็ตาม)


นักเรียนในชิคาโกทำท่าแสดงความเคารพแบบใหม่ (ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 1963)
ที่มาของภาพ


ดังนั้น หากเราเห็นคนอเมริกันใช้มือขวาทาบเหนือหน้าอกซ้ายใกล้หรือตรงตำแหน่งของหัวใจ ก็ขอให้เราเข้าใจว่านั่นคือ สิ่งที่เขาได้รับการอบรมสั่งสอน (และปฏิบัติตามกฎหมาย) อีกทั้งยังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเปลี่ยนท่าทางด้วยเหตุผลของการเมืองระหว่างประเทศ ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เราเห็นความซับซ้อนในประวัติศาสตร์ที่ยังมีอีกหลายด้านให้เราได้ศึกษาค้นคว้าไม่สิ้นสุด

หมายเหตุ ถึงไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เรียกท่าทำความเคารพด้วยการวางมือขวาบนอกซ้าย ว่า ท่า “มือถึงใจ” (hand on heart)


เรียบเรียงจาก
http://www.smithsonianmag.com/smart-news/rules-about-how-to-address-us-flag-came-about-because-no-one-wanted-to-look-like-a-nazi-180960100/?utm_source=facebook.com&utm_medium=socialmedia http://www.smithsonianmag.com/history/the-man-who-wrote-the-pledge-of-allegiance-93907224/ http://www.smithsonianmag.com/smart-news/the-olympic-salute-we-dont-use-anymore-because-it-looked-too-much-like-heiling-hitler-19789031/
https://www.law.cornell.edu/uscode/text/36/301 http://www.latimes.com/sports/olympics/la-sp-oly-national-anthem-plaschke-20160810-snap-story.html http://edition.cnn.com/2013/12/22/opinion/greene-pledge-of-allegiance-salute/
https://th.wikipedia.org/wiki/การทำความเคารพฮิตเลอร์