World Clvilization

เจสันและขนแกะทองคำ: ตำนานเทพกรีกและโรมัน

เจสันกับขนแกะทองคำและเรืออาร์โก Jason and the Argonauts

ความเป็นหนุ่มแน่นทำให้เจสันผยอง รับคำท้าของเพลีอัสแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรด้วยซ้ำ โชคดีที่เทวีมิเนอร์ว่า (อธีนา ของกรีก) เห็นเขาช่วยหญิงชรา (จูโน แปลงร่างมา) ก็บอกให้เขาไปขอคำแนะนำจากต้นโอ๊กศักดิ์สิทธิ์ นางมิเนอร์วาที่ต้นโอ๊คนั้น ก็บอกไปหา อาร์กัส (Argus) ช่างต่อเรือผู้เชี่ยวชาญให้ต่อเรือที่มีฝีพาย 50 คน เรือที่เจสันสั่งทำนับเป็นเรือใหญ่กว่าที่อาร์กัสเคยต่อ กว่าจะขึ้นรูปได้ อาร์กัสต้องพึ่งความฝันที่เทวีมิเนอร์วามาเข้าฝันบอกวิธีทำ แถมยังมีท่อนไม้โอ๊กขนาดใหญ่มาวางรอไว้ในอู่ต่อเรือ อย่างหาที่มาไม่ได้ อาร์กัสรู้ว่านั่นคือ เทวโองการ จึงรีบทำงานท้าทายอย่างเต็มกำลังจนต่อเรือสำเร็จ เจสันเลยเรียกเรือลำนี้ว่า "อาร์โก" ตามชื่อช่างต่อเรือ


เจสันและขนแกะทองคำ โดย อีราสมุส เควลลินุส ที่ 2


 สิ่งที่แทบไม่น่าเชื่อคือ เทวีมิเนอร์วาสั่งให้เจสันเลื่อยคบไม้จากต้นโอ๊กศักดิ์สิทธิ์เอามาทำหัวเรือ แกะสลักเป็นรูปหัวนางเมดูซา (นางพรายกอร์กอน) เพราะไม้จากคบต้นโอ๊กมีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถพูดได้ (ด้วยเสียงของเทวีนั่นแหละ) หัวเรือคอยบอกทางให้เจสัน ทั้งยังบอกวิธีหลีกเลี่ยงอันตราย เรือเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง แต่เจสันก็ยังทุกข์ใจ ไม่รู้จะไปหาลูกเรือมาจากไหน

ต้นโอ๊กศักดิ์สิทธิ์บอกทางแก้ปัญหา บอกให้เจสัน ป่าวประกาศเรียกวีรบุรุษทั่วสารทิศ เจสันก็ป่าวประกาศออกไป ไม่ช้าวีรบุรุษก็มาชุมนุมกันที่ไอโอลเคิสมากมาย เขาได้ ลินซิอัส (Lynceus) ผู้มีสายตาแหลมคม มองเห็นได้ไกล ไทฟิส (Tiphys) ผู้รู้จักตำแหน่งดาวมาเป็นต้นหน เซเตสและแคเรส (Zetes and Calais) ลูกชายของโบริอัส ลมเหนือเป็นผู้นำลมมาให้ หากเจอภาวะลมสงบเงียบ ได้เฮอร์คิวลิสผู้ทรงพลังสามารถต่อกรกับยักษ์และอสูรร้าย ออฟิอัส (Orpheus) นักดนตรี ผู้ที่เสียงพิณของเขาสามารถเยียวยาคืนพลังให้แก่พลฝีพายผู้เหนื่อยอ่อน อีกทั้งแฝดคัสเตอร์กับพอลลักซ์ (Castor and Pollux) ซึ่งไม่รักอะไรมากเกินไปกว่าการต่อสู้ ที่สำคัญยังมีวีรสตรีอีกผู้หนึ่งที่กลายเป็นลูกเรืออาร์โก นั่นคือ อตาแลนตา ผู้มีฝีเท้าเบา นางมีความสามารถที่จะกระโดดไปบนยอดคลื่นลูกแล้วลูกเล่า ทุกคนเป็นฝีพายของเจสัน สิริรวมแล้วได้ 50 คน ตามจำนวนพายจริงเสียด้วย


เจสัน บนเรืออาร์โก

คณะเดินทางของเจสัน เรียกตนเองว่า "อาร์โกนอต" (ลูกเรืออาร์โก) เรือเริ่มออกเดินทาง อุปสรรคเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเคลื่อนเรือ ไม่มีใครฉุดเรือลงน้ำได้ ไม่ว่าจะใช้คนฉุดมากเท่าไหร่ ขนาดเฮอร์คิวลิสยังหมดปัญญา หัวเรืออาร์โกจึงร้องบอกให้ ออฟิอัสเล่นพิณ เท่านั้นเอง เสียงพิณทำนองเสนาะก็พาเรือเคลื่อนลงน้ำได้อย่างง่ายดาย

อาร์โกมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก ต้องผจญภัยน่ากลัวต่างๆ มากมาย กระทั่งไปถึงด่านสุดท้าย การล่องเรือผ่านผาหิน ซิมเพลกะดิส (Symplegades) ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่จะไปให้ถึงโคลชีสได้ ผาอันตรายแห่งนี้จะเคลื่อนกระทบตัวเข้าหากัน ทุกครั้งเมื่อจับความเคลื่อนไหวได้ เจสันใช้วิธีปล่อยนกพิราบให้บินนำตามวิธีที่หัวเรือบอก ผาจับความเคลื่อนไหวได้ ก็กระแทกตัวใส่นกพิราบแหลกเป็นจุล พอมันแยกตัวออกห่างอีกครั้งก่อนจะกระทบกันใหม่ เจสันก็เร่งฝีพายให้รีบจ้ำๆ ผ่านไป เรืออาร์โกก็ผ่านเฉียดฉิว เข้าไปถึงอาณาจักรโคลชีสจนได้

เจสันเข้าเฝ้าพระราชา ทูลขอขนแกะทองคำกันดื้อๆ เลยทีเดียว ซึ่งก็แน่นอนว่า ใครจะไปให้ล่ะ แต่พระราชายังไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม คำอ้างโองการเทพที่เจสันกล่าว ทำให้พระองค์กริ่งเกรงอยู่ในที จึงใช้วิธีกำจัดคณะเรืออาร์โก ด้วยการมอบภารกิจท้าทายที่ไม่มีทางทำสำเร็จให้ปฏิบัติคือ ให้เจสันต้องไปปราบวัวบรอนซ์ที่มีลมหายใจเป็นไฟให้เชื่อง เอามันเทียมไถแล้วไถสนามหว่านฟันมังกร เจสันรู้ว่านี่เป็นอุบายกำจัดตน แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ระหว่างที่กำลังกลุ้มใจอยู่นั้น นางมีเดียลูกสาวราชาเออิทิสที่เกิดหลงรักหนุ่มต่างเมือง แฝงตัวเข้าช่วยเหลือ มีเดียเชี่ยวชาญในศาสตร์แม่มดจึงรู้ทางของวิเศษ เธอมอบหินวิเศษใช้ปราบวัวให้เจสัน

วันรุ่งขึ้นเจสันใช้หินวิเศษของมีเดียปราบวัวบรอนซ์จนอยู่หมัด ซ้ำยังจับมันเทียมแอก เออิทิสที่ดูอยู่ กัดฟันด้วยความหงุดหงิด พระองค์ส่งฟันมังกรให้เจสันเอาไปหว่าน หวังว่า เมื่อฟันมังกรกระทบพื้นก็จะกลายเป็นกองทัพทหารยนต์ และพวกมันย่อมลุกขึ้นรุมฆ่าเจสันเป็นแน่ คราวนี้แผนกำจัดของพระองค์จะสัมฤทธิ์ผล และมันก็เป็นดังนั้นจริงๆ เกิดทหารยนต์ที่กลายร่างจากฟันมังกรเป็นกองทัพ ทำเอาเจสันหมดปัญญา เมื่อไม่รู้จะทำยังไงดี ก็ควักหินวิเศษของมีเดียขว้างออกไปถูกทหารตนหนึ่ง ทหารยนต์ตนนั้นคิดว่าหินก้อนนั้นลอยมาจากมือทหารอีกคนในกลุ่มเดียวกัน ก็หันกลับไปเล่นงานทันที ทำให้ทหารยนต์ที่โดนเพื่อนกระแทกก็หันมาฟันล้มลงไปโดนเข้ากับอีกคน อีกคนก็หันหน้ามาตี จากนั้นก็ล้มต่อเนื่องกันระเนระนาด พอลุกขึ้นได้ต่างก็ตีกันทำร้ายกันเป็นชุลมุน สุดท้ายกลายเป็นไล่ฆ่ากันเอง จนตายหมดทั้งกองทัพ เออิทิสตกตะลึง ได้แต่นิ่งงันแล้วกลับวัง แค่นั้นเจสันก็รู้แล้วว่า เออิทิสไม่มีวันยอมให้ขนแกะทองคำ

เขาจึงตัดสินใจขโมยมันเสีย...

ที่ตัดสินใจแบบนี้เพราะรู้ว่า ตอนนี้เจ้าหญิงมีเดียเข้าข้างอยู่ เขาเพียงหลอกล่อด้วยคำสัญญา (ไม่แน่ใจว่า เจสันจะรักนางหรือไม่) และนางมีเดียก็เชื่อ จึงนำเจสันไปยังอุทยานหลวงซึ่งก่อนหน้านี้คือป่าศักดิ์สิทธิ์ของแอริส เจสันได้เห็นต้นไม้ที่แขวนขนแกะ เห็นขนแกะทองคำแขวนอยู่บนกิ่งไม้นั้น แต่ที่เห็นอีกอย่างคือ มีมังกรเบิ่งตาโพลงเฝ้าอยู่ นางแม่มดมีเดียก็ร่ายเวทย์เล่นเอามังกรหลับไปอย่างง่ายดาย เจสันรีบปีนขึ้นไปคว้าขนแกะลงมา แล้วรีบลงเรือหนีในทันที


มีเดียฆ่าน้องชายแล้วโปรยศพลงทะเล ภาพโดย โรเบิร์ต เจมส์ เดรเปอร์

แน่นอนว่าตอนหนี นางมีเดียต้องไปด้วย แต่มีเดียไม่ได้หนีไปเปล่าๆ นางมีแผนพาน้องชาย แอบสไตรัส (Abstyrus) ไปด้วย มีเดียเร่งให้ลูกเรืออาร์โกรีบจ้ำพายให้เร็วที่สุด น่าแปลกตรงที่เออิทิสรู้เรื่องขนแกะทองคำถูกขโมยแทบในทันที เหมือนพระองค์จะติดสัญญาณกันขโมยไว้เป็นแน่ เออิทิสพากองเรือไล่ตามติดด้วยความพิโรธ ลูกเรืออาร์โกทั้ง 50 ใช้พลังทั้งหมดพายหนี เซเตสและแคเรส บุตรแห่งโบริอัส (ลมเหนือ) เร่งเป่าลม เรือใหญ่ก็พุ่งทะยานเหมือนโลมาเล่นคลื่น ทว่า ราชาเออิทิสผู้สูญเสียมหาศาลก็ยิ่งเร่งความเร็วมากกว่าอาร์โก มีเดียรู้ทีก็จัดการแก้ปัญหา แต่เป็นการแก้ปัญหาที่โหดร้ายมาก นางปาดคอฆ่าน้องชาย สับร่างของเขาเป็นชิ้นๆ แล้วโยนลงทะเลทีละชิ้น เออิทิสเห็นดังนั้นยิ่งเสียพระทัยหนักมากเข้าไปอีก ไหนจะเสียขนแกะทองคำ เสียนางมีเดีย (ลูกสาว) แล้วยังเห็นลูกชายถูกพี่สาวฆ่า พระองค์จึงต้องตามเก็บเศษซากศพทีละชิ้นๆ ให้ครบร่าง

เหตุนี้เอง เรืออาร์โกจึงได้ทิ้งห่างออกไป เริ่มกลับเข้าการผจญภัยตามเส้นทาง และยังได้เจออุปสรรคอีกหลายอย่างก่อนกลับถึงบ้าน จนในที่สุดเจสันก็กลับถึงไอโอลเคิส คณะลูกเรืออาร์โกต่างอำลาเจสัน แล้วแยกย้ายกันไป เหลือแต่เจสันกับมีเดียที่ต้องไปทวงบัลลังก์คืนต่อไป เขาเข้าเฝ้าราชาเพลีอัส ถวายขนแกะทองคำแล้วทวงสัญญา เพลีอัสอิดออด มีเดียจึงรับอาสาจัดการ

นางปลอมตัวเป็นหมอวิเศษเร่ขายยาชุบตัวให้เยาว์วัย พระราชธิดาของเพลีอัสสนใจก็เรียกมาถาม และสนใจมากเข้าไปอีก หลังจากโดนลมปากนางมีเดียเป่าหู พวกนางอยากให้พระบิดากลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง จึงนำนางมีเดียเข้าเฝ้า นางแม่มดก็จัดการพิสูจน์ นางตั้งพิธีแล้วเอาหม้อใหญ่ขึ้นตั้งใส่ยาวิเศษลง พอเคี่ยวได้ที่ก็เอาแกะแก่ใส่ลงไป มีเดียร่ายเวทย์กำกับ...ครู่เดียว แกะแก่ก็กลายเป็นลูกแกะปีนออกมา เพลีอัสเห็นกับตาก็เชื่อสนิท เต็มใจลงหม้อแกง..เอ๊ย หมอยาทันที ราชาเพลีอัสก้าวลงหม้อยา ยาในหม้อค่อยๆ ร้อนจนเดือด แต่มีเดียไม่ร่ายเวทย์กำกับ อ้างว่าลืมแล้ว เพลีอัสเลยสิ้นพระชนม์ในหม้อยา เจสันจึงได้บัลลังก์คืน

แต่เส้นทางบัลลังก์ไม่ได้สวยงามดั่งฝัน เพราะประชาชนต่อต้านขับไล่ พวกเขารังเกียจวิธีใช้เล่ห์กล และใช้แรงผู้หญิงชิงบัลลังก์ ชีวิตของเจสันเริ่มตกต่ำจนต้องประกาศสละบัลลังก์ ออกไปอยู่โครินธ์อยู่กินกับเจ้าหญิงมีเดีย (แต่ในฐานะสนม) ทั้งๆ ที่นางมีโอรสให้เจสัน 2 องค์

เหมือนเรื่องของเจสันจะจบลงด้วยความสุข แต่ไม่ใช่อย่างนั้นเลย ตอนท้ายๆ ของเรื่อง เจสันไปมีรักใหม่เป็นลูกสาวเจ้าเมือง ซึ่งเขาต้องการแต่งงานกับเธอในฐานะเมียเอก ทำให้มีเดียชอกช้ำและที่สุดก็กลายเป็นแค้นเคือง นางจัดการฆ่าคู่รักของสามี ฆ่าลูกสองคน แล้วขึ้นราชรถของตนเหาะหายไปตลอดกาล ทิ้งให้เจสันเดียวดาย และต่อมาก็ตายอย่างอนาถ เหตุเพราะหัวเรืออาร์โกหักลงมากระแทกหัวทำให้คอหักอีกต่างหาก

ตอนแรกจะเล่าเรื่องความใจดีของเจ้าแม่จูโน แต่ไหงกลายมาเป็นเรื่องการผจญภัยของเจสันก็ไม่รู้สิ สงสัยว่ากลอนจะพาไปละมัง...งานนี้