Food World

เจ้าตำรับพิซซ่าฮาวายเอี้ยนลาโลก

สลด!!! เจ้าของตำรับพิซซ่าฮาวายเอี้ยนที่ผลิตขึ้นมากว่า 50 ปี เสียชีวิตด้วยวัย 83 ปี เผยคิดนอกกรอบ พลิกสูตรพิซซ่าหน้าเดิมๆ ที่แสนจืดชืดกลายเป็นรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่ทำให้คนติดใจไปทั่วโลก เจ้าตัวไม่สนใจจดสิทธิบัตร ย้ำ ดีใจที่ได้ทำสิ่งที่คนชอบกิน

(9 มิ.ย. 2560)--สำนักข่าว BBC ของอังกฤษรายงานว่า “แซม” ปาโนเปาลอส ผู้คิดค้นพิซซ่าฮาวายเอี้ยน (Hawaiian pizza) เสียชีวิตขณะอายุ 83 ปี มอบมรดกรสอร่อยไว้เป็นสมบัติของชาวโลก


แซม ปาโนเปาลอส (ค.ศ. 1934 - 8 มิ.ย. 2017) ผู้ให้กำเนิดพิซซ่าฮาวายเอี้ยน
ที่มาของภาพ 


โซติริออส “แซม” ปาโนเปาลอส (Sotirios "Sam" Panopoulos) เป็นชาวกรีกที่อพยพมาตั้งรกรากในแคนาดา ตั้งแต่ ค.ศ. 1954 (เอกสารบางชิ้นว่า ค.ศ. 1952) ขณะอายุ 20 ปี ต่อมาก็มีร้านอาหารของตนเอง และเขายังร่วมกับพี่ชายอีก 2 คน (คือ เอลิอัสกับนิกิตัส) ตั้งร้านอาหารอีกหลายแห่ง ซึ่งล้วนแต่ประสบความสำเร็จอย่างดี มีอยู่ร้านหนึ่ง ชื่อ Satellite Restaurant (ภัตตาคารดาวเทียม) ในเมืองชาแตม (Chatham) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลออนทาริโอ ห่างจากนครโตรอนโตราว 290 กิโลเมตร และ 80 กิโลเมตรจากเมืองดีทรอยด์ ปกติร้านนี้ขายพิซซ่าร่วมกับอาหารจีน อาหารเช้าแบบดั้งเดิม รวมถึงเบอร์เกอร์ และมันฝรั่งทอด


แซม ปาโนเปาลอส วัยประมาณ 20 ปี ที่มาของภาพ 


ภัตตาคารดาวเทียม หรือ Satellite Restaurant ที่สามพี่น้องปาโนเปาลอสร่วมกันตั้งขึ้น (แซมนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ภายในร้าน เขาหันหน้ามาทางกล้อง) ที่มาของภาพ 

ทั้งนี้ พิซซ่าเป็นอาหารที่แพร่หลายข้ามพรมแดนทางเหนือของอเมริกา เข้ามายังเมืองชายแดนของแคนาดา ร้านพิซซ่าสัญชาติอเมริกันร้านแรก คือ Boston Pizza เปิดขึ้นที่เมืองเอ็ดมันตัน มณฑลอัลเบอร์ตา เมื่อ ค.ศ. 1964 จากนั้นก็มียี่ห้ออื่น อย่างเช่น Pizza Pizza เข้ามาเปิดที่โตรอนโต เมื่อ ค.ศ. 1967

ทว่าในเวลานั้น หน้าพิซซ่าส่วนใหญ่มีอยู่แค่เห็ด เบคอน แล้วก็เปปเปอโรนี

“คนไม่ค่อยอยากลองรสชาติอาหารใหม่ๆ หรอก ถ้าอยากกินรสชาติจัดจ้านหน่อยก็กินอาหารจีน อย่างอื่นก็จืดชืดไปหมด” ปาโนเปาลอส กล่าว

ส่วนที่มาของหน้าฮาวายเอี้ยน เริ่มขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1962 เมื่อสามพี่น้องอยากลองเพิ่มสับปะรดกระป๋องลงบนพิซซ่าดูบ้าง

“เราก็แค่ใส่ลงไป ใส่ไปเล่นๆ แล้วก็ลองชิมดู” ปาโนเปาลอสบอกกับสำนักข่าว BBC เมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา “ตอนนั้นเรายังเป็นหน้าใหม่ในวงการ เราต้องทดลองหลายๆ อย่าง”

“พวกเราลองชิมเองก่อน แล้วค่อยนำไปให้ลูกค้าลองชิมดู ไม่กี่เดือนต่อมา ก็กลายเป็นดังระเบิด คนชอบกันมากจนเราต้องเพิ่มเข้าไปเป็นเมนูประจำของร้าน”

ปรากฏว่าลูกค้าชอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวของอาหารจานนี้ และชื่อ “ฮาวายเอี้ยน” ก็มาจากยี่ห้อสับปะรดกระป๋องที่พวกเขาลองใช้เป็นครั้งแรก นั่นเอง


โฆษณาสับปะรดกระป๋องยี่ห้อฮาวายเอี้ยน ที่มาของภาพ 

จะว่าไปการสร้างสรรค์เมนูครั้งนี้ สอดคล้องกับกระแสความนิยมในเวลานั้น ที่นำรูปแบบ หรือกลิ่นอายแบบหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้มาผสมผสานในทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เรียกกันว่า วัฒนธรรมติกิ (tiki culture) อย่างที่ปรากฏในวัฒนธรรมโพลีเนเซียนที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในอเมริกาเหนือ ดังเห็นได้จากการตั้งร้านที่นำรูปแบบวัฒนธรรมดังกล่าวมาใช้ ทั้งในงานศิลปะ การตกแต่งร้าน และการคิดสูตรอาหาร-เครื่องดื่มต่างๆ ที่มีกลิ่นอายแบบชาวเกาะ


ภัตตาคาร บาลิไฮ (Bali Ha'i) ในนิวออร์ลีน สหรัฐอเมริกา สร้างขึ้นตามกระแสวัฒนธรรมติกิ ช่วงทศวรรษ 1950 ที่มาของภาพ 




สับปะรดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในวัฒนธรรมติกิ เช่นเดียวกับผลไม้เขตร้อนอีกหลายชนิด อย่าง มะพร้าว มะม่วง เป็นต้น ที่มาของภาพ (บน) (ล่าง)

 
กระนั้นก็มีเสียงเสียดสีจากกลุ่มคนที่ถือว่าตนเองเป็นกลุ่มผู้บริโภคพิซซ่า “บริสุทธิ์” ภาษาอังกฤษใช้คำว่า pizza puritans ที่ฟังดูเหมือนลัทธิความเชื่ออะไรสักอย่าง ก็คงจะเป็นไปในทำนองนั้น เพราะคนกลุ่มนี้นิยมการกินพิซซ่าที่ใช้วัตถุดิบและการผลิตแบบดั้งเดิม ไม่ยอมรับการประยุกต์หรือดัดแปลงอะไรทั้งนั้น ยิ่งการใส่อาหารกระป๋องอย่างสับปะรดด้วยแล้ว ยิ่งตกเป็นเป้าโจมตีว่า ทำให้พิซซ่าแปดเปื้อน (ขนาดนั้นเลยหรือ?) หรือทำลายเอกลักษณ์ของพิซซ่า

ถึงตรงนี้ก็อดนึกถึงดราม่าหลายเรื่องในบ้านเราที่เกิดขึ้นมาเมื่อไม่นานนี้ ที่ว่า นำพญายักษ์ไปหยอดขนมครก ถึงกับทำให้ภาพลักษณ์วัฒนธรรมอันสูงส่งป่นปี้

กลับมาที่ต้นตำรับฮาวายเอี้ยนพิซซ่ากันก่อน…แม้อายุจะเข้าเลข 8 แล้ว คุณปู่แซม ปาโนเปาลอส ก็ยังมีคารมคมคายจนช่วงสุดท้ายของชีวิต เรื่องมีอยู่ว่า…

เมื่อช่วงต้นปี 2560 นี่เอง นายกุดนี โยฮันเนสสัน ประธานาธิบดีของประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ทำให้เกิดวาทะบนโลกออนไลน์ขึ้นจากการประกาศท่ามกลางนักเรียนมัธยมว่า เขาต่อต้านการใส่สับปะรดบนหน้าพิซซ่าอย่างหัวชนฝา พร้อมกล่าวว่า อาจสั่งห้ามทำเลยก็เป็นได้ เท่านั้นยังไม่พอ ผู้นำท่านนี้ยังเขียนขยายความบนเฟซบุ๊กอีกว่า

“ผมชอบสับปะรดนะ แต่ไม่ใช่ใส่มาบนพิซซ่า ผมไม่มีอำนาจจะออกกฎหมายห้ามใครใส่สับปะรดบนพิซซ่า ผมดีใจที่ไม่มีอำนาจที่ว่านั่น ประธานาธิบดีไม่ควรใช้อำนาจไร้ขอบเขต ผมไม่ควรอยู่ตำแหน่งนี้อีกต่อไป หากว่าผมสามารถออกกฎหมายห้ามคนอื่นทำในสิ่งที่ผมไม่ชอบได้ …สำหรับพิซซ่า ผมชอบหน้าอาหารทะเล” ประธานาธิบดีเขียน


ประธานาธิบดีโยฮันเนสสันของประเทศไอซ์แลนด์ที่ทำให้เกิด “ดราม่า” เรื่องพิซซ่าหน้าสับปะรดขึ้นมา ที่มาของภาพ 

ด้านคุณปู่ปาโนเปาลอสเมื่อรู้ข่าวก็ออกอาการไม่พอใจพร้อมกล่าวว่า เขาไม่เข้าใจชายคนนี้เลยว่าจะต่อต้านพิซซ่าหน้าสับปะรดไปเพื่ออะไร ทั้งๆ ที่มันแสนอร่อยขนาดนั้น

“หมอนี่พิลึก ที่นั่นปลูกสับปะรดได้ไม่มาก แต่มีปลาเยอะ ก็เลยบอกให้เอาปลามาทำหน้าพิซซ่า” ปาโนเปาลอสกล่าว

อย่างไรก็ตาม ปาโนเปาลอสมีความจำเป็นต้องขายกิจการร้าน Satellite Restaurant ที่เป็นต้นกำเนิดพิซซ่าฮาวายเอี้ยนไปตั้งแต่ ค.ศ. 1980 ก่อนจะย้ายไปเปิดร้านอาหารอยู่ใกล้ๆ กรุงลอนดอนในเวลาต่อมา

เขาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้ทำพิซซ่าเองมาหลายปีแล้ว ทุกวันนี้เขากินพิซซ่าแช่แข็งที่ซื้อมาอุ่นกินง่ายๆ ที่บ้าน เขาบอกว่าสิ่งที่ต้องการมากกว่าการจดสิทธิบัตรหน้าพิซซ่าที่เขาคิดขึ้นมาก็คือ เขา “ดีใจที่สุดที่เราทำสิ่งที่ผู้คนชอบกินขึ้นมาได้”

ถึงตอนนี้ เลยคิดต่อไปว่า ไม่ใช่แค่ Thailand Only ที่มีขนมโตเกียว แต่ที่โตเกียวไม่มีขนมชื่อนี้หรอกนะ ฝรั่งเองก็มีเหมือนกัน แถมทำให้เข้าใจกันไปค่อนโลกมาแล้วว่า พิซซ่าหน้าสับปะรดกับแฮมแสนอร่อยนั้น มาจากหมู่เกาะฮาวาย ในมหาสมุทรแอตแลนติก


พิซซ่าฮาวายเอี้ยนที่ชื่นชอบกันทั่วโลก ที่มาของภาพ


ขอบคุณนะ ปู่แซม ที่คิดสูตรพิซซ่ายอดนิยมของคนทั่วโลกมากว่า 50 ปีแล้ว …เราจะคิดถึงคุณทุกครั้งที่สั่งพิซซ่า...RIP

หมายเหตุ มีชาวเยอรมันอ้างว่า พิซซ่าฮาวายเอี้ยนมีกำเนิดมาจากแซนด์วิชเยอรมัน สูตรชื่อว่า ขนมปังฮาวาย (the Toast Hawaii) ที่ใช้สับปะรด เนยแข็ง (ชีส) และแฮม ซึ่งได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษ 1950 มาก่อน


เรียบเรียงจาก
http://www.bbc.com/news/world-us-canada-40230407?ocid=socialflow_facebook&ns_mchannel=social&ns_campaign=bbcnews&ns_source=facebook
http://www.bbc.com/news/world-us-canada-39072331 https://en.wikipedia.org/wiki/Sam_Panopoulos
https://en.wikipedia.org/wiki/Tiki_culture