World's Famous People

โทโมเอะ โกเซ็น ซามูไรหญิงที่โลกยอมจารึกเป็นคนแรก

ชื่อของ โทโมเอะ โกเซ็น เป็นที่รู้จักและเล่าขานกันมากพอสมควรในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น กระทั่งงานศึกษาจากนักวิชาการตะวันตกก็ให้ความสนใจเรื่องราวของเธอที่มากกว่าแค่เรื่องเล่าในวรรณกรรมหรือเกร็ดประวัติศาสตร์ แต่ชื่อของเธอถูกสถาปนาเป็นดั่งซามูไรหญิงหรือ Onni-Bugeisha คนแรกๆ ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่มีทั้งความกล้าหาญและฝีมือการสู้รบที่เหนือกว่าชายชาตรี เป็นซามูไรหญิงที่เข้มแข็งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่สำคัญคือ ชื่อของเธอโดดเด่นขึ้นมาได้ทั้งๆ ที่อยู่กับฝ่ายแพ้ด้วย โกเซ็นยังเป็นหญิงงามที่หาใครเปรียบได้ยากด้วย โกเซ็นยังเป็นนักรบหญิงคนแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำทัพอย่างเป็นทางการด้วย


ที่มาของภาพ

ในประวัติศาสตร์ และตำนานเฮเคะอันโด่งดัง ได้บรรยายรูปโฉมของเธอไว้ว่า

“มีผิวขาวผ่อง ผมยาวดำขลับ ใบหน้างดงาม เชี่ยวชาญวิชายิงธนู เป็นยอดนักดาบที่สามารถสู้ศึกได้เสมือนพันคน กล้าหาญ ออกแนวหน้าโดยไม่เกรงกลัวภยันตราย ไม่ว่าจะทหารม้าหรือเดินเท้า ฟาดฟันได้ทั้งเทพและมาร เชี่ยวชาญการขี่ม้าและวิชาดาบ”

ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของโกเซ็นมีไม่มากนัก เชื่อว่าเธอเกิดใน ค.ศ. 1157 ฝึกฝนวิชาการต่อสู้จนเหนือกว่าบุรุษทั่วไป เมื่อโตขึ้นเป็นสาว เธอได้มีความสนิทสนมกับ มินาโมโตะ โยชินากะ หัวหน้าตระกูลมินาโมโตะสายคิโสะ ผู้ครองดินแดนแถบคันโต เชื่อว่าเธอได้เป็นอนุภรรยาของโยชินากะ ซึ่งเขาเองก็ยกย่องในความงาม และชื่นชมในทักษะการต่อสู้ของเธอมากเช่นกัน

ชื่อของโกเซ็นได้ถูกจารึกและเล่าขานว่า เป็นส่วนหนึ่งในสงครามเกมเปย์ เป็นศึกใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างตระกูลไทระหรือพวกเฮเคะ กับตระกูลมินาโมโตะ

อันที่จริง เรื่องราวความขัดแย้งและการทำศึกของทั้งสองฝ่ายนั้น ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานหลายสิบปี เดิมทีตระกูลมินาโมโตะเคยเรืองอำนาจมากในราชสำนัก และคอยสนับสนุนตระกูลฟูจิวาระซึ่งมีตำแหน่งคัมปาคุ หรือผู้สำเร็จราชการขององค์จักรพรรดิ ด้วยความที่จักรพรรดิหวาดกลัวในอิทธิพลของมินาโมโตะ จึงเรียกตระกูลไทระเข้ามาด้วย กลายเป็นโอกาสให้ ไทระ คิโยโมริ ได้ผงาดขึ้นมา สุดท้าย ทั้งสองฝ่ายได้ทำศึกใหญ่ แล้วคิโยโมริก็ชนะพวกมินาโมโตะจนได้ ทายาทที่เหลือของพวกมินาโมโตะโดนเนรเทศไปนับสิบปี จนกระทั่งอุชิวากะ หรือ มินาโมโตะ โยชิตสึเนะ ได้กลับมาช่วยเหลือพี่ชายคือ มินาโมโตะ โยริโทโมะ เปิดศึกใหญ่กับ คิโยโมริ อีกครั้ง

การศึกยืดเยื้อติดต่อกันนาน 5 ปี ขุนศึกเจ้าแคว้นต่างๆ ก็เข้าร่วมกับไทระและมินาโมโตะ เปิดศึกกันหลายสมรภูมิ ช่วงเวลานี้เองที่เรียกว่า สงครามเกมเป ซึ่งถือว่าเป็นรอยต่อระหว่างยุคสมัยเฮอันและยุคคามาคุระที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ไปมาก

โยชินากะซึ่งเป็นผู้นำของมินาโมโตะสายคิโสะ จึงได้เป็นแนวร่วมของโยริโทโมะ เปิดศึกกับพวกไทระด้วย โกเซ็นก็ได้ช่วยสามีของนางรับศึกนี้ เธอกลายเป็นซามูไรหญิงคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำกองทัพอย่างเป็นทางการ (อิปโป โนะ ไทโช) สร้างวีรกรรมออกรบที่แนวหน้า สังหารข้าศึกไปมากจนชื่อเสียงของเธอเป็นที่เกรงขามว่า เป็นยอดหญิงผู้ไม่หวาดกลัวความตาย

โกเซ็นนำทหารออกแนวหน้าหลายครั้ง ใน ค.ศ. 1181 การศึกที่โยโกตะงาวาระ เธอบุกตะลุยเข้าในใจกลางทัพข้าศึก ปลิดชีพขุนพลทหารม้าของข้าศึกได้ถึง 7 คน แล้วเอาศีรษะทั้งหมดกลับมาได้

ในศึกที่โทนามิยามะ ปี 1183 เธอนำทหารม้า 1,000 คน บุกตีข้าศึกจนแตกพ่าย จากนั้นในปี 1184 ศึกที่อุชิเดะ เธอสร้างวีรกรรมน่าเหลือเชื่อด้วยการนำทหารม้า 300 คน บุกตีทัพของพวกไทระที่มี 3,000 คนจนแตกพ่ายได้

แม้ว่าโกเซ็นจะออกศึกสร้างผลงานน่าเหลือเชื่อไว้หลายครั้ง จากฝีมือส่วนตัวก็ชี้ว่า เธอเป็นหญิงแกร่ง ห้าวหาญ ไม่กลัวความตาย แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าในระหว่าง ปี 1184 เธออาจมีความคิดจะเลิกยุ่งกับงานทหารก็เป็นได้ เพราะธรรมชาติของสตรียุคโบราณมักอยากมีลูกด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็ไม่ปรากฏว่าโกเซ็นจะมีลูกกับโยชินากะเลย

แต่จุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นในปีนั้น เพราะหลังจากพวกไทระใกล้จะพ่ายแพ้แล้ว ในตระกูลมินาโมโตะก็เกิดความขัดแย้งว่า จากนี้ใครคือผู้มีสิทธิ์จะได้ขึ้นเป็นโชกุนต่อไป

แม้ว่าโยริโทโมะจะเป็นผู้นำทัพในการต่อสู้กับพวกไทระ แต่ก็เป็นผลงานของโยชิตสึเนะเกือบทั้งหมด ส่วนโยชินากะก็ถือว่าตนสร้างผลงานไว้มากและเขายังเป็นผู้นำของสายคิโสะด้วย ดังนั้นทั้งเขาและโยริโทโมะต่างก็มีศักดิ์พอๆ กัน สืบทอดสายเลือดมาจากองค์จักรพรรดิกันทั้งคู่ ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็เกิดการแตกหักกันเอง

เรื่องจากจักรพรรดิโก-ชิราคาวะ อยู่ฝ่ายโยริโทโมะ ทำให้โยชินากะคิดจะนำทัพบุกไปจับกุมจักรพรรดิแล้วสั่งเผาพระราชวัง จักรพรรดิต้องขอความช่วยเหลือไปยังโยริโทโมะ ซึ่งก็ให้โยชิตสึเนะเป็นแม่ทัพมาเปิดศึกกับโยชินากะ นี่คือที่มาของการศึกที่อาวาสุ ใน ค.ศ.1184

โกเซ็นต้องช่วยสามีออกศึกและสร้างปัญหาให้ทัพของโยชิตสึเนะมาก เขาจึงให้ อุชิดะ อิเอโยชิ และ ฮาทาเคยางะ ชิเงทาดะ วางแผนนำทัพมาจะจับกุมตัวเธอให้ได้ แต่เธอก็ออกศึกแล้วใช้ดาบฟันอิเอโยชิจนตาย แล้วก็รอดจากการล้อมจับของชิเงทาดะได้ด้วย


ที่มาของภาพ

แต่เพราะทัพโยชินากะมีจำนวนน้อยกว่ามาก การศึกจึงเสียเปรียบลงเรื่อยๆ เมื่อมีท่าทีว่าจะแพ้แน่ โยชินากะก็ขอให้โกเซ็นหนีไป เพราะเขาไม่อยากให้โกเซ็นซึ่งเป็นหญิงต้องมาตายไปพร้อมกับเขา เพราะถือว่าเป็นเรื่องน่าละอายในฐานะนักรบ เขาจะขอร่วมตายพร้อมกับ คาเนฮิระ
ญาติพี่น้องที่เป็นชายชาตรีด้วยกัน จึงขอร้องให้เธอหนีไป แต่เธอก็ยืนกรานปฏิเสธ แล้วช่วยเปิดทางถอยให้โยชินากะจนถึงที่สุด

เรื่องราวหลังจากนี้ไม่มีความแน่ชัดนัก บ้างก็ว่าเธอยืนหยัดต่อสู้ในแนวหลัง เพื่อเปิดทางถอยทัพให้โยชินากะ แต่ในการถอยทัพ โยชินากะก็พลาดโดนทหารข้าศึกรุมล้อมจนต้องปลิดชีพตนเอง บ้างก็ว่าเขาโดนสังหาร ส่วนโกเซ็นได้ฝ่าวงล้อมหนีออกไปได้ บ้างก็ว่าเธอปลิดชีพตนเองตายตามสามี เพื่อแสดงความรักและภักดี เชิดชูบทบาทของภรรยา

แต่ในตำนานเฮเคะที่โด่งดังนั้น ไม่ได้บอกว่าเธอฆ่าตัวตาย แต่หนีรอดจากสมรภูมิได้ อีกตำนานก็เล่าว่า โยชินากะได้ขอร้องให้เธอหนีกลับไปที่บ้านเกิด เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ และการตายของเขาให้คนรุ่นหลังได้ทราบต่อไป


อนุสาวรีย์ของโกเซ็นและโยชินากะ ที่มาของภาพ

อีกข้อมูลหนึ่งที่เชื่อถือกันคือ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้เผชิญหน้ากับ วาดะ โยชิโมริ ขุนพลใต้สังกัดของโยริโทโมะ ซึ่งต่อมากลายเป็นที่ปรึกษาทางทหารและผู้พิทักษ์ราชสำนักคนแรกในสมัยคามาคุระ ทั้งสองได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่สุดท้ายเธอก็ยอมมาเป็นภรรยาของเขา แถมยังมีบุตรกันด้วย

แต่หลายสิบปีต่อมา ในค.ศ.1213 โยชิโมริก็โดนสังหาร แล้วตระกูลวาดะก็โดนพวกโฮโจทำลายล้าง โกเซ็นจึงออกบวชเป็นชีเพื่อไว้อาลัยให้สามีจนถึงอายุ 91 ปี จึงถึงแก่กรรม

ตำนานของโกเซ็นที่กังขากันว่า จริงแท้แค่ไหน แต่ก็น่าสนใจในแง่ที่ว่า เธอมีชื่อปรากฏในตำนานเฮเคะ ในฐานะของนักรบหญิงผู้แกร่งกล้าเกินบุรุษเพศ สำหรับสังคมปิดอย่างญี่ปุ่นที่เพศชายเป็นใหญ่กว่ามาก เรื่องราวของเธอจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการลุกขึ้นสู้ของผู้หญิงญี่ปุ่นในยุคสงคราม ต่อมา เมื่อละครโนเฟื่องฟูในยุคเซ็นโกคุ สมัยศตวรรษที่ 15 เรื่องของโกเซ็นมักถูกนำมาแสดงอยู่บ่อยครั้ง เรื่องของเธอยังให้ภาพของสงครามเกมเปย์ในสมัยโบราณได้ดีขึ้นด้วย


แหล่งข้อมูลอ้างอิง : Website
http://www.historyoffighting.com/tomoe-gozen.php
https://www.tofugu.com/japan/tomoe-gozen/