Inventions That Changed the World

ปืนใหญ่สยามนำการปฏิวัติฝรั่งเศส

เพียง 2 กระบอกที่ยึดจากคลังหลวง กลายเป็น
เหตุการณ์ "การปฏิวัติฝรั่งเศส" หรือ"วันบาสตีลย์"


เมื่อประชาชนชาวฝรั่งเศสลุกฮือขึ้นต่อต้านอำนาจกษัตริย์ด้วยการบุกยึดคุกบาสตีลย์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 1789 นั้น พวกเขามีอาวุธแค่พอตามมีตามเกิด กับปืนใหญ่ 2 กระบอกที่ยึดมาได้จากคลังหลวงเท่านั้น แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จุดชนวนการปฏิวัติให้ลุกลามไปทั่วประเทศ กลายเป็นเหตุการณ์ "การปฏิวัติฝรั่งเศส" หรือ"วันบาสตีลย์" ในกาลต่อมา


จุดที่ตั้งปืนใหญ่จากสยามระหว่างการโจมตีคุกบาสตีลย์

เรื่องเล่าขานกันว่า ปืนใหญ่ทั้ง 2 กระบอกที่ใช้ถล่มคุกบาสตีลย์นั้น ที่แท้เป็นเครื่องราชบรรณาการจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่งมาถวายแก่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เมือคราวที่โกษาปานมาเยือนดินแดนแห่งนี้ กลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานอย่างสนุกปากกันว่า ปืนที่กษัตริย์มอบแก่กษัตริย์กลับกลายเป็นปืนที่ใช้ล้มกษัตริย์เสียเอง

ภาพจำลองเหตุการณ์การโจมตีคุกบาสตีลย์

ในบันทึกพระคลังทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เมื่อปี 1729 บันทึกไว้ว่า "ปืน 2 กระบอกได้รับมาจากสยาม ถมลายคร่ำเงินอยู่ 3 ตอน ด้านท้ายเป็นทรง 8 เหลี่ยม ปลายสุดกลมมน ความยาว 5 ฟุต 9 นิ้ว ขึ้นแท่นไม้เนื้อดำจากแผ่นดินอินเดียตะวันออก ประดับถมคร่ำด้วยเงิน"


โรงพยาบาลทหาร เลแซงวาลีดส์ (Les Invalides)

ปืนใหญ่สยามเก็บรักษาไว้ที่พระคลังทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (Le Garde-Meuble de la Couronne) ในกรุงปารีส ซึ่งปัจจุบันคือ โอเตล เดอ ลา มารีน (Hôtel de la Marine) ณ จัตุรัสปลาซ เดอ ลา คองคอร์ด ซึ่งในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า มวลชนได้บุกเข้ามาค้นหาอาวุธในพระคลังแห่งนี้ พบแต่อาวุธแปลกประหลาดอันเป็นเครื่องราชบรรณนาการ รวมถึงพระแสงอันล้ำค่าที่ใช้ไม่ได้จริง กับปืนใหญ่สยามที่ดูจะเข้าท่าที่สุด

โกษาปานนำเครื่องราชบรรณาการของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่งมาถวายแก่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส

ในเหตุการณ์วันนั้น มีปืนใหญ่สยามจากคลังหลวง 2 กระบอก กับปืนใหญ่อีก 12 กระบอกที่ขนมาจากโรงพยาบาลทหาร เลแซงวาลีดส์ (Les Invalides) ที่นำมาบุกคุกบาสตีลย์ โดยผู้ควบคุมปืนใหญ่สยามคือ โชลาต์ (Cholat) พ่อค้าไวน์ กับ ฌอร์เฌต์ (Georget) นาวิกโยธินจากเมืองเบรสต์ (เมืองที่โกษาปานขึ้นท่าที่ฝรั่งเศส และทุกวันนี้ยังมีถนนชื่อ Rue de Siam)


ปืนใหญ่สยามเก็บรักษาไว้ที่พระคลังทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (Le Garde-Meuble de la Couronne) ในกรุงปารีส ปัจจุบันคือ โอเตล เดอ ลา มารีน (Hôtel de la Marine) ณ จตุรัสปลาซ เดอ ลา คองคอร์ด

ปืนใหญ่ทั้งคู่นี้ได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยอย่างช้าที่สุดก็ในปี 1792 เนื่องจากหลังจากปีนั้น บันทึกพระคลังทรัพย์สิน และบันทึกในจดหมายเหตุแห่งชาติมิได้ระบุถึงอีก *ภาพจากจุดที่ โชลาต์ บัญชาการยิงปืนใหญ่ถล่มคุกบาสตีลย์ ในภาพจะเห็นปืนใหญ่ 3 กระบอก 2 กระบอกด้านขวาคาดว่าเป็นปืนบรรณนาการของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วนอีกกระบอกนำมาจากที่อื่น

*อ้างอิงจากบทความเรื่อง A propos des canons siamois offerts à Louis XIV qui participèrent à la prise de la Bastille.