Inventions That Changed the World

ซามูไรผิวดำแอฟริกันคนแรก องครักษ์พิเศษของโนบุนางะ

ในบันทึกเอกสารของ โกตะ กิวอิจิ นายอาลักษณ์ของตระกูลโอดะ ซึ่งเป็นผู้จดบันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์ประจำวันที่ทำงานให้โนบุนางะมานานหลายปี บันทึกของเขาเป็นเอกสารชั้นต้นชิ้นสำคัญที่นักประวัติศาสตร์ใช้ศึกษาเรื่องราวในยุคเซ็นโกคุมานานมาก แต่มีข้อมูลอย่างหนึ่งที่ดูเหมือนจะโดนมองข้ามมานานนับศตวรรษ นั่นคือ เรื่องของ ‘ซามูไรผิวดำคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์’ ที่ได้เป็นองครักษ์ให้ กับ โอดะ โนบุนางะ แล้วยังยืนหยัดสู้เพื่อปกปกป้องโนบุนางะในเหตุการณ์ที่วัดฮอนโนจิอีกด้วย

เรื่องของซามูไรจากโลกตะวันตกที่เข้ามามีบทบาทในญี่ปุ่นเมื่อศตวรรษที่ 15 ในยุคเซ็นโกคุนั้น พอจะมีตำนานเล่ากันมาอยู่บ้าง แต่เรื่องซามูไรผิวดำเชื้อสายแอฟริกันคนนี้ก็นับว่าเป็นชื่อแรกๆ ที่มีอยู่ในบันทึกและเอกสารทางการ โดยเฉพาะของตระกูลที่ปกครองบ้านเมืองในเวลานั้นอย่างโอดะ

ไม่มีบันทึกแน่ชัดเกี่ยวกับชื่อดั้งเดิมของเขา แต่มีชื่อที่ปรากฏว่า “ยาสุเกะ” ที่โนบุนางะเป็นผู้ตั้งให้ ส่วนเรื่องที่พอจะยืนยันได้ก็คือ เขาเป็นซามูไรเชื้อสายแอฟริกันคนแรก (และอาจจะคนเดียว) ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

ที่มาของภาพ

เดิมที ยาสุเกะ เป็นทหารที่ติดตามและคุ้มกันให้บาทหลวงอเลสซานโดร วาเลียนาโน่ มิชชันนารีจากอิตาลี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะเยซูอิตให้เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในเอเชียตะวันออกไกล กระทั่งเดินทางเข้ามาญี่ปุ่น ใน ค.ศ.1579

ที่มาของภาพ

เมื่อยาสุเกะเข้ามาถึงญี่ปุ่นในตอนนั้น รูปลักษณ์การเป็นพวกนิโกรหรือคนผิวดำสนิทของเขากลายเป็นที่หวาดกลัวและสนใจจากผู้คนมาก แม้ว่าเวลานั้นหลายแคว้นของญี่ปุ่นได้ทำการติดต่อกับชาวตะวันตก และมีคนนิโกรที่เป็นคนติดตามของบาทหลวงเข้ามาไม่น้อยก็ตาม ว่ากันว่า ผิวของยาสุเกะดำสนิทตามแบบคนแอฟริกันยิ่งกว่าทุกคนที่เคยเข้ามาในญี่ปุ่น (เป็นไปได้ว่า พวกที่เคยเข้ามาก่อนนั้น มีผิวดำไม่มากนัก) แต่สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นที่สนใจเพราะคำเล่าลือว่า เขามาพร้อมกับคำสาป ด้วยเหตุที่มีชาวญี่ปุ่นบางคนจ้องมองเขา แล้วไม่ทันไรก็เสียชีวิตลง เพราะติดโรคระบาด ทางคณะบาทหลวงเองก็กังวลว่า จะส่งผลเสียในการเผยแผ่ศาสนาด้วย เพราะมิชชันนารียุโรปเข้ามาญี่ปุ่นพร้อมกับนำวิทยาการและความรู้เรื่องยารักษาโรคใหม่ๆ เช่นกัน

เรื่องราวไปถึงหูของโนบุนางะ เขาเป็นคนสนใจเรื่องแปลกๆ น่าตื่นเต้นอยู่แล้ว อีกทั้งโนบุนางะไม่กลัวเรื่องโชคลาง อีกทั้งยังชอบความท้าทาย จึงสั่งให้บาทหลวงวาเลียนาโน่พาตัวยาสุเกะมาพบที่ปราสาท เพื่อจะขอดูตัวให้เห็นกับตา

โนบุนางะเข้าไปจ้องอีกฝ่ายใกล้ๆ แม้จะมีคนห้าม เขาก็ไม่สน แล้วยังสนใจผิวดำสนิทของอีกฝ่ายมาก จากนั้นก็มอบเงินทองให้เป็นรางวัลในการพบกันครั้งแรก

ในเอกสารของหลุยส์ ฟรัวซ์ (ผู้ซึ่งน่าจะอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย) ได้เล่าว่า “วันที่ 23 เดือน 2 ชายผิวดำร่างสูงใหญ่กำยำที่มาพร้อมกับบาทหลวง

โนบุนางะชื่นชมเขาว่า มีพละกำลังแข็งแรงราวกับคน 10 คน” โนบุนางะยังเรียกตัวยาสุเกะมาที่ปราสาทอาสุชิอีกครั้ง แล้วยังขอตัวไว้จากบาทหลวง แถมแลกเปลี่ยนด้วยเงินทองและรางวัลมากมาย

ที่มาของภาพ

ในปีต่อมา การศึกขั้นเด็ดขาดกับตระกูลทาเคดะได้อุบัติขึ้น โนบุนางะสั่งเคลื่อนทัพใหญ่ แล้วเอาตัวยาสุเกะไปด้วย หลังเสร็จศึกแล้ว ระหว่างทางกลับก็ได้สมทบกับทัพของอิเอยาสึ ซึ่งมีเอกสารของฝั่งอิเอยาสึที่ระบุว่า มัตสึไดระ อิเอทาดะ ได้พบกับองครักษ์ผิวดำของโนบุนางะ มีรูปร่างสูงใหญ่ถึง 6 ชะกุ 2 ซัน หรือราวๆ 188 ซม. ซึ่งถือว่าเป็นความสูงเกินค่าเฉลี่ยคนญี่ปุ่นยุคโบราณไปมาก ในเอกสารของเขาระบุชื่อของอีกฝ่ายว่า ยาสุเกะ เชื่อว่าโนบุนางะอาจจะตั้งให้ก่อนหน้านั้นแล้ว

ยังเชื่อกันว่า ยาสุเกะสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้พอสมควรด้วย อาจมาจากการสอนของบาทหลวงวาเลียนาโน่ เพราะเล่ากันว่าโนบุนางะมักพูดคุยกับอีกฝ่ายเสมอ แม้ว่ายุคนั้นจะมีคนหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาในญี่ปุ่นมาก และโนบุนางะก็รับคนต่างชาติทั้ง บาทหลวง พ่อค้า นักแม่นปืน ทหารรับจ้าง เข้ามาทำงาน ให้อยู่ในสังกัดของตนไม่น้อย แต่ดูเหมือนจะมียาสุเกะเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดที่สุดในฐานะองครักษ์ แสดงความความสัมพันธ์ของทั้งสองค่อนข้างดีเลยทีเดียว

ในค.ศ. 1582 เกิดเรื่องที่วัดฮอนโนจิจากการก่อกบฏของมิตสึฮิเดะ ทำให้โนบุนางะถึงแก่ความตาย ยาสุเกะเป็นหนึ่งในองครักษ์ที่ต่อสู้ปกป้องโนบุนางะอย่างเต็มที่ มีเรื่องเล่าที่แตกต่างกันสองทางคือ เขาปกป้องโนบุนางะจนตัวตาย

ส่วนเรื่องเล่าอีกทางนั้นเล่าว่า ยาสุเกะได้ตีฝ่าวงล้อมไปเข้าร่วมกับ โอดะ โนบุทาดะ บุตรคนโตของโนบุนางะที่พำนักอยู่ไม่ห่างไปนัก โนบุทาดะได้พยายามนำทหารในปราสาทนิโจต่อสู้กับข้าศึก ยาสุเกะก็ได้ยืนหยัดช่วยสู้ด้วย แต่ไม่นานโนบุทาดะก็ทำฮาราคีรีปลิดชีพตนเองตามบิดาไป ยาสุเกะและผู้ติดตามหลายคนโดนจับกุมตัว แต่มิตสึฮิเดะไม่ได้สังหารเขา แต่ไล่ให้ไปอยู่ในเขตของพวกนัมบังทางใต้ (พวกนัมบัง เป็นคำเรียกพวกคนเถื่อน หรือคนตะวันตกแบบรวมๆ ของคนญี่ปุ่น) สาเหตุอาจเพราะมิตสึฮิเดะอยากรักษาสายสัมพันธ์กับพวกนักบวชเยซูอิตไว้ แต่ก็เป็นเหตุผลที่ดูแปลกพอสมควร จากนั้นก็ไม่ปรากฏเรื่องของยาสุเกะในบันทึกประวัติศาสตร์อีก บางส่วนจึงเชื่อว่า ยาสุเกะน่าจะพลีชีพไปพร้อมกับโนบุนางะที่วัดฮอนโนจิมากกว่า

เรื่องของยาสุเกะโด่งดังขึ้นมาในญี่ปุ่นยุคสมัยใหม่ อาจเพราะเรื่องราวของเขาไปอยู่ในวรรณกรรมเยาวชนอิงประวัติศาสตร์เรื่อง คุโร-สุเกะ ผลงานของ โยชิโอะ คุรุสุ หลังจากตีพิมพ์ในปี 1968 ก็ได้รับรางวัลวรรณกรรมเยาวชนแห่งชาติในปีถัดมา ภาพลักษณ์ของซามูไรผิวดำจึงก่อเค้าอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมานานพอสมควร เช่น กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับมังงะและการ์ตูนหลายเรื่อง ที่มักนำคนผิวดำทรงผมแอฟโร่มาสวมบทบาทซามูไร

แผนที่ตำแหน่งประเทศโมซัมบิก ในศตวรรษที่ 15-16 ที่มาของภาพ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website https://en.wikipedia.org/wiki/Yasuke http://yasuke-san.com/